เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 2

เบาะแสแรก

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“ถ้ามึงยังจ้องจะล้างแค้นด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ ศพต่อไปที่นอนในโลงจะไม่มีวันเป็นคนฆ่า แต่อาจจะเป็นตัวมึงเอง... ศิลา” เสียงของชายวัยกลางคน—คนที่ศิลาเรียกว่า ‘อา’ มาตลอดสิบปี—ดังก้องอยู่ในความทรงจำ กลิ่นคาวเลือดที่เคล้าไปกับกลิ่นอับของเศษไม้ที่ถูกเผาไหม้ในคืนนั้นยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ศิลานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในบ้านพักที่ดูเหมือนจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยจากการสะกดกลั้นอารมณ์ค่อยๆ เอื้อมไปหยิบซองพลาสติกที่มีหลักฐานชิ้นเดียวที่เขากู้คืนมาจากกองเพลิง มันไม่ใช่ปืน ไม่ใช่รอยนิ้วมือ แต่เป็นเข็มกลัดทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า รูปพระจันทร์เสี้ยวที่ถูกบิดเบี้ยวด้วยความร้อนจนผิดรูป บนพื้นผิวโลหะที่ควรจะเรียบเนียนกลับมีรอยขีดข่วนเป็นตัวอักษรภาษาละตินจางๆ ที่เกือบจะเลือนหาย “นายกำลังมองหาคำตอบจากเศษขยะเนี่ยนะ?” รินรดาก้าวเข้ามาในบ้านเงียบๆ เธอไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนหวานหรือคำปลอบโยนที่เขารังเกียจ แต่เธอมาพร้อมกับกลิ่นกาแฟดำและแฟ้มคดีที่หนาปึก หญิงสาววางแก้วลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ก่อนจะโน้มตัวลงมาดูวัตถุในมือเขา ดวงตาคู่คมของนักข่าวสาวหรี่ลงเมื่อเห็นรายละเอียดบนเข็มกลัดนั้น ศิลาไม่ตอบ เขาใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามรอยขีดข่วนราวกับจะพยายามอ่านใจคนตาย “อาสุรชัยบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจร... แต่คนอย่างเขาไม่เคยแม้แต่จะเดินเข้าใกล้จุดที่เกิดประกายไฟด้วยซ้ำ” “ถ้างั้นทำไมอาของนายถึงให้ที่อยู่ลับนี้กับนายล่ะ?” รินรดาถามพลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ศิลา นายต้องเลิกทำตัวเป็นสัตว์ป่าที่บาดเจ็บสักที โลกนี้มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความแค้น นายจะสู้กับคนที่อยู่ในความมืดด้วยการพุ่งชนกำแพงแบบนี้ไม่ได้” ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง “ถ้าสิ่งที่นายเชื่อมาทั้งชีวิตมันกลายเป็นเรื่องโกหกตั้งแต่วันแรกที่นายลืมตาตื่นล่ะ ริน... นายจะยังใจเย็นอยู่ได้ไหม?” รินรดาชะงักไป ครู่หนึ่งที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักๆ เธอรู้ดีว่าคำถามนี้ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เป็นการประกาศสงครามกับอดีตของเขาเอง เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าใกล้แล้วหยิบเข็มกลัดนั้นขึ้นมาส่องกับแสงไฟสลัว “เข็มกลัดนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาขายทั่วไป... ลายเส้นแบบนี้ มันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่ล่มสลายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน ตระกูลที่อาของนายเคยเป็นทนายประจำตัวให้” ลมหายใจของศิลาสะดุดกึก เขารีบคว้าเข็มกลัดกลับมาพลางพลิกดูด้านหลังอย่างละเอียด คราวนี้ แสงจากตะเกียงน้ำมันเบนเข็มไปกระทบมุมหนึ่งของโลหะที่ดูเหมือนจะเปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิท เมื่อเขาใช้นิ้วโป้งถูแรงๆ สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่แค่คราบสกปรก แต่มันคือรอยเลือดที่แห้งกรังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม และใต้รอยเลือดนั้น... มีตัวเลขสี่หลักสลักลึกไว้ *0-7-2-9* “รหัสตู้เซฟ?” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ “หรืออาจจะเป็นเลขวันที่... ศิลา อย่าบอกนะว่าวันนั้นคือวันที่ครอบครัวนายถูกฆ่า?” ศิลายังไม่ทันได้ตอบ ประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังบ้านก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ลมพายุพัดกรูเข้ามาจนเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน เขาคว้าปืนพกที่วางอยู่ใต้สมุดจดขึ้นมาในเสี้ยววินาที แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ฆาตกรชุดดำอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ ร่างของชายวัยกลางคนที่เขาเพิ่งกล่าวถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน... อาสุรชัย ยืนหอบหายใจอยู่ตรงธรณีประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสดๆ ที่ไหลซึมจากบาดแผลที่สีข้าง ใบหน้าของชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าคนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “หนีไป...” อาสุรชัยเค้นเสียงออกมาแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น “มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าแกคนเดียว... มันมาเพื่อลบชื่อพวกเราทุกคนให้หายไปจากประวัติศาสตร์!” ศิลารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างที่อ่อนแรงนั้นไว้ แต่นิ้วของอาสุรชัยกลับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นแรงพอจะทำให้กระดูกร้าว “อย่าไว้ใจใคร... แม้แต่คนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ แกตอนนี้” ศิลาชะงัก สายตาหันไปมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะ และในวินาทีนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น—ที่สร้อยข้อมือของรินรดา มีจี้รูปพระจันทร์เสี้ยวขนาดเล็กห้อยอยู่... มันเป็นพิมพ์เดียวกับเข็มกลัดที่เขาเพิ่งพบไม่มีผิดเพี้ยน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%