เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 38

สายลับในกลุ่ม

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“หยุดโกหกเสียที… คนที่ส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวของเราให้พวกมันทุกฝีก้าว ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอก ใช่ไหมครับ?” ศิลาไม่ได้ตะคอก น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่นิ่งสงบก่อนพายุจะเข้า แต่ดวงตาที่จับจ้องไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้ากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย มือของเธอสั่นระริกจนต้องกำชายเสื้อของศิลาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจที่กำลังพังทลาย นฤทธิ์ ชายผู้เป็นมือขวาที่ร่วมเป็นร่วมตายกับศิลามานานหลายปี นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ จุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีเทาจางๆ ลอยฟุ้งบดบังใบหน้าของเขาที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอาทรอย่างที่เคยเป็น “นายฉลาดเกินไป ศิลา นั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของนาย” นฤทธิ์พ่นควันออกทางจมูก น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นไร้ความรู้สึก “ถ้านายยอมปล่อยวางความแค้นเรื่องครอบครัวไปตั้งแต่วันนั้น เราคงไม่ต้องมาถึงจุดนี้” “ความแค้นของผม คือสิ่งที่ทำให้ผมรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้” ศิลาก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ แรงกดดันรอบตัวเขาแผ่ขยายออกไปจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง “คุณขายวิญญาณให้พวกมันไปแลกกับอะไรครับ? เงินทอง? หรือแค่ความสะใจที่เห็นคนอย่างผมดิ้นรนในกองเพลิงที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนจุด?” รินรดาตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า สายตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง “นฤทธิ์... ฉันเชื่อใจคุณมาตลอด ข้อมูลที่ส่งให้สำนักข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณเป็นคนแก้รหัสผ่านนั่นเองใช่ไหม?” นฤทธิ์หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าสมเพช “ความจริงมันก็คือความจริง รินรดา ข่าวที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง... ฉันแค่มอบความจริงนั้นให้พวกเขาก่อนที่ศิลาจะทำลายมันทิ้งด้วยอารมณ์ชั่ววูบ” บรรยากาศในห้องเช่าเก่าๆ ย่านชานเมืองตึงเครียดจนแทบขาดผึง ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยกำลัง เขาเพียงแต่สังเกตการขยับของนิ้วมืออีกฝ่าย นฤทธิ์วางมือใกล้กับซองปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กเก็ต ความไว้ใจที่เคยเป็นดั่งเสาหลักของกลุ่มได้มอดไหม้ไปหมดสิ้นแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความสงสัยที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง “คุณคิดว่าคนอย่างผม จะปล่อยให้หนอนบ่อนไส้อย่างคุณเดินออกไปจากห้องนี้ได้อย่างนั้นเหรอครับ?” ศิลาเอ่ยถามพลางเลื่อนมือไปแตะที่สันมีดสั้นข้างเอว “นายจะฆ่าคนของตัวเองเหรอศิลา?” นฤทธิ์ย้อนถาม พร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปาก “ถ้านายทำแบบนั้น นายก็ไม่ต่างอะไรกับไอ้พวกเดรัจฉานที่นายตามล่าอยู่หรอก... คิดให้ดีนะ ศิลา จังหวะที่นายชักมีดออกมานั่นแหละ คือเวลาที่คนของ ‘ฝั่งนั้น’ จะเข้ามาปิดบัญชีเราทั้งสามคน” ศิลาชะงัก สายตาเขาสอดส่องไปที่หน้าต่างบานเกล็ดทันที เขาเพิ่งสังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่นอกตัวอาคาร ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันมีมากกว่าสามหรือสี่จุด! นฤทธิ์ไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง เขามาเพื่อล่อเป้าให้ศิลาเผยตัว “พวกมันอยู่ที่นี่แล้ว” ศิลากระซิบเบาๆ พลางคว้ามือรินรดาให้หมอบลงต่ำในทันทีที่เสียงกระจกแตกละเอียดดังขึ้นจากทิศทางของหน้าต่าง “รินรดา ฟังผมนะ ถ้าผมสั่งให้วิ่ง... อย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาด” “ไม่ศิลา! เราจะไม่ทิ้งกัน!” เธอตะโกนแข่งกับเสียงปืนที่เริ่มระดมยิงเข้ามาในห้อง ฝุ่นผงและเศษปูนกระจายไปทั่วราวกับอยู่ในสนามรบ ศิลาขว้างเก้าอี้ไม้ไปที่ประตูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนถีบโต๊ะเหล็กให้คว่ำลงเป็นเกราะกำบัง เขาเหลือบมองนฤทธิ์ที่อาศัยความมืดพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างอย่างชำนาญ ศิลาเจ็บปวดลึกๆ ในอก ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะความจริงที่ว่าคนทรยศคือคนใกล้ตัวที่สุด ทว่าในจังหวะที่เสียงปืนเงียบลงชั่วขณะ ศิลาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้จากทางประตูหลัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนักฆ่าที่บุกเข้ามา แต่เป็นจังหวะก้าวที่มั่นคงและเชื่องช้า... จังหวะก้าวของผู้หญิงที่เขารู้จักดีพอๆ กับลมหายใจของตัวเอง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างนั้นชัดเจนท่ามกลางแสงสลัว ศิลาถึงกับมือสั่นจนมีดในมือเกือบหลุดร่วง เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือคนเดียวที่เขาไม่เคยคิดว่าจะทรยศเขาได้ “นายพลาดแล้วศิลา... เพราะนฤทธิ์ไม่ใช่หนอนตัวเดียวในกลุ่มนี้” เสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบดังก้องในโสตประสาท ก่อนที่เงาร่างนั้นจะก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาของกระบอกปืนที่จ่อมายังอกซ้ายของเขาโดยตรง หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความระทึกในบทนี้อย่างเต็มที่นะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามผลงานของ "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" มาโดยตลอดครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%