“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ปอดของแกกลายเป็นรังผึ้งก่อนจะได้รับคำตอบ”
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง สัมผัสเย็นเยียบของปากกระบอกปืนกดลงที่ท้ายทอยของศิลาอย่างแม่นยำ กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นอับชื้นของตึกร้างโชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ศิลาหยุดนิ่งสนิท ทว่านัยน์ตาคมกริบกลับกวาดมองเงาสะท้อนในเศษกระจกแตกบนพื้นเบื้องหน้า
นี่ไม่ใช่การเผชิญหน้าแบบบังเอิญ มันคือการ 'ต้อน' ที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล
“ดูเหมือนฉันจะประเมินค่าตัวเลขของตัวเองในตลาดมืดต่ำไปหน่อย” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อค่อยๆ เลื่อนไปแตะด้ามมีดพกเงียบเชียบ “แต่การเรียกแขกถึงรังขนาดนี้... คนสั่งคงไม่ได้อยากให้ฉันตายง่ายๆ ใช่ไหม?”
“แกฉลาดเกินไปศิลา... และความฉลาดนั่นแหละที่เป็นเชือกมัดคอแกเอง”
ศิลาไม่รอให้ประโยคถัดไปจบลง เขาทิ้งตัวลงพื้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดขาเตะขาพับของชายเบื้องหลังจนเสียหลัก เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโถงตึกร้าง แรงอัดของดินปืนเฉียดข้างแก้มเขาไปเพียงมิลลิเมตรจนผิวหนังแสบร้อน ศิลาไม่รีรอ เขาพุ่งเข้าใส่เงาดำนั้นทันที แรงปะทะทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุนไปตามพื้นปูนที่เต็มไปด้วยเศษหิน
ศิลาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก กระชากคอเสื้อชายคนนั้นกระแทกเข้ากับผนังปูน รอยแตกบนกำแพงร้าวลึกจากการปะทะ นัยน์ตาของศิลาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่เขากดทับไว้เสมอ
“ใครส่งแกมา!” ศิลาเค้นเสียงถาม มือที่บีบคออีกฝ่ายสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์
ชายชุดดำหัวเราะร่า เลือดสีคล้ำไหลซึมจากมุมปาก “แกคิดว่า... แกกำลังตามล่าฆาตกรอยู่สินะ? หึ... แกมันก็แค่หนูในเขาวงกตที่เจ้าของตึกเตรียมไว้ให้เล่นสนุกเท่านั้น”
ก่อนที่ศิลาจะทันเค้นคำตอบ กระแสไฟในตึกที่ควรจะถูกตัดไปนานแล้วกลับสว่างวาบขึ้นด้วยหลอดไฟนีออนเก่าคร่ำคร่าที่กะพริบถี่ๆ เสียงกลไกบางอย่างทำงานหนักอยู่ใต้พื้นไม้กระดานที่เขายืนอยู่ เสียง 'คลิก' เบาๆ ที่ดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปครู่หนึ่ง
เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่กับดักคน แต่มันคือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อ 'ทำลายล้าง'
“รินรดา...” เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความตระหนก หากรินรดาตามเขามาที่นี่ เธอจะอยู่ในรัศมีของระเบิดนี้ด้วย
ศิลาผลักชายชุดดำออกสุดแรงก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างชั้นสองที่พังทลาย แต่ทว่า... พื้นไม้ใต้เท้ากลับถล่มลงทันทีตามแรงกลไกที่ถูกปลดล็อก ร่างของเขาตกลงสู่หลุมดำมืดเบื้องล่างกระแทกกับพื้นดินชั้นล่างอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนแทบขยับไม่ได้ กลิ่นแก๊สจางๆ เริ่มลอยฟุ้งเข้ามาในโสตประสาท
ศิลาพยายามยันกายขึ้น ความมืดมิดรอบตัวทำให้เขามองเห็นเพียงลางๆ แสงไฟวับแวมจากด้านบนส่องให้เห็นโครงเหล็กที่ห้อยโตงเตงเหนือหัว รินรดายืนอยู่ตรงขอบชั้นบนที่พังลงมา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
“ศิลา! ออกมาเดี๋ยวนี้! แก๊ส...” เสียงของรินรดาสั่นเครือ เธอไม่ได้พูดจบประโยค แต่ศิลารับรู้ได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องมืดแห่งนี้ ผนังห้องไม่ได้มีแค่เศษปูน แต่มันเต็มไปด้วยรูปถ่าย... รูปถ่ายของครอบครัวเขา รูปถ่ายของเขาในทุกๆ วันที่ผ่านมา ใครบางคนเฝ้ามองเขามาตลอด และตอนนี้คนคนนั้นกำลังปิดเกม
“ถ้าฉันตาย... แกจะไม่มีวันได้คำตอบ” ศิลาตะโกนออกไปในความว่างเปล่า แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากแก๊สที่สูดดมเข้าไป
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องใต้ดิน รองเท้าหนังขัดมันก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา แสงไฟจากไฟฉายบนมือของคนปริศนาส่องเข้าที่ใบหน้าของศิลาจนเขาต้องหรี่ตาหนี
“คำตอบเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้น ชายผู้นั้นค่อยๆ ก้มตัวลงจนเห็นใบหน้าภายใต้เงามืด ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก แต่อีกครึ่งที่เหลือ... คือรอยยิ้มที่ทำให้ศิลาต้องแทบหยุดหายใจ
“พ่อ?”
ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนเข็มกลัดที่ปกเสื้อของชายตรงหน้า มันเป็นตราเดียวกับที่ฆาตกรทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน ชายตรงหน้าเอื้อมมือมาแตะไหล่ของศิลาเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มรีโมทในมือในขณะที่รินรดากำลังจะกระโดดลงมาช่วย
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกรัก"
ระเบิดทำงานในเสี้ยววินาทีนั้น พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงของรินรดาที่ขาดห้วงไปในเปลวเพลิงที่กลืนกินทุกอย่าง
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 9
กับดักที่วางไว้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!