“ริน... ฟังฉันนะ ความอบอุ่นที่เขาหว่านโปรยให้เธออยู่น่ะ มันคือกับดักที่สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยล่ะ”
เสียงของ ‘พิมพ์มาดา’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของรินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านอาหารกึ่งบาร์ที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินเข้มข้น ร่างบางของสถาปนิกสาวชะงักมือที่กำลังถือแก้วไวน์ค้างไว้ แววตาของรินรดาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะปรับให้ราบเรียบ เธอวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเบาๆ เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังกังวานเล็กน้อยท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ
“พิมพ์กำลังพูดเรื่องอะไรคะ ธันวาเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น... เขาดูแลรินดีมาก มากเกินกว่าที่รินจะคาดหวังด้วยซ้ำ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง แต่ในใจกลับนึกไปถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วของธันวาตอนที่เขาทัดผมให้เธอเมื่อเย็นวานนี้
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบของเพื่อนสนิทจ้องมองรินรดาอย่างทะลุปรุโปร่ง “คนเพียบพร้อมที่ดูเหมือนพระเอกในนิยายรักน่ะ รินรู้ไหมว่ามันน่ากลัวแค่ไหนโดยเฉพาะเมื่อเขามีชื่อ ‘ธันวา’ นำหน้า”
พิมพ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “เมื่อวานฉันไปเห็นเอกสารลับที่ออฟฟิศของรวิชญ์มา... มันมีชื่อของเธอ มีความเคลื่อนไหวของบริษัทที่ธันวากำลังรุกคืบ และมีเงื่อนงำบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงปูมหลังของเขาที่เขาปิดบังเธออยู่ ริน... อย่าปล่อยให้ความเหงาหรือปมในอดีตมาเป็นม่านบังตาจนมองไม่เห็นคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทหรูๆ ของเขานะคะ”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหน่วงในอกเริ่มก่อตัวขึ้นเหมือนเมฆฝนที่ตั้งเค้า เธอนึกถึงสายตาของธันวายามที่เขามองมาที่เธอ มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้งมันก็ดูลุ่มลึกจนเธอดิ่งลึกลงไปจนหาทางออกไม่เจอ
“รวิชญ์น่ะคู่แข่งเขา พิมพ์มั่นใจได้แค่ไหนว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่การปั่นหัว?” รินรดาถามเสียงพร่า
“เพราะรวิชญ์มันเลว เลยทำให้มันรู้ว่าธันวา ‘เหนือชั้น’ กว่าในด้านไหน ริน... ธันวาไม่ได้แค่รักเธอ แต่เขากำลัง ‘ครอบครอง’ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอเพื่อใช้มันเป็นโล่กำบังในเกมธุรกิจนี้” พิมพ์มาดาสรุปจบประโยคด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะขยับตัวกลับไปนั่งท่าเดิม “ระวังตัวด้วยนะ อย่าให้หัวใจนำหน้าสติมากเกินไป”
รินรดานั่งนิ่งอยู่นานหลังจากพิมพ์มาดาขอตัวกลับไปก่อน ทิ้งให้เธออยู่กับคำถามที่ไร้คำตอบ บรรยากาศรอบข้างที่เคยรู้สึกโรแมนติกกลับดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เธอตัดสินใจวางเงินบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นเดินออกจากร้าน ท่ามกลางแสงไฟสลัวของถนนยามค่ำคืนที่สะท้อนกับพื้นถนนเปียกชื้น
เธอก้าวเดินไปตามทางเท้าด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำคันหรูจอดสนิทอยู่ที่มุมตึกที่คุ้นเคย ประตูด้านคนขับเปิดออก ธันวาก้าวลงมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรู เขายืนพิงรถด้วยท่าทางผ่อนคลาย แต่ทว่าแววตาที่เขามองมานั้นกลับดูเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไปคุยกับพิมพ์มาดามาหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มนุ่มลึกนั้นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวั่นเกรง “คุณ... คุณรู้ได้ยังไงคะว่ารินอยู่ที่ไหน?”
ธันวาไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดน้อยลงจนเหลือเพียงช่องว่างเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย แต่ในเวลานี้กลับทำให้เธอหายใจติดขัด
เขายกมือขึ้นเชยคางเธอเบาๆ นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากล่างอย่างแผ่วเบาจนรินรดาสั่นสะท้าน “โลกนี้มันอันตรายเกินกว่าจะให้คุณไปฟังคำพูดของคนอื่นนะครับริน... โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความจริงที่ผมเตรียมไว้ให้คุณ”
เขาก้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นแต่สั่นประสาท “รวิชญ์กำลังจะเริ่มแผนการในคืนนี้ และถ้าคุณไม่เชื่อใจผม... สิ่งเดียวที่ผมจะทำคือการกักขังคุณไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่คุณไม่มีวันหนีไปจากผมได้อีกเลย”
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถามถึงความหมายของประโยคสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็ดังขึ้นสั้นๆ เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาอย่างฉับพลัน เขาหันมาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“ดูเหมือนว่า ‘อดีต’ ที่คุณพยายามจะขุดคุ้ย จะไม่ได้แค่ส่งคำเตือนมาหาคุณเท่านั้น แต่มันกำลังเดินตรงมาหาเราสองคนในตอนนี้แล้วล่ะครับ”
รถยนต์สีดำสนิทอีกคันพุ่งทะยานเข้ามาจอดขวางทางเท้าเบื้องหน้า ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้พบในเวลานี้... ใบหน้าที่เธอเห็นในกระจกเมื่อหลายปีก่อน ผู้นำพาความลับทั้งหมดที่ธันวาพยายามปกปิดเอาไว้ กำลังก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเธอยิ่งเย็นเยียบ
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้า จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงเลยนะคะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 9
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!