พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 3

ใต้แสงจันทร์ริมหาด

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณยังไม่เลิกนิสัยชอบมองข้ามความจริงด้วยการมองออกไปที่ขอบฟ้าเวลาที่รู้สึกอึดอัดอีกเหรอคะ ริน” เสียงทุ้มนุ่มลึกของธันวาดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นที่กระทบหาดทรายอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้เกินระยะที่เหมาะสม แต่ทว่ากลิ่นหอมสะอาดจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอเค็มของทะเลกลับห้อมล้อมรินรดาไว้จนเธอรู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมในพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้ รินรดาชะงักมือที่กำลังกุมแก้วไวน์ค้างไว้ เธอยังคงทอดสายตามองผืนน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นสีเงินยวบยาบ ไม่หันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง “บางทีการมองอะไรที่กว้างขวาง มันก็ช่วยให้เราเห็นความเล็กจ้อยของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่บ้าง... หรือคุณไม่คิดอย่างนั้นคะ คุณธันวา” ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความเอ็นดูระคนตัดพ้อ เขาขยับกายลงนั่งบนเก้าอี้หวายตัวข้างๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความทางการลง “ปัญหาของรินไม่เคยเล็กจ้อยสำหรับผมหรอกครับ... โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวคุณ” รินรดาหันกลับมามองเขา แสงจันทร์นวลตาเผยให้เห็นแววตาที่พยายามจะสุขุมแต่สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ธันวาในชุดเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือแข็งแรง เขาดูผ่อนคลาย แต่ทว่ารังสีความกดดันบางอย่างจากเขากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “เราเลิกพูดถึงเรื่องปัญหากันเถอะค่ะ คืนนี้พระจันทร์สวยมาก... และฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงาน” เธอเบี่ยงเบนประเด็น พยายามรักษามาดสถาปนิกสาวผู้เย็นชาไว้ให้มั่น “ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน... งั้นเรามาคุยเรื่องที่รินพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองแบบแปลนพวกนั้นกันดีไหม” ธันวาหมุนแก้วไวน์ในมือเบาๆ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยของเธอ “สิบปีที่แล้ว... ที่ริมหาดแห่งนี้ รินเคยบอกผมว่าอยากสร้างบ้านที่ไม่มีกำแพง เพื่อที่ว่าวันหนึ่งถ้าใครสักคนอยากจะเดินจากไป เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าถูกขัง... ตอนนี้รินสร้างบ้านแบบนั้นได้หรือยังคะ หรือว่ากำแพงที่คุณสร้างขึ้นเองในใจมันหนาเกินกว่าจะมองเห็นทางออกแล้ว” คำถามนั้นดั่งศรที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาราวกับคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง ภาพเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่ซุกซ่อนความเหงาไว้ภายใต้รอยยิ้ม กับชายหนุ่มที่พร้อมจะรับฟังทุกถ้อยคำด้วยความทะนุถนอม “กำแพงที่ฉันสร้าง... ไม่ได้มีไว้ขังใครหรอกค่ะธันวา แต่มันมีไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาเห็นว่าข้างในนั้นมันพังทลายแค่ไหน” รินรดาแค่นยิ้มขมขื่น ก่อนจะจิบไวน์เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาของริมฝีปาก “ฉันไม่ใช่เด็กหญิงที่วิ่งไล่ตามดาวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ โลกของการทำงานสอนให้ฉันรู้ว่า... การไว้ใจใครสักคนโดยไม่มีเงื่อนไข คือความผิดพลาดที่ราคาแพงที่สุด” “ริน...” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายของเขาร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้น “ผมไม่เคยเป็นคนนอก และผมก็ไม่เคยต้องการให้รินแบกรับอะไรไว้คนเดียว รวิชญ์เขากำลังเล่นเกมที่สกปรกกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณยังดึงดันจะเดินหน้าโครงการนี้ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ยอมให้ผมเข้าไปช่วย... สุดท้ายคนที่ต้องเจ็บตัวที่สุดก็คือคุณเอง” ชื่อของรวิชญ์เหมือนกรดที่หยดลงบนแผลสด รินรดาชะงักกึก ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะรวิชญ์ในทางธุรกิจทำให้เธอหลงลืมไปว่า ชายหนุ่มตรงหน้าคือคนที่เคยเป็น 'ที่พักใจ' เพียงหนึ่งเดียวของเธอ “คุณรู้เรื่องที่รวิชญ์แอบโอนข้อมูลลูกค้าหรือคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หากแฝงด้วยความตระหนก ธันวาไม่ตอบทันที เขาเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจและความห่วงใย “ผมรู้ทุกอย่างที่เขาทำ... และผมก็กำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อปกป้องคุณ ริน... มองหน้าผม ผมไม่ได้ทำเพราะความเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ แต่ผมทำเพราะผมไม่อาจทนเห็นคุณถูกเขาพรากทุกอย่างที่สร้างมาไปได้” รินรดาจ้องลึกลงไปในดวงตาของธันวา ที่นั่นไม่มีความเสแสร้ง มีเพียงความจริงใจที่หนักแน่นดั่งขุนเขาและอบอุ่นดั่งแสงดาวที่โอบกอดเธอไว้ในค่ำคืนนี้ ทิฐิที่เธอสั่งสมมาตลอดสิบปีดูเหมือนจะคลอนแคลนลงอย่างช้าๆ “ทำไมคุณถึงยังทำดีกับฉัน... หลังจากที่ฉันเป็นคนเดินจากคุณมาเองในวันนั้น” คำถามนั้นหลุดออกจากปากเธอด้วยความอ่อนแอที่สุดในรอบหลายปี ธันวายิ้มบางๆ แววตาของเขาอ่อนแสงลงจนดูน่าหลงใหล “เพราะสำหรับผม... แสงดาวเดือนเก้าอาจจะเปลี่ยนทิศทางไปบ้าง แต่มันไม่เคยดับแสงลงจากท้องฟ้าของผมเลย ริน... กลับมาเชื่อใจผมอีกครั้งได้ไหม” บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงคลื่นทะเลที่เคยดังดุเดือดกลับกลายเป็นเพียงเสียงแผ่วเบาที่โอบล้อมคนทั้งสองไว้ ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงัด พร้อมกับแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ที่สาดส่องลงมายังบริเวณหาดทรายตรงหน้าพวกเขาอย่างรุนแรง ธันวาลุกขึ้นยืนทันที ร่างสูงใหญ่บังรินรดาไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่เมื่อเขาเห็นเงาร่างที่คุ้นตาเดินออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก หัวใจของรินรดาก็แทบหยุดเต้น “ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะครับ แต่ดูเหมือนเราจะมีเรื่องต้องคุยกันให้จบ... เกี่ยวกับแบบแปลนโครงการที่เพิ่ง 'หาย' ไปจากเซิร์ฟเวอร์ของผมเมื่อชั่วโมงก่อน” รวิชญ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือและท่าทีที่ประกาศสงครามอย่างชัดเจน รินรดากำหมัดแน่นเมื่อเห็นเอกสารที่รวิชญ์ถือ มันคือหลักฐานที่เขากำลังจะยัดเยียดความผิดให้เธอ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับภายใต้แสงดาวด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%