กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษ ตลบอบอวลอยู่ในห้องเก็บแฟ้มคดีค้างคาของสถานีตำรวจนครบาล แสงไฟนีออนสีตุ่นกะพริบถี่ทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าตก ขับให้บรรยากาศรอบตัววังเวงราวกับสุสานแห่งความลับที่ถูกลืมเลือน
ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวเล็ก แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเก่าสาดส่องลงบนแฟ้มคดีสีน้ำตาลเข้มตรงหน้า หน้าปกพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ดีดเลือนราง—*คดีฆาตกรรมตระกูลจิระกุล (พ.ศ. 2555)*—ตัวเลขปีศักราชที่ฝังรากลึกอยู่ในรอยแผลเป็นกลางใจเขา
นิ้วเรียวยาวคีบรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่งขึ้นมาพินิจ ดวงตาสีเข้มฉายแวววับโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ร่องรอยการถูกรัดที่ลำคอของร่างไร้วิญญาณในภาพ สะท้อนเงาความแค้นที่เขาเพียรบ่มเพาะมาตลอดหลายปี
"นายคิดจะขุดศพขึ้นมาหายใจเองหรือไง ศิลา"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นพร้อมกับร่างของรินรดาที่ก้าวเข้ามาในห้องคับแคบ เธอวางแก้วกาแฟอุ่นควันกรุ่นลงบนโต๊ะ ก่อนจะทอดสายตามองแฟ้มคดีกองโตที่รายล้อมตัวชายหนุ่ม แววตาของนักข่าวสาวเต็มไปด้วยความห่วงใยเจือความระแวง
ศิลาไม่ตอบ เขายังคงพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า กระดาษเปื่อยยุ่ยส่งเสียงกรอบแกรบยามต้องปลายนิ้ว ทุกตัวอักษรในบันทึกของร้อยตำรวจเอกผู้ล่วงลับ บ่งบอกถึงความพยายามที่สูญเปล่า... หรือบางที มันอาจไม่ใช่ความล้มเหลวโดยบังเอิญ
"สำนวนคดีนี้ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุจากการปล้นชิงทรัพย์' แต่ตำรวจที่ทำคดีกลับย้ายกะทันหัน และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉียบพลันในอีกสามเดือนต่อมา" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ระลอกคลื่น ทว่าเย็นเยียบจนรินรดารู้สึกสันหลังวาบ
"นายกำลังบอกว่า..." รินรดาชะงัก กลืนก้อนสะอื้นเหนียวหนืดลงคอ "มีคนมีอำนาจสั่งปิดปาก?"
"คนระดับนั้น... ไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "พวกมันแค่รอให้กาลเวลาพัดพาความจริงให้จมหายไป แต่พวกมันคงลืมไปว่า... ไฟที่สุมอยู่ในอกฉัน ไม่เคยมีวันมอดดับ"
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวเอื้อมไปแตะทับหลังมือของชายหนุ่มที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว สัมผัสนั้นอุ่นพอที่จะดึงศิลากลับมาจากขอบเหวแห่งความมืดมิดชั่วขณะ
"หยุดเถอะศิลา การลากตัวเองกลับไปในหลุมศพนั้นไม่ได้ช่วยให้ใครฟื้นขึ้นมา นายมีฉัน... มีคนที่ยังห่วงนายนะ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย เจือความเว้าวอนที่หาได้ยากยิ่งจากหญิงสาวผู้แข็งกระด้างคนนี้
ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเสี้ยววินาที เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาเอง—เงาของมนุษย์ที่พังทลาย แต่ยังมีแสงสว่างเส้นบางๆ คอยเหนี่ยวรั้งไว้
เขากำลังจะเอաբาทบางอย่างเพื่อตอบรับความห่วงใยนั้น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันในห้องใต้ดินอย่างกะทันหัน ทั้งศิลาและรินรดาชะงักค้างในท่าทางเดิม ศิลาส่งสัญญาณมือห้ามรินรดาพูดอะไร ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาสอดเข้าไปใต้เสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งไม่คาดฝัน
ประตูกลอนไม้ผุพังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ในความมืดสลัวของโถงทางเดิน ปรากฏร่างของชายสูงวัยในชุดกันฝนเปียกชุ่ม หมวกฮู้ดดึงต่ำจนบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทว่ากลิ่นอายที่โชยมากับสายลมเย็นเยียบชวนให้ขนหัวลุก
ชายปริศนาก้าวเข้ามาในแสงไฟ สลัดฮู้ดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากขมับซ้ายพาดผ่านดวงตาที่บอดสนิทลงมาถึงมุมปาก รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนริมฝีปากแห้งผากนั้น
"ไม่เจอกันนานนะ... คุณหนูศิลา นายยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องที่ฝังไปแล้วขึ้นมาอีกรึไง ลูกชายของสารวัตรผู้โง่เขลา"
ศิลายืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายชาวาบไปทั้งร่างเมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น ภาพในอดีตที่พยายามลืมเลือนไหลบ่ากลับเข้ามาดั่งคลื่นพายุคลั่ง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่า... แขกยามวิกาลผู้นี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับศิลาอย่างแน่นอน และเขาถือครองกุญแจดอกสุดท้ายที่อาจนำไปสู่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 7
ร่องรอยในแฟ้มคดีเก่า
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!