เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 6

พันธสัญญาที่ไม่ได้เอ่ย

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คราบกาแฟเย็นชืดก้นแก้วกระดาษสะท้อนเงาหลอดไฟนีออนกะพริบถี่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง—เสียงฮัมต่ำจากตู้เย็นในห้องเช่าแคบๆ แข่งกับเสียงเคาะนิ้วเป็นจังหวะของศิลา บนโต๊ะตรงหน้าคือแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่กระดาษเริ่มเหลืองกรอบ แสงไฟจากภายนอกหน้าต่างสาดส่องผ่านมู่ลี่เก่าๆ ตัดเป็นริ้วขนานพาดผ่านใบหน้าครึ่งซีกของชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบไร้แววหวาดหวั่นจดจ้องไปยังรินรดา นิตยสารสืบสวนสาวที่นั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องคำรามก่อนฝนตก "คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของศิลาหลุดลอดจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยซ้ำ นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย ซึ่งปรากฏภาพถ่ายขาวดำของบ้านไม้หลังหนึ่งที่ถูกไฟไหม้เกรียมจนเหลือแต่ตอ "และไฟกองนี้... มันไม่ได้เผาแค่หลักฐาน แต่มันพร้อมจะกินหัวคุณเข้าไปด้วย ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องของ 'พวกมัน'" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอยื่นมือเรียวบางออกไปคว้าแฟ้มเอกสารนั้นมากอดไว้แนบอก ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา ราวกับจะค้นหาความลับทั้งหมดที่เขาซุกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ไฟเหรอ? คิดว่าฉันกลัวความร้อนหรือไง ศิลา" เธอย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่น้ำหนักคำพูดเฉียบคมราวใบมีด "คุณคิดว่าคุณแบกความแค้นไว้คนเดียวแล้วมันจะเท่มากหรือไง? สองปีแล้วที่คุณวิ่งไล่เงาตัวเองโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย นอกจากรอยแผลเป็นใหม่ๆ บนตัว... ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้คุณคงถูกฝังกลบไปพร้อมกับความลับพวกนั้นในป่าหลังเมืองไปนานแล้ว" คำพูดของเธอเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงตรงกลางใจ ศิลาชะงัก นิ้วที่เคยเคาะโต๊ะหยุดสนิท เขาดึงสายตากลับมาสบตากับหญิงสาว แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม ความจริงในคำพูดของเธอมันบาดลึกเกินกว่าจะหาข้อแก้ตัว ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเล็กน้อย เก้าอี้ไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญในความเงียบ "นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก" ศิลาเน้นเสียงทีละคำ ช้าๆ ชัดๆ "คนที่อยู่เบื้องหลังเอกสารพวกนั้น... มันไม่ใช่แค่นักการเมืองท้องถิ่นหรือตำรวจกังฉิน พวกมันคือเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับรากเหง้าของความเน่าเฟะในเมืองนี้ ทุกคนที่เข้าใกล้ความจริงมักจะจบลงด้วยการเป็น 'อุบัติเหตุ' คุณมั่นใจแค่ไหนว่ากระดูกของคุณจะแข็งพอจะต้านทานแรงกระแทกจากพวกมันได้?" รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวลงค้ำโต๊ะเข้าหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของฝนและบุหรี่อ่อนๆ จากตัวเขา กลิ่นอายอันตรายที่เธอคุ้นเคยและไม่เคยคิดจะถอยหนี "แล้วคุณมั่นใจแค่ไหน... ว่าคุณจะลากคอพวกมันมาลงโทษได้ด้วยตัวคนเดียว?" รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "เราต่างก็มีสิ่งที่ต้องแลก ศิลา... คุณอยากได้ความยุติธรรมให้ครอบครัว ส่วนฉันต้องการความจริงให้สังคมนี้ได้เห็นว่าความยุติธรรมมันยังมีอยู่จริง... เราไม่ได้เดินเรือลำเดียวกันหรอก แต่เรากำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกเดียวกัน" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างช้าๆ ศิลาจ้องมองใบหน้าของนักข่าวสาว นัยน์ตาของเธอนิ่งสนิท ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ดื้อแพ่งจนน่าโมโห—และในขณะเดียวกัน ก็เป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องทะลุความมืดมิดในอกของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วพริบตา ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับยอมจำนนต่อความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ "ตกลง" ศิลาลืมตาขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "แต่มีข้อแม้เดียว..." "ว่ามา" รินรดาเลิกคิ้ว "ถ้าฉันสั่งให้หมอบ... เธอต้องหมอบ ถ้าฉันบอกให้ถอย... เธอต้องหันหลังกลับทันที ไม่มีข้อแม้ ไม่มีคำถาม... ถ้าทำไม่ได้ ตั้งแต่วรินรดา... ตั้งแต่วินาทีนี้ ไสหัวออกจากห้องของฉันไปซะ" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าเคร่งเครียดของเธอดູผ่อนคลายลงชั่วขณะ เธอเอื้อมมือขวาออกไปตรงหน้า สัญชาตญาณของการเป็นผู้ร่วมชะตากรรมถูกขีดเส้นตายด้วยการกระทำ "ดีล" เธอยื่นคำขาด ศิลาเงื้อมือขึ้นมา ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการผ่านการต่อสู้และงานหนักยื่นไปกุมมือบางของรินรดาแน่น สัมผัสอุ่นจากมือของเธอส่งผ่านมาถึงความเย็นเยียบในใจของเขา พันธสัญญาที่ไม่ได้เอ่ยคำสาบานใดๆ ถูกผูกมัดไว้ด้วยความตายและความลับที่กำลังจะถูกเปิดโปง ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก ไม่ใช่เสียงเคาะแบบปกติ แต่มันเป็นจังหวะที่ศิลาคุ้นเคยดี เป็นรหัสลับที่ใช้เฉพาะในยามฉุกเฉินเท่านั้น รินรดาสะดุ้ง ชักมือกลับอัตโนมัติ หันไปมองประตูเหล็กบานเก่าที่ปิดสนิทด้วยความระแวง ศิลาผุดลุกขึ้นยืน ร่างกายตื่นตัวในเสี้ยววินาที มือขวาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกที่เหน็บไว้ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ สัญญาณอันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นในโสตประสาท เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งขึ้นบันไดตึกมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเขา และก่อนที่ศิลาจะทันได้ขยับตัว ล็อกประตูเหล็กก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล! ร่างของชายชุดดำสามคนพุ่งทะลักเข้ามาในห้องความมืด พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องตรงมาที่ใบหน้าของพวกเขา และสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล ไม่ใช่เพราะพวกมันคือมือสังกร... แต่เพราะหนึ่งในชายชุดดำที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าของสารวัตรเดชา นายตำรวจมือขวาที่เพิ่งรับปากจะช่วยเขาไขคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน! "ตามหาตัวยากจริงๆ นะ... ศิลา" สารวัตรเดชายิ้มเหี้ยมเกรียมในความมืด พร้อมกับยกปากกระบอกปืนพกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของรินรดาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%