เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 37

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“อย่าบอกนะว่านั่นคือเสียงของคนตาย... ศิลา!” รินรดาเอ่ยถามพลางกระชับมือที่จับต้นแขนของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหลุดลอยหายไปในห้วงความคิดที่ดำมืด ศิลาไม่ตอบ เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักที่ถูกสาปแช่งให้หยุดกาลเวลา เสียงฝีเท้าที่ก้าวผ่านความมืดมิดในซอยเปลี่ยวเมื่อครู่ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงคนแปลกหน้า แต่มันคือน้ำเสียงที่เขาเคยได้ยินก่อนที่บ้านทั้งหลังจะกลายเป็นทะเลเพลิงเมื่อสิบปีก่อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดับไฟแห่งโทสะที่เริ่มลุกโชนในอก ทว่าในยามที่เขามองลงไปที่รินรดา แววตาสั่นระริกของเธอกลับทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขากระตุกไหว ความแค้นที่เคยเป็นเข็มทิศเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต เริ่มบิดเบี้ยวและสั่นคลอน “กลับไปซะ ริน” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยความกังวลที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างคุณ” “คนอย่างฉัน? คุณหมายความว่ายังไง?” เธอสวนกลับทันควัน ดวงตาที่ดื้อรั้นนั่นสะท้อนความกล้าหาญที่เขามักจะคอยเตือนอยู่เสมอ “ถ้าคุณหมายถึงว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่คอยเป็นตัวถ่วง ผมว่าคุณคิดผิดแล้วล่ะ ศิลา ต่อให้คุณจะพยายามผลักไสฉันออกไปเพื่อไปเผชิญหน้ากับผีในอดีตของคุณลำพัง ฉันก็ไม่มีวันยอมให้คุณไปตายง่ายๆ แบบนั้นแน่” ศิลาแค่นยิ้มบางๆ เขาเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรดาชะงัก ลมหายใจของเขาขัดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจ ในวินาทีนั้นเองที่เขาทบทวนตัวเอง—ภารกิจที่เขาแบกรับมาตลอดหลายปี การแก้แค้นที่ควรจะเป็นเป้าหมายสูงสุดเริ่มดูจืดจางลงเมื่อเทียบกับชีวิตของหญิงสาวตรงหน้า หากเขาตามคนผู้นั้นไป เขาอาจจะได้คำตอบที่รอคอยมานาน แต่นั่นหมายถึงการต้องเอาชีวิตของรินรดามาเสี่ยงด้วย เขาจะยอมเสียสละเธอเพื่อแลกกับความพึงพอใจของความแค้นส่วนตัวได้อย่างไรกัน? “ภารกิจของผม...” เขาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจได้ รินดา ถ้าคุณยังอยู่ใกล้ผม ความเงาของความตายจะไล่ตามคุณไปด้วย” “ถ้าต้องตายโดยไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยคนที่รัก... ฉันยอมตายดีกว่าต้องอยู่มองคุณจมหายไปในความมืดคนเดียว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนคนฟังถึงกับจุกในอก ศิลาเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้แคร์แค่การแก้แค้นอีกต่อไป ความรู้สึกที่เขาเริ่มสัมผัสได้มันลึกซึ้งกว่านั้น มันคือความกลัว... ความกลัวที่จะต้องเสียเธอไปในแบบที่เขาเคยเสียครอบครัว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เงียบหายไปกลับดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันอยู่ใกล้กว่าเดิม แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่กะพริบถี่ๆ เผยให้เห็นเงามืดที่ทอดตัวยาวผ่านกำแพงอิฐเก่า ศิลารีบคว้าตัวรินรดาให้หมอบลงหลังถังขยะเหล็ก ใจของเขาเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรู แต่เป็นความห่วงใยที่มีต่อคนในอ้อมแขน “อยู่นิ่งๆ” เขาประคองใบหน้าเธอไว้ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่จ้องมองไปยังเงามืดนั้น “ศิลา... มองที่พื้นสิ” รินรดากระซิบเบาๆ เขาก้มลงมองตามสายตาของเธอ พื้นทางเดินที่เคยแห้งสนิทกลับมีหยดน้ำสีเข้มหยดลงมาเป็นทาง... มันไม่ใช่ฝน เพราะกลิ่นคาวสนิมที่ลอยมากับลมนั้นชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ เลือด... คนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บ หรืออาจจะเป็นกับดักที่ล่อให้พวกเขาเดินเข้าไปหาความตายโดยตรง ศิลาตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาหยิบอาวุธขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่างที่จะพุ่งเข้ามา ทว่าก่อนที่เขาจะขยับตัว เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า มันเป็นจังหวะที่เนิบช้าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก “ศิลา... เด็กน้อยที่น่าสงสารของฉัน” เสียงนั้นแหบพร่า ทรงอำนาจ และสั่นประสาทจนคนฟังรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบหัวใจ “สิบปีที่รอคอยมาแสนนาน วันนี้แกโตขึ้นมาก... แต่ดูเหมือนแกจะพา ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่มาด้วยนะ” เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืด ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่เปื้อนคราบเลือดจนเข้ม รอยยิ้มภายใต้หมวกปีกกว้างนั่นทำให้ศิลาถึงกับตัวแข็งทื่อ เขาไม่ใช่มนุษย์คนเดิมที่ศิลาเคยจำได้ แต่ชายคนนี้คือคนที่ทำลายชีวิตของเขาอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่ทำให้ศิลาแทบหยุดหายใจไม่ใช่ใบหน้าของฆาตกรที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต แต่เป็นสิ่งที่ชายคนนั้นโยนลงมาแทบเท้าของเขา—มันคือจี้สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่แม่ของเขาเคยสวมใส่ในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่มันจะหายสาบสูญไปพร้อมกับร่างของผู้เป็นแม่ในกองเพลิง ศิลาก้มลงหยิบจี้สร้อยนั้นขึ้นมา มือของเขาเย็นเฉียบ ความสับสนถาโถมเข้ามาในหัวสมองราวกับพายุคลั่ง “แก... แกเอาสิ่งนี้มาจากไหน!” ชายปริศนาหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปทางรินรดา แววตาสีอำพันของเขาส่องประกายวูบวาบในความมืด “อยากรู้ไหมล่ะศิลา? ความลับที่ว่าทำไมแม่ของแกถึงได้ยอม ‘ตาย’ เพื่อปกป้องใครบางคนในคืนนั้น... หรือบางที คนที่ตายไปอาจจะไม่ใช่แม่ของแกอย่างที่แกเข้าใจมาตลอดสิบปี!” หัวใจของศิลาตกลงไปที่ตาตุ่ม ความจริงที่เขาเชื่อถือมาตลอดชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว เขามองหน้ารินรดาที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะหันกลับมามองเงามืดเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ความแค้นถูกแทนที่ด้วยคำถามที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม และมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายล้างที่เขายังไม่พร้อมจะรับมือ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับเงาจันทราในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะครับ ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%