เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 36

พักผ่อนในสมรภูมิ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“หากคุณยังไม่เลิกขยับตัว กระสุนนัดนี้อาจจะฝังลงในไหล่แทนที่จะเป็นแค่การล้างแผลนะครับ” น้ำเสียงของศิลาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสกดดันที่ทำให้รินรดาต้องหยุดชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่น นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักริมชายป่าที่ดูแทบจะพังมิพังแหล่ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวสาดส่องให้เห็นรอยแผลเป็นบนแขนของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านพ้นนาทีเฉียดตายมาหมาดๆ ศิลาขยับมืออย่างเชื่องช้า เขาใช้ผ้าสะอาดแตะลงบนแผลอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแปรเปลี่ยนจากความเย็นเยียบของเครื่องมือแพทย์เป็นความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขาอย่างประหลาด รินรดาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม—ใบหน้าที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุมเสมอ “ทำไมคุณถึงยอม...” รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับ “คนอย่างคุณ... คนที่มองว่าทุกอย่างเป็นเดิมพันได้แม้กระทั่งลมหายใจ ทำไมตอนนั้นถึงเลือกทิ้งโอกาสที่จะได้ตัวฆาตกร เพื่อช่วยฉัน” มือของศิลาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นไอของความสูญเสียและคาวเลือดที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำถึงคำถามนั้น เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวอย่างที่เธอเคยเห็นในตอนแรก แต่มันกลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง “เพราะโลกนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าการล้างแค้นอยู่อย่างหนึ่งครับ” เขาตอบเสียงต่ำ “คือการไม่ต้องสูญเสียสิ่งที่พอจะเรียกว่า ‘แสงสว่าง’ สุดท้ายไป” รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นของชายตรงหน้า มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเปราะบางที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี “ฉันไม่ใช่แสงสว่างของคุณหรอก ศิลา” เธอพึมพำ เอื้อมมืออีกข้างที่ยังใช้การได้ไปแตะหลังมือเขา “ฉันเป็นแค่คนรั้นที่พยายามลากคุณกลับออกมาจากกองไฟ... แต่บางที ฉันอาจจะเป็นคนที่ต้องถูกเผาเสียเอง” ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขากลับพลิกมือขึ้นกุมมือเธอไว้อย่างแผ่วเบา เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขายอมลดเกราะกำบังลง ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่สื่อสารแทนถ้อยคำที่ยากจะเอื้อนเอ่ย ในวินาทีนั้น ความเหนื่อยล้าจากสมรภูมิที่ผ่านมาดูเหมือนจะจางหายไป เหลือเพียงความใกล้ชิดที่เรียบง่ายแต่ทว่าสั่นสะเทือนความรู้สึกยิ่งกว่าเสียงปืน “พักเสียเถอะครับ” ศิลาขยับตัวลุกขึ้นยืนพลางจัดผ้าห่มให้เธอ “ที่นี่ปลอดภัยพอสำหรับคืนนี้ พรุ่งนี้เช้า... เราค่อยคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรกับคำสั่งตายที่ถูกส่งมาถึงเราทั้งคู่” รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินไปนั่งพิงผนังไม้ พร้อมกับหยิบปืนขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้ว เธอยังไม่ทันจะได้หลับตาลงด้วยซ้ำ เสียงเคาะประตูจังหวะแปลกๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง มันไม่ใช่การเคาะของผู้ที่มาเยือนโดยปกติ แต่มันเป็นรหัสที่ศิลาเคยบอกเธอว่ามีเพียงคนในองค์กรลับที่ตามล่าเขาเท่านั้นที่ล่วงรู้ ศิลาชะงักมือที่กำลังบรรจุกระสุน เขาส่งสายตาเคร่งขรึมมายังรินรดาเป็นการสั่งให้หมอบลงทันที ความผ่อนคลายที่เพิ่งก่อตัวขึ้นพังทลายลงในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบดั่งเงาจันทราที่ไร้สุ้มเสียง มือขวาแตะที่ด้ามมีดสั้นข้างเอว เขาก้าวไปที่ประตูช้าๆ ทว่าก่อนที่มือจะสัมผัสกลอนประตูนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดจากอีกฝั่งของไม้กระดานก็ดังขึ้นผ่านรอยแตก “นายคิดหรือว่าการซ่อนตัวในนี้จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงาของตัวเองได้... ศิลา?” ศิลาชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำ น้ำเสียงของคนที่เขาเชื่อมาตลอดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงที่พรากครอบครัวเขาไปเมื่อหลายปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของศิลาและรินรดามาถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%