ปลายกระบอกปืนเหล็กเย็นเยียบกดลึกลงบนขมับขวาของศิลา กลิ่นดินปืนจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกจนเขารู้สึกได้ถึงไอสังหารที่คุกรุ่นอยู่รอบกาย ชายชุดดำเบื้องหน้าแสยะยิ้ม ดวงตาที่เต็มไปด้วยแววอำมหิตหรี่ลงเล็กน้อย นิ้วชี้ที่วางอยู่บนไกปืนเริ่มออกแรงกดทีละนิด ราวกับกำลังลิ้มรสความหวาดกลัวที่ศิลาพยายามซ่อนไว้ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย
"แกตายวันนี้ ศิลา... ความแค้นที่แกแบกไว้มันจะจมไปกับแกในหลุมศพที่ฉันขุดไว้ให้" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู
ศิลาไม่ได้ตอบโต้ เขาทำเพียงแค่ผ่อนลมหายใจช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงร้างที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศดูราวกับจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ทุกอย่างบีบคั้นจนแทบขาดใจ เขาไม่กลัวความตาย หากแต่สิ่งที่ยังติดค้างในใจคือชื่อของคนบงการที่ฆ่าครอบครัวของเขา หากเขาจบชีวิตลงที่นี่ ความจริงทั้งหมดจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับหยดเลือดของเขาด้วยหรือไม่
ทว่า... ก่อนที่เสียงลั่นไกจะดังขึ้นจนดับลมหายใจของเขา ความเงียบงันก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกระจกแตกกระจายจากหน้าต่างด้านบน
*เพล้ง!*
เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานลงมาราวกับเสือดาวที่จ้องตะปบเหยื่อ ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่กำลังเสริม แต่เป็นรินรดาที่มือข้างหนึ่งกำวัตถุโลหะหนักแน่นไว้มั่น เธออาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งเข้ากระแทกชายชุดดำจนเซถลา กระบอกปืนที่จ่อหัวศิลาลั่นไกออกไปหนึ่งนัด กระสุนเจาะเข้าผนังปูนจนฝุ่นตลบ
"ถอยไป!" รินรดาตะโกนลั่น เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว
ศิลาไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่มือสังหารเสียหลัก พุ่งเข้าประชิดตัวและสอยอาวุธจากมืออีกฝ่ายด้วยทักษะการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนที่ศิลาจะคว้าคอเสื้อแล้วกดร่างนั้นลงกับพื้นอย่างรุนแรง
"ใครส่งแกมา!" ศิลาตวาดถาม นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น
ชายชุดดำหัวเราะร่าทั้งที่เลือดกลบปาก "แกไม่มีวันได้รู้... ต่อให้แกฆ่าฉัน ความลับก็ยังอยู่กับคนอื่นอยู่ดี ศิลา... แกมันก็แค่หมาล่าเนื้อที่วิ่งตามเงาตัวเอง!"
ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำก็กัดฟันแน่น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างผิดปกติ ก่อนจะสงบนิ่งไปอย่างรวดเร็ว ศิลาขมวดคิ้วรีบเช็กชีพจรที่ลำคอของอีกฝ่าย ก่อนจะพบว่ามันหยุดเต้นไปแล้ว... มีกลิ่นอัลมอนด์จางๆ โชยออกมาจากปากของศพ
"ยาพิษ..." ศิลาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความร้าวราน
รินรดาเดินเข้ามาใกล้ มือของเธอยังสั่นเทาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอจ้องมองร่างไร้วิญญาณสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งช่วยไว้ ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในโกดังร้างอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดทำลายความเงียบนั้น
"ฉันบอกคุณแล้วว่าอย่าทำคนเดียว" รินรดากล่าว พลางพยายามเก็บซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกนิด คุณก็คง..."
"ผมไม่ได้ขอให้คุณมา" ศิลาตอบกลับเสียงเย็น แม้ในใจจะรู้ดีว่าตนเองเพิ่งได้รับชีวิตใหม่จากหญิงสาวคนนี้ "ที่นี่มันอันตรายเกินไป รินรดา คุณกำลังเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเรื่องของคนอื่น"
"คนอื่นงั้นเหรอ?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น สบตาเขาอย่างท้าทาย "สำหรับคุณ ฉันเป็นแค่คนอื่นหรือเปล่าศิลา หรือจริงๆ แล้วคุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้ามีใครสักคนเข้ามาในชีวิต คุณจะเสียเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปหมด"
ศิลาชะงัก คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงบนแผลเป็นในใจ เขาไม่ได้ตอบโต้ แต่เบือนหน้าหนีไปทางประตูทางออก ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเดิน เสียงสัญญาณโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของชายชุดดำที่ตายไปก็ดังขึ้น
ศิลาขยับกายไปรับโทรศัพท์นั้นด้วยความระมัดระวัง เขาเปิดลำโพงให้รินรดาได้ยิน เสียงทุ้มต่ำจากปลายสายฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
*"จัดการมันเสร็จหรือยัง? ถ้าเสร็จแล้วก็เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอยว่า 'ท่าน' มีส่วนเกี่ยวข้อง"*
ศิลาตัวแข็งทื่อ เขาจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงที่เขาหลอกหลอนเขาในฝันร้ายมาตลอดสิบปี เสียงของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับครอบครัวของเขาในเหตุการณ์เพลิงไหม้วันนั้น
"นายเป็นใคร..." ศิลาถาม เสียงเขาสั่นเครือ
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่ศิลาเคยได้ยินมา
*"ไม่ได้เจอกันนานนะ... ศิลา ลูกชายที่น่าสงสารของฉัน"*
ศิลาทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดนั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนคว้าง ความจริงที่เขาเพิ่งได้รับรู้ช่างเจ็บปวดและบิดเบี้ยวเกินกว่าที่เขาจะรับไหว รินรดาเบิกตากว้าง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของชายที่ยืนหยัดมาโดยตลอด
"ศิลา... นั่นมันหมายความว่ายังไง" รินรดากระซิบถาม
ศิลาไม่ตอบ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง... สงครามที่เขากำลังเผชิญอยู่ ไม่ได้มีเพียงแค่ฆาตกร แต่มันคือครอบครัวที่เขาคิดว่าตายจากไปแล้ว กลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาเหลืออยู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 10
รอดตายอย่างหวุดหวิด
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!