"ถ้าคุณเชื่อมันง่ายขนาดนั้น... ก็เชิญเก็บของออกไปจากชีวิตฉันได้เลยค่ะ"
รินรดากลั้นใจพูดประโยคนั้นออกไป มือไม้ของเธอสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นไว้ใต้โต๊ะทำงาน เสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่ทว่ามันกลับกรีดลึกเข้าไปในความเงียบงันที่ปกคลุมห้องทำงานของธันวามานานนับชั่วโมง หลักฐานปลอมที่รวิชญ์ทิ้งเอาไว้เป็นเพียงกระดาษชุดหนึ่งที่ทำให้ความเชื่อใจของชายหนุ่มตรงหน้าสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ธันวานิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนดุจแสงดาวในคืนเดือนดับ บัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับถูกเมฆหมอกหนาทึบเข้าปกคลุม เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินผ่านเธอไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน
"ริน... ผมแค่อยากได้ยินความจริง" เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า ราวกับถูกบาดด้วยเศษแก้ว "หลักฐานชุดนี้มันระบุชื่อคุณชัดเจน วันเวลาที่พบกับรวิชญ์ ลายเซ็นต์ในสัญญาที่ผมยังไม่เคยเห็น... คุณจะให้ผมเชื่อใจคุณได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของผมมันทรมานจนแทบจะหยุดเต้นแบบนี้"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่คุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บอย่างประหลาด เธอเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วแต่ดูเหมือนห่างไกลออกไปเป็นล้านไมล์
"ถ้าคุณเลือกที่จะมองฉันผ่านกระดาษแผ่นนั้น แทนที่จะมองผ่านสายตาที่เคยใช้มองฉันมาตลอด... ก็แสดงว่าความเชื่อใจที่เคยมีให้กันมันไม่มีความหมายเลยใช่ไหมคะ" เธอเว้นจังหวะ น้ำตาเริ่มเอ่อรื้นที่ขอบตา แต่เธอกลั้นมันไว้สุดความสามารถ "ฉันยอมรับว่ารวิชญ์พยายามเข้าหาฉัน แต่ฉันไม่เคยทรยศคุณ ไม่เคยแม้แต่จะคิด!"
ธันวาหันกลับมา แววตาของเขามีความเจ็บปวดฉายชัด เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอดให้จมอก อยากจะเชื่อใจเธอจนหมดใจ แต่ความกลัวที่ฝังรากลึกในใจเขาตั้งแต่เด็ก—ความกลัวที่จะถูกคนที่รักที่สุดหักหลัง—มันกำลังกลายเป็นปีศาจร้ายที่กัดกินความสัมพันธ์นี้
"ไปพักผ่อนเถอะริน... ช่วงนี้เราต่างคนต่างอยู่สักพักดีกว่า ผมกลัวว่าถ้าเรายังคุยกันตอนนี้ ผมอาจจะพูดอะไรที่ทำให้เราสองคนเสียใจไปมากกว่านี้"
ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรินรดา เขาไม่ได้ไล่เธอ แต่เขากำลังปิดกั้นเธอออกไปจากพื้นที่ปลอดภัยที่เขาเคยสร้างให้
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ห่างกัน ความเงียบกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ รินรดากลายเป็นคนเหม่อลอย กองเอกสารการออกแบบโครงการยักษ์ใหญ่ตรงหน้าไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความทรมาน ความคิดถึงที่ถาโถมเข้ามาในยามค่ำคืนนั้นรุนแรงจนน่ากลัว มันไม่ใช่แค่ความเหงา แต่มันคือการตระหนักรู้ว่า... หากชีวิตนี้ไร้ซึ่งตัวตนของธันวา ทุกสิ่งที่เธอพยายามสร้างมาดูจะไร้ความหมายไปสิ้น
ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ธันวาก็นั่งมองแก้วไวน์ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้สัมผัสรสชาติของมันเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เขาเห็นในทุกช่วงเวลาของวันคือรอยยิ้มบางๆ ของรินรดา เสียงหัวเราะแผ่วเบาของเธอ และความอบอุ่นที่เขาเคยได้รับจากการกอดเธอในวันฝนตก
"ผมทำอะไรลงไป..." เขาพึมพำกับความว่างเปล่า ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า คำว่า 'คนสำคัญ' ไม่ได้หมายถึงคนที่อยู่ข้างกายในวันที่ทุกอย่างราบรื่น แต่คือคนที่หัวใจโหยหาในวันที่ทุกอย่างพังทลายลง
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ฝนตกลงมาอย่างหนักเหมือนฟ้าถล่ม รินรดาตัดสินใจเดินฝ่าสายฝนกลับมายังที่ทำงานของเขา เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ความทรมานจากการห่างกันมันเกินกว่าที่หัวใจดวงน้อยจะแบกรับได้ไหว เธอเพียงแค่อยากไปบอกเขาว่า ไม่ว่าโลกจะใส่ร้ายเธออย่างไร หรือใครจะสร้างหลักฐานขึ้นมาทำลายความสัมพันธ์นี้ แต่ขอเพียงเขายังเชื่อมั่นในตัวเธอ ทุกอย่างก็พร้อมจะผ่านไป
เธอมาถึงหน้าห้องทำงานของเขา ประตูไม่ได้ล็อก เธอผลักมันเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ
ภาพที่เห็นทำเอาลมหายใจของเธอขาดห้วง ธันวาไม่ได้อยู่คนเดียว ในห้องนั้น รวิชญ์กำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูด้วยท่าทีผ่อนคลาย โดยมีซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่กำลังสนทนากันด้วยน้ำเสียงที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ข้อเสนอนี้น่าสนใจมากธันวา... ถ้าคุณยอมแลกตัวรินรดาด้วยโครงการนี้ ผมก็พร้อมจะคืนอิสรภาพให้เธอ"
เสียงของรวิชญ์เย็นเยียบและทรงอำนาจ รินรดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอเห็นธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาดู สายตาที่เขามองไปที่เอกสารไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขามองมันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ดี... ถ้าคุณยืนยันว่าจะทำแบบนั้น ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน
โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิด เธอปล่อยถุงเอกสารในมือร่วงลงกับพื้น เสียงของมันดังสนั่นในห้องที่เงียบงัน... และนั่นทำให้ชายหนุ่มทั้งสองหันมามองเธอเป็นตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกคนนะคะที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 22 นี้ด้วยกัน หวังว่าหัวใจของทุกคนจะยังคงแข็งแรงพอที่จะรับมือกับความจริงในตอนถัดไปค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 22
ความคิดถึงที่ทรมาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!