เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 4

การเผชิญหน้าในบาร์ลับ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“กติกาของที่นี่ไม่มีอะไรซับซ้อน... ถ้ามึงไม่อยากเป็นขยะที่ถูกหามออกไป ก็นั่งจิบเหล้าโง่ๆ ของมึงไปซะ แล้วลืมทุกอย่างที่เห็นในคืนนี้” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความข่มขู่ดังขึ้นเหนือศีรษะ ศิลาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่หมุนแก้ววิสกี้ในมือช้าๆ ปล่อยให้ก้อนน้ำแข็งกระทบขอบแก้วดัง *กริ๊ง* เบาๆ ท่ามกลางความอื้ออึงของบาร์ลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่จางๆ และคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศ ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากชายร่างยักษ์สามคนที่ยืนล้อมโต๊ะของเขาอยู่ หนึ่งในนั้นคือนักเลงท้องถิ่นที่เขากำลังตามหาเบาะแส... ชายผู้มีรอยสักรูปงูเลื้อยพันดาบหักที่ต้นคอ สัญลักษณ์เดียวกับที่ติดตัวฆาตกรในคืนนรกวันนั้น “ถ้ากูจะขอถามต่ออีกสักประโยค... มันจะเป็นการฝ่าฝืนกติกามากไปไหม?” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขายังคงจดจ้องอยู่เพียงของเหลวอำพันในแก้ว “มึงกำลังรนหาที่ตายนะ ไอ้หน้าจืด” ชายร่างยักษ์หัวเราะหึในลำคอ พร้อมกับวางมือหนาลงบนไหล่ศิลาหมายจะกดให้เขาลุกขึ้น แต่ทว่า... วินาทีนั้นเอง ศิลาไม่ได้ขยับตัวตามแรงผลัก เขากลับรวบข้อมือของชายคนนั้นไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนธรรมดา แล้วบิดพับจนเกิดเสียงกระดูกลั่นดัง *กร๊อบ* ภายในบาร์ที่เงียบกริบลงถนัดตา “อ๊ากกก!” เสียงร้องโหยหวนฉีกกระชากบรรยากาศดนตรีแจ๊สที่กำลังบรรเลงอยู่ ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสมดุลราวกับนักล่าที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ เขาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว ความแค้นในใจถูกกดทับด้วยความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า “ใครเป็นคนสั่งให้พวกแกไปที่บ้านหลังนั้นเมื่อสิบปีก่อน?” ศิลาถามซ้ำ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูไร้หัวใจ ในมุมมืดของบาร์ รินรดามองดูเหตุการณ์ผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางขวดไวน์ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้พุ่งออกไป แต่สัญชาตญาณนักข่าวกับความห่วงใยที่มีต่อชายหนุ่มตรงหน้ามันตีกันจนยุ่งเหยิง เธอรู้ดีว่าศิลาไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แต่เขากำลัง "ล่า" และถ้าคืนนี้เขาก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว เลือดของเขาเองนั่นแหละที่จะต้องนองพื้นแทน “มึงตาย!” ลูกน้องอีกสองคนชักมีดพกออกมาจากเอว พวกมันพุ่งเข้าใส่ศิลาพร้อมกันด้วยท่วงท่าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ทว่าศิลาไม่แม้แต่จะหลบ เขาเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยปล่อยให้ปลายมีดเฉียดผ่านชายเสื้อไป ก่อนจะกระแทกศอกเข้าที่ลิ้นปี่ของคนที่พุ่งเข้ามาคนแรกจนตัวงอ จากนั้นจึงสะบัดขาเตะตัดขาคนที่สองจนล้มฟาดพื้น ศิลาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาก้าวเข้าไปหาชายที่มีรอยสักรูปงูที่พยายามจะควักปืนออกมาจากเสื้อสูท มือของศิลาเร็วราวกับสายฟ้า คว้าข้อมือของมันแล้วกดลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงมหาศาล “ตอบ... ก่อนที่ฉันจะทำให้แกไม่มีปากไว้พูดเรื่องบ้าๆ ของแก๊งแกอีก” “แก... แกเป็นใครกันแน่?” ชายคนนั้นเค้นเสียงถาม ทั้งน้ำตาและเลือดที่ไหลอาบหน้า ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเขาพบว่าดวงตาของศิลาไม่มีความหวาดหวั่นอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง “ฉันคือความผิดพลาดที่พวกแกพยายามจะกำจัดให้สิ้นซากยังไงล่ะ” ทันใดนั้น เสียงกระชากลำกล้องปืนลูกซองดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของบาร์ เสียงนั้นก้องกังวานเหนือเสียงโวยวายทั้งหมด ศิลาชะงัก สายตาของเขาเหลือบไปมองทางต้นเสียงที่รินรดากำลังแอบอยู่ ชายร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาจากหลังม่านกำมะหยี่สีแดง เขากำลังถือปืนเล็งมาที่กลางหลังของศิลา แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ในมืออีกข้างของเขากลับถือรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายที่ศิลาจำได้แม่นยำ มันคือรูปถ่ายครอบครัวของเขาในวันเกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานที่บ้านของเขาเอง! “ตามหาคนฆ่าครอบครัวงั้นเหรอ?” ชายร่างท้วมแค่นยิ้ม มือที่ถือรูปถ่ายค่อยๆ ปล่อยให้มันร่วงหล่นลงพื้น “งั้นทำไมไม่ลองถามคนข้างหลังแกดูล่ะ ว่าทำไมรูปถ่ายใบนี้ถึงไปอยู่ในมือของฉัน... และทำไมเธอถึงเป็นคนเอามาให้ฉันเองกับมือเมื่ออาทิตย์ก่อน?” ศิลาตัวแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันกลับไปมองรินรดาที่กำลังก้าวออกมาจากมุมมืดด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววความเจ็บปวดที่ปิดบังไว้ไม่มิด ความจริงที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี กำลังถูกบิดเบือนด้วยความไว้ใจที่เขามอบให้กับผู้หญิงคนนี้... หรือนี่คือกับดักที่เขาก้าวพลาดตั้งแต่วันแรกที่พบเธอ? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%