"ปล่อยเธอ... ถ้าไม่อยากเห็นสมองของตัวเองกระจายอยู่บนพื้นห้องนี้"
เสียงของศิลาราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนถึงมวลอากาศรอบข้าง ปืนพกในมือของเขาเล็งตรงไปยังจุดตายของชายวัยกลางคนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชายผู้ซึ่งใบหน้ามีร่องรอยแห่งกาลเวลาและบาดแผลเป็นทางยาวที่แก้มซ้าย—ใบหน้าที่เขาจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง 'พ่อ' ผู้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่วันที่คฤหาสน์ตระกูลศิลาถูกเผาผลาญ
ร่างของรินรดาถูกพันธนาการด้วยมือหยาบกร้านของลูกน้องชายคนนั้น เธอพยายามดิ้นรน แต่สายตาที่เธอมองมายังศิลาไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว กลับมีความเวทนาและคำเตือนที่เงียบเชียบซ่อนอยู่
"ศิลา... ลูกชายที่รัก" เสียงของชายผู้นั้นแหบพร่าราวกับกระดาษทรายขูดขีดบนแผ่นเหล็ก เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้รินรดามากขึ้นจนคมมีดจ่อที่ลำคอระหงของเธอ "แกเติบโตขึ้นมาก แต่ความโง่เขลาของแกยังคงเดิม... แกจะเลือกอะไร? ระหว่าง 'หลักฐาน' ในมือแกที่ใช้แลกกับความจริงทั้งหมดที่แกตามหามาตลอดสิบปี กับลมหายใจของ 'ผู้หญิง' ที่แกบอกว่าไม่มีความสำคัญคนนี้"
ศิลาก้มมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือซ้าย ในนั้นคือต้นขั้วการโอนเงินและบันทึกรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น มันคือทุกอย่าง... คือหยาดเหงื่อและเลือดที่เขาเพียรพยายามเก็บสะสมมานานหลายปี หากเขายื่นมันให้ ชายผู้นี้จะหายไปพร้อมกับความลับที่เขากำลังจะไขกระจ่าง แต่ถ้าเขาปฏิเสธ ชีวิตของรินรดาจะจบลงที่นี่
"เธอไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้" ศิลากล่าวเน้นทีละคำ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความคับแค้น
"โลกนี้ไม่มีคำว่า 'ไม่เกี่ยว' หรอกศิลา" ชายผู้เป็นพ่อขยับมีดให้ลึกขึ้นจนเห็นรอยแดงจางๆ บนผิวหนังของรินรดา "แกถูกเลี้ยงมาให้เป็นนักล่า แต่นักล่าที่ไร้หัวใจ มักจะจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวเสมอ วางปืน... วางหลักฐานลง แล้วฉันจะปล่อยเธอไป"
บรรยากาศในห้องโถงร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับชื้นเงียบสงัดลงทันที ศิลาลอบมองใบหน้าของรินรดา เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอเพียงแค่หลับตาลงช้าๆ พยักหน้าให้เขาเพียงครั้งเดียว—เป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดและเจ็บปวดที่สุด
ศิลาขยับนิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกปืน ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความคิดในหัวแตกกระจายราวกับแก้วที่ถูกทุบ ถ้าเขาตัดสินใจผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที ความแค้นที่สั่งสมมาตลอดสิบปีจะสูญเปล่า และหากเขาเลือกความแค้น ชีวิตของหญิงสาวที่เปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในโลกมืดมนของเขาก็จะดับสูญ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจทิ้งปืนลงพื้นพร้อมกับซองเอกสารในมือ เสียงกระทบของมันก้องสะท้อนในความเงียบ
"ฉันเลือกเธอ" เขาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น
ชายผู้เป็นพ่อแสยะยิ้มที่น่าเกลียดที่สุดที่ศิลาเคยเห็นมา มันไม่ใช่ยิ้มของคนเป็นพ่อ แต่เป็นยิ้มของผู้ชนะที่เหยียบย่ำความศรัทธาของผู้อื่น ชายคนนั้นผลักร่างของรินรดาออกมาอย่างแรงจนเธอล้มลงกับพื้น ก่อนจะเตะซองเอกสารกระเด็นเข้าไปในกองไฟที่กำลังลุกโชนอยู่กลางห้องโดยไม่มีท่าทีลังเล
"แกทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุดแล้ว ศิลา" ชายคนนั้นหันหลังเตรียมเดินจากไปทิ้งให้หลักฐานมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
ศิลารีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวรินรดาไว้แน่น ความร้อนของเปลวไฟแผ่ซ่านกระทบผิวหนัง แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือการมองดูความหวังที่มอดไหม้ไปกับตา แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะโอบกอดรินรดา เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นจากเงามืดด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของศิลา
"นึกว่าแกจะฉลาดกว่านี้เสียอีกนะ... พี่ชาย"
เสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด ศิลาชะงักกึก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเงาของคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังศิลาค่อยๆ ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟที่วูบไหว มันคือคนคนเดียวกัน... คนที่ศิลาเพิ่งจะเห็นตายไปต่อหน้าต่อตาในคืนนั้นเมื่อสิบปีที่แล้ว
แต่ครั้งนี้... เขามีใบหน้าที่เหมือนกับศิลาทุกประการราวกับส่องกระจกเงา
ศิลาตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ นี่ไม่ใช่แค่พ่อที่เขานึกว่าตายไป แต่เขากำลังเผชิญหน้ากับ 'ฝาแฝด' ที่ควรจะไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ตั้งแต่แรก
"แกไม่ใช่คนเดียวที่มีสิทธิ์ในชื่อตระกูลศิลาหรอกนะ" เสียงนั้นกระซิบข้างหูเขา พร้อมกับการเหนี่ยวไกที่เริ่มขึ้น "ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่แกไม่มีวันหาเจอ... เพราะมันอยู่ตรงหน้านี่ไง"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในจิตใจของตัวละครนี้นะครับ ปราณธาตุเก้าสุริยันครับ
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 27
เลือกทางที่ยากที่สุด
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!