กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้ศิลาต้องกลั้นหายใจไม่ใช่กลิ่นเหล่านี้ หากแต่เป็นตัวเลขและรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ซึ่งสะท้อนแสงสีฟ้าเรื่อขึ้นบนใบหน้าคมสันที่ไร้รอยยิ้ม
ในห้องใต้ดินใต้ซากโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความเงียบงันถูกกัดเซาะด้วยเสียงหยดน้ำที่ดังติ๊ง... ติ๊ง... เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังชีวิตของใครบางคน
"นายแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ไฟล์ขยะจากเซิร์ฟเวอร์เก่า?"
เสียงกระซิบของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความมืด เธอยืนกอดอกพิงชั้นวางแฟ้มเอกสารเก่าๆ สายตาสอดส่องไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง มือเรียวข้างหนึ่งกุมด้ามปากกาในกระเป๋าเสื้อแน่นราวกับมันคืออาวุธชิ้นเดียวที่มี ศิลาไม่ได้ตอบทันที ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือหนังสีดำยังคงเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ไปตามโฟลเดอร์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงสามชั้น
ตระกูลวรاتิวงศ์... นามสกุลที่ควรจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับกองเพลิงในคฤหาสน์เมื่อสิบปีก่อน กลับปรากฏหราอยู่บนหัวกระดาษของเอกสารบัญชีลับบัญชีนี้
"บัญชีบริษัท 'สยามธนกิจ' ไม่เคยถูกชำระบัญชีจริง" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศ แต่ดวงตาสีดำสนิทกลับวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกสุมไฟเพิ่ม "มันถูกเปลี่ยนถ่าย... แปลงสภาพ และซุกซ่อนอยู่ใต้โครงสร้างขององค์กรการกุศลที่พ่อฉันเคยบริจาคเงินให้ทุกปี"
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีตารางตัวเลขและชื่อรหัสลับจำนวนมาก "องค์กร 'เมตตาธรรมสากล' น่ะเหรอ? ที่เบื้องหน้าช่วยเด็กกำพร้าและผู้ยากไร้ แต่เบื้องหลัง..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "หมายความว่า พ่อของนายไม่ได้แค่ถูกฆ่าเพราะขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจธรรมดา แต่ท่านกำลังเหยียบย่างเข้าไปในรังของพวกมัน... รังที่แม้แต่ตำรวจระดับสูงก็ยังต้องก้มหัวให้"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "เหยียบย่าง? ไม่... พ่อฉันไม่ได้เดินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แต่ท่านเป็นคนสร้างประตูห้องใต้ดินนี้ขึ้นมาเองต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหมายความว่า..."
"เอกสารชุดนี้ลงลายมือชื่อโดย 'อรรถ' ผู้จัดการส่วนตัวของพ่อ และเป็นคนที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็นคนเผาบ้านเพื่อหนีความผิด" ศิลาหันมามองหน้าหญิงสาว แววตาคู่นั้นว่างเปล่าจนน่ากลัว "แต่บัญชีนี้ยังมีการเคลื่อนไหว... เมื่อวานนี้เอง"
บรรยากาศในห้องใต้ดินอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบออกไป เธอมองเห็นความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงันของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การตามหาความจริงเพื่อล้างมลทินให้ครอบครัว แต่มันคือการพังทลายของความทรงจำทั้งหมดที่ศิลายึดเหนี่ยวมาตลอดสิบปี พ่อที่เขาเคารพรัก อาจเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอุบาทว์นี้ หรือไม่... ท่านก็คือเหยื่อผู้โง่เขลาที่ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด
"ศิลา..." รินรดายื่นมือออกไปหมายจะแตะไหล่หนาเพื่อปลอบโยน แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่มุมมืดของห้อง
แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สองครั้ง... สามครั้ง...
*กริ๊ก.*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังมาจากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ ศิลาดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยสัญชาตญาณ ดึงรินรดาเข้ามาชิดร่าง พร้อมกับชักปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากเข็มขัดด้านหลังอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดที่ไร้ทางหนี
"มีคนมา" ศิลากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของหญิงสาว
ประตูเหล็กบานหนาทางเดียวที่ใช้เข้าออกห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกช้าๆ เสียงสนิมเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น รองเท้าหนังราคาแพงย่างเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างมั่นอกมั่นใจ
ศิลาหรี่ตาลงเล็งปากกระบอกปืนไปที่ความมืดเบื้องหน้า นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืนพร้อมเหนี่ยวได้ทุกเมื่อ
"ยินดีต้อนรับสู่... มรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลวรติวงศ์, คุณหนูศิลา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทาย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นภายใต้เงาสลัวของแสงไฟฉุกเฉิน เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นความมืดออกมา ศิลาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนเกือบทำปืนหลุดมือ
ชายคนนั้น... คือคนที่ควรจะนอนอยู่ในโลงศพเมื่อสิบปีก่อน คนที่ตำรวจยืนยันว่าเสียชีวิตในกองเพลิงพร้อมกับพ่อแม่ของเขาเอง
"คุณลุง... ธนา?" รินรดาหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
ธนาคลี่ยิ้มกว้าง แววตาหลังกรอบแว่นทองคำเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอำนาจมืด ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือรีโมทคอนโทรลสีดำเครื่องเล็ก
"ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอหลานชายตัวดี..." ธนากวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดคาไว้ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "น่าเสียดายนะศิลา... ที่ความอยากรู้อยากเห็นของแก มันกำลังจะพาแกไปพบกับ 'ความจริง' ที่ทรมานกว่าความตายเสียอีก"
นิ้วเรียวของธนาขยับเข้าใกล้ปุ่มสีแดงบนรีโมทในมือ...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 8
ความลับใต้ดิน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!