เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 28

การปรับแผนครั้งใหม่

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“แกคิดว่ากระสุนนัดนี้จะเปลี่ยนอดีตได้งั้นหรือ?” ศิลาไม่ได้ถอยหนี แรงปะทะจากการเหนี่ยวไกในจินตนาการเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในความทรงจำ แต่เขากลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับ แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย มือของเขาคว้าข้อมือของชายตรงหน้าไว้มั่น ไม่ใช่เพื่อขัดขืน แต่เพื่อหยุดความบ้าคลั่งให้เข้าที่เข้าทาง “ความจริงของแก... มันก็แค่เศษเหล็กราคาถูกที่เอาไว้ขู่เด็ก” ศิลาแค่นยิ้ม “ถ้าแกฆ่าฉันตอนนี้ คนที่รอคอยการกลับมาของกุญแจดอกนั้นจะเปลี่ยนเป้าหมายทันที แกคิดว่าพวกมันจะปล่อยให้หมาล่าเนื้อที่ไร้ประโยชน์อย่างแกมีชีวิตอยู่ต่อหรือไง” ชายตรงหน้า—สายข่าวที่เขาเฝ้าตามล่ามานานปี—ชะงักไป ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความคลุ้มคลั่งค่อยๆ สงบลง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาคือ 'ตาชั่ง' ชายผู้กุมความลับของตระกูลศิลาเอาไว้มากกว่าใคร หากแต่ในตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความกลัวและความตาย “แกต้องการอะไรกันแน่ ศิลา?” เสียงของอีกฝ่ายสั่นเครือ “ฉันต้องการสิ่งที่แกซ่อนไว้ในฐานข้อมูลลับของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ” ศิลาปล่อยมือแล้วจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น “เลิกเล่นบทฆาตกรที่ถูกลืมแล้วกลับมาเป็นหมาล่าเนื้อของฉันแทนซะ ผลตอบแทนที่ฉันจะให้... คือการที่แกจะมีลมหายใจยาวนานพอที่จะเห็นวันล่มสลายของคนที่แกกราบไหว้มาตลอดชีวิต” รินรดาที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในเงามืดของโกดังร้างแห่งนี้ เธอขยับกายจนพื้นไม้เก่าคร่ำส่งเสียงลั่น เธอรู้ดีว่าศิลากำลังเล่นกับไฟ แต่ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเขาไม่ใช่ความบ้าบิ่น มันคือการคำนวณที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากความมืดพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ “เราไม่มีเวลามากนัก” รินรดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง “ระบบป้องกันของพยัคฆ์ทมิฬจะรีเซ็ตในอีกสิบห้านาที ถ้าเรายังมัวแต่เล่นบทละครน้ำเน่ากันอยู่ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบและพวกเราทุกคนในที่นี้จะเป็นได้แค่ศพไร้ชื่อ” ชายคนนั้นหันไปมองรินรดาด้วยความระแวง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ศิลา “ผู้หญิงคนนี้คือใคร? แกพาคนนอกเข้ามาพัวพันกับเรื่องตายแบบนี้เนี่ยนะ?” “เธอไม่ใช่คนนอก” ศิลาตอบโดยไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า “เธอคือคนเดียวที่อ่านใจฉันออกมากกว่าที่ฉันอ่านใจตัวเองเสียอีก เอาล่ะ... จะร่วมมือหรือจะตายตรงนี้ เลือกเอา” บรรยากาศในโกดังกดดันจนน่าอึดอัด ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีด้านบน ชายสายข่าวถอนหายใจยาวก่อนจะทิ้งปืนลงบนพื้นด้วยท่าทีที่อ่อนแรงลง เขาหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กออกมาจากช่องลับในเข็มขัดแล้วยื่นให้ศิลาด้วยมือที่สั่นเทา “ถ้าพวกมันรู้ว่าฉันให้สิ่งนี้กับแก... ชีวิตฉันจบเห่แน่” “คนตายไม่มีวันรู้” ศิลาตอบพลางรับสิ่งนั้นมา “เพราะเราจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นแค่เงาที่ไม่มีตัวตน” ขณะที่รินรดากำลังเชื่อมต่อข้อมูล ความตึงเครียดก็พุ่งสูงขึ้น เธอเริ่มรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดด้วยความชำนาญ ข้อมูลตัวเลขและแผนผังตระกูลศิลาค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนจอ แต่แล้วรอยยิ้มที่เธอกำลังจะเผยออกมากลับกลายเป็นความตื่นตระหนก สายตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังรหัสผ่านระดับสูงสุด “ศิลา... ดูนี่” เธอเรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา “รหัสผ่านนี้... มันไม่ได้ถูกสร้างโดยคนของตระกูลศิลา แต่มันถูกเขียนด้วยลายเซ็นที่ฉันคุ้นเคยที่สุด” ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ มองดูหน้าจอที่กำลังแสดงชื่อของผู้ที่เข้าถึงฐานข้อมูลเป็นคนสุดท้ายเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง เขาจดจำลายเซ็นดิจิทัลนั้นได้ดี เพราะมันคือลายเซ็นเดียวกับที่เขาเห็นในจดหมายลาตายของพ่อเขาเมื่อยี่สิบปีก่อน “เป็นไปไม่ได้...” ศิลาพึมพำ “คนคนนี้ควรจะตายไปแล้วตั้งแต่วันที่คฤหาสน์ไฟไหม้” ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่เสียงของรปภ. แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทของหน่วยสังหารที่เขารู้จักดี รินรดาหันไปมองประตูที่เริ่มมีแสงเลเซอร์สีแดงทาบทับเข้ามาจากช่องว่างใต้บานประตู “เราถูกต้อนเข้ามุมแล้ว” เธอพูดพร้อมกับคว้ามือศิลาไว้ “ศิลา ฟังนะ... ถ้าประตูบานนี้เปิดออก เราจะไม่มีทางรอดออกไปทั้งคู่” ศิลามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาสัญญาว่าจะปกป้อง ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนทอดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างสูง—เงาของชายที่สวมแหวนตระกูลศิลาไว้ที่นิ้วก้อยข้างขวา ชายคนที่เขาตามล่ามาทั้งชีวิตกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคย “ยินดีด้วยศิลา... ในที่สุดแกก็มาถึงบทสรุปที่แกเฝ้าฝันหา” เสียงนั้นดังทะลุกำแพงเข้ามา “แต่โชคร้ายหน่อยนะ ที่ตอนจบของเรื่องนี้ ฉันเป็นคนกำหนดเอง” ปัง! เสียงกระสุนนัดแรกเจาะทะลุบานประตูไม้เข้ามาเฉียดไหล่ศิลาไปเพียงมิลลิเมตร การปรับแผนครั้งใหม่ของเขาพังทลายลงในพริบตา เมื่อพบว่าศัตรูที่แท้จริงไม่เพียงแต่รู้ทันเขาทุกฝีก้าว แต่กำลังรอให้เขาเดินเข้ามาติดกับดักในวินาทีที่เขากำลังจะเข้าใกล้ความจริงที่สุด ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%