“ถ้าคุณไม่หยุดกดดันฉันด้วยสายตาแบบนั้น งานที่ค้างอยู่บนโต๊ะนี่คงไม่มีวันเสร็จหรอกค่ะ ธันวา”
รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากแบบแปลนโครงสร้างอาคาร ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงลากเส้นผ่านตัวไม้บรรทัดอย่างมั่นคง ทว่าจังหวะการหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ขยับเข้ามาใกล้จนชิดแผ่นหลัง กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นจางๆ ของยาสูบคุณภาพดีที่เธอมักจะได้กลิ่นจากเขาเสมอ เริ่มรุกรานพื้นที่ส่วนตัว
ธันวาไม่ได้ถอยห่าง กลับกัน เขากลับวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะเขียนแบบ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่ดูแข็งแรงทนทานเหมือนโครงสร้างอาคารที่เธอกำลังวาด เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยความนัย “ผมไม่ได้มองงาน... ผมมองคนที่กำลังตั้งใจทำงานจนลืมไปว่าคนข้างๆ เขารอคำตอบมาค่อนค่อนคืนแล้ว”
รินรดาวางปากกาลง เธอหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาของเขาไม่ได้มีความแพรวพราวเหมือนยามที่เขาต้องออกงานสังคม แต่มันกลับมีความลึกซึ้งและจริงจังจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“เราคุยกันแล้วนะคะว่าเรื่องของเรา... มันไม่ง่าย” เธอพยายามรักษาระดับเสียงให้ราบเรียบ แม้ข้างในจะไหวเอน “รวิชญ์จับจ้องเราอยู่ ถ้าเขารู้ว่าคุณคือคนสำคัญของฉัน โครงการที่ฉันทุ่มเทมาตลอดปีอาจจะพังไม่เป็นท่า”
“เพราะแบบนั้นไงครับ” ธันวาเอื้อมมือมาเชยคางมนขึ้น สบตากับเธอด้วยสายตาที่เปิดเปลือยทุกความรู้สึก “ผมถึงอยากให้เราคบกันแบบลับๆ... ไม่ใช่เพื่อปกปิด แต่เพื่อปกป้อง ปกป้องคุณจากแรงกระเพื่อมที่ผมก่อขึ้น”
รินรดานิ่งงัน ปมในใจเรื่องการถูกทอดทิ้งในวัยเด็กมักจะทำให้เธอหวาดกลัวการผูกมัด แต่กับธันวา มันกลับต่างออกไป เขาสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากเขา “คุณกำลังขอให้ฉันเอาหัวใจไปเสี่ยงกับความลับที่อาจจะกลายเป็นดาบสองคมหรือเปล่าคะ?”
“ผมขอให้คุณเชื่อใจ” เขาโน้มตัวลงมา หน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของเธอ แผ่วเบาแต่หนักแน่นด้วยสัญญา “ไม่ว่าโลกข้างนอกจะพายุเข้าแค่ไหน แต่ในพื้นที่ของเรา... จะไม่มีใครพรากเราออกจากกันได้ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับรวิชญ์เพียงลำพังอีกต่อไป”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจที่อันตราย แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้น ความอ่อนไหวที่เธอซ่อนไว้ก็พ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้ เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่ไม่มีเสียง แต่เพียงพอแล้วสำหรับเขา
ธันวายิ้มกว้าง ก่อนจะประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเธอ มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยการทะนุถนอมและคำสัญญาที่ไม่มีวันเปลี่ยน
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนหวาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินใกล้เข้ามายังห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาก็ทำลายบรรยากาศนั้นลง มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดพร้อมชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘รวิชญ์’ และในเสี้ยววินาทีต่อมา ประตูกระจกบานเลื่อนก็ถูกผลักเข้ามาโดยปราศจากการเคาะ
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะ” เสียงเย็นเยียบของรวิชญ์ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาไล่สายตามองจากธันวามายังรินรดาที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือด “หรือว่า... ข่าวลือที่ว่าคุณสองคนแอบนัดพบกันลับๆ มันจะเป็นเรื่องจริง?”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นรวิชญ์กดบันทึกเสียงบางอย่างในมือถือลง
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงส่งกำลังใจและเดินทางไปพร้อมกับรินรดาในบททดสอบนี้เสมอนะคะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 32
คำสัญญาที่ไม่มีวันเปลี่ยน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!