เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 5

รินรดาผู้ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คราบเลือดสีน้ำตาลแห้งกรังบนพื้นไม้เนื้อแข็งใต้ตู้หนังสือโบราณ ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของความตายโดยตรง แต่มันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักขังมานานนับทศวรรษ นิ้วเรียวยาวของศิลาในถุงมือหนังสีดำเข้มขูดเบาๆ ลงไปตามร่องรอยขูดขีดบนบานพับหน้าต่าง กลิ่นอับชื้นของห้องสมุดลับใต้ดินเขตเมืองเก่าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลง ทุกย่างก้าวของเขาในค่ำคืนนี้ถูกคำนวณไว้หมดแล้ว—ความเงียบคือพันธมิตร ความมืดคือม่านพราง และเป้าหมายเบื้องหน้าคือสมุดบันทึกหนังสีดำที่อาจเป็นกุญแจดอกสุดท้ายในการไขปริศนาคดีฆาตกรรมยกครัวเมื่อสิบปีก่อน ทว่า... เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจนเกือบสะดุดพรมเปอร์เซียตรงทางเข้า ก็ทำลายสมาธิทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที "หยุดอยู่ตรงนั้นเลยค่ะ!" เสียงหอบหายใจระคนความตื่นตระหนกดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่สาดพุ่งเข้ามาตรงใบหน้าของศิลาอย่างจงใจ ความสว่างกะทันหันทำให้ม่านตาของชายหนุ่มหดเกร็งโดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้ตกใจ แต่กล้ามเนื้อทุกมัดกลับเกร็งตัวขึ้นด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน ศิลาหันกลับไปช้าๆ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนซ่อนความเยียบเย็นไว้ภายใต้เงาลึกของฮู้ดสีเข้ม เขาจ้องมองผู้มาเยือนอย่างพิจารณา—รินรดา ยืนอยู่ตรงกรอบประตู ผมยาวประบ่ารุ่ยร่าย เสื้อโค้ทกันฝนเปียกชื้นแนบกับลำตัว แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือแววตาคู่นั้น... แววตาของนักข่าวสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจมืดใดๆ และดื้อรั้นเสียจนน่ารำคาญ "คุณตามผมมาทำไม รินรดา" เสียงของศิลากดต่ำ ลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ระAคนความระแวง "ตามมาดูว่าคุณกำลังจะทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญ หรือกำลังจะเอาชีวิตมาทิ้งกันแน่ ศิลา!" รินรดาก้าวเข้ามาในห้องแคบๆ นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความกดดันจากบรรยากาศรอบตัวจะทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกวาดสายตาสำรวจสภาพห้องที่มีร่องรอยการงัดแงะ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สมุดบันทึกในมือของศิลา "วางลงซะ นั่นมันหลักฐานของตำรวจ... ไม่ใช่สมบัติที่คุณจะเอาไปชำระแค้นส่วนตัว" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยาก "ตำรวจงั้นหรือ? สิบปีที่ผ่านมา ตำรวจพวกนั้นไม่เคยหาความจริงเจอ มีแต่จะพยายามปิดคดีเพื่อเอาใจนายทุน... คุณคิดว่ากระบวนการยุติธรรมบ้าๆ นั่นจะคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวฉันได้งั้นรึ?" ก้าวเท้าของรินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ความโกรธเคืองในแววตาของเธอสั่นไหวลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาแห่งความเจ็บปวดสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของชายหนุ่ม แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดขวางทางออกเดียวของห้องไว้ ร่างบางสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและอากาศเย็นชื้น แต่ท่าทางกลับดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ "ฉันเข้าใจความแค้นของคุณ ศิลา..." เธอพูดเสียงอ่อนลง แต่ยังคงความหนักแน่น "แต่การที่คุณเลือกเดินเข้าสู่ความมืดเพื่อล้างแค้น มันไม่ได้ทำให้คุณต่างจากพวกมันเลยสักนิด ฉันไม่อยากเห็นคุณกลายเป็นฆาตกรที่ฉันต้องมานั่งทำข่าวตามล่าในวันหน้า" "ถอยไป รินรดา" ศิลาขยับตัวเข้าหา ชายหนุ่มสูงใหญ่กว่ากดดันเธอด้วยรัศมีคุกคามที่น่ากลัว "นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรเอาตัวเข้ามาเสี่ยง ชีวิตคุณสะอาดเกินกว่าจะมาแปดเปื้อนกับเลือดของตระกูลที่ตายไปแล้ว" "ถ้าฉันถอย... ใครจะเป็นคนดึงคุณกลับมาจากเหตุกลวงนี้ล่ะ?" รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปประชิด ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันในความมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมเจือจางของเธอลอยปะปนกับกลิ่นฝนและกลิ่นเลือดเก่าๆ สร้างความปั่นป่วนที่ศิลาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในเวลานี้ "คุณคิดว่าฉันกลัวความตายเหรอ?เปล่าเลย... ฉันกลัวการเห็นคนๆ หนึ่งกำลังจะทำลายอนาคตของตัวเองเพื่ออดีตที่ไม่มีวันย้อนคืนต่างหาก" สายตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานใต้ดินดังต๊อกแต๊กเป็นจังหวะ ศิลาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยความแค้นมานานนับทศวรรษ กลับรู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ แทงเข้าที่กลางอก ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดดื้อรั้นของเธอมันช่างชัดเจนเสียจนเขาเกลียดตัวเองที่รู้สึกไหวหวั่น แต่วินาทีที่ศิลากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธและผลักเธอออกไป เสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากก็ดังสนั่นขึ้นที่ชั้นบน—ไม่ใช่เสียงของคนคนเดียว แต่เป็นเสียงของรองเท้าคอมแบตหลายคู่ที่กำลังก้าวลงบันไดมาอย่างเป็นระเบียบ! รินรดาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา "พวกมัน... ตามมาได้ยังไง?" ศิลาหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เขาหันไปมองหน้าต่างระบายอากาศด้านหลังที่แคบเกินกว่าจะมุดออกไปได้ทันท่วงที ก่อนจะหันกลับมามองสมุดบันทึกในมือ แล้วมองรินรดาที่ตอนนี้ตกอยู่ในรัศมีอันตรายเคียงข้างเขา แสงไฟฉายสว่างจ้ากราดส่องเข้ามาตามช่องประตู พร้อมกับเสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมที่ดังลั่นทะลุความมืดเข้ามา— "ล้อมไว้หมดแล้ว! ใครขยับ ยิงทิ้งทันที!" และก่อนที่ศิลาจะทันได้คิดแผนหนี รินรดากลับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่เขาคาดไม่ถึง เธอกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือแต่ชัดเจนข้างหูเขาว่า... "ทางหนี... ฉันรู้ว่าอยู่ตรงไหน ตามฉันมา!" --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%