"บอกผมมา... ว่านั่นไม่ใช่คุณ"
ศิลาเค้นเสียงผ่านไรฟัน ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูทางเข้าโกดังร้าง ชายคนนั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับผู้ที่เขาโหยหาและตามหามาตลอดสิบปี ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับเย็นเยียบเกินกว่าที่ 'พี่ชาย' ของเขาจะเป็นเจ้าของ
คนตรงหน้าไม่ตอบ แต่กลับหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของศิลาและรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก็ดังระงมขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองหยิบขึ้นมาดูด้วยสัญชาตญาณ และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของศิลาแทบหยุดชะงัก มันไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มันคือไฟล์วิดีโอชุดใหญ่ที่ถูกอัปโหลดขึ้นบนแพลตฟอร์มสาธารณะ พร้อมพาดหัวข่าวตัวหนาว่า *'ความลับใต้เงามืด: หลักฐานชิ้นสุดท้ายของโศกนาฏกรรมตระกูลวรโชติ'*
"ข้อมูลพวกนี้... นายปล่อยมันออกไปเหรอ?" รินรดาถามเสียงสั่น เธอเลื่อนดูรายการไฟล์อย่างรวดเร็ว—บัญชีรายชื่อผู้โอนเงินลับๆ รายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน และภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันที่บ้านของศิลาถูกวางเพลิง
"ไม่ใช่นาย" ศิลาพึมพำ นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลง "มีคนต้องการให้กำแพงนี้พังลง... แต่ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม"
ชายในชุดสูทขยับตัวก้าวเข้ามาในระยะที่แสงไฟนีออนสลัวๆ สาดส่องใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา "ศิลา นายเป็นคนฉลาด แต่บางครั้งความแค้นก็ทำให้คนเรามองข้ามความเป็นจริงไป ข้อมูลนี้ไม่ได้รั่วไหลเพราะความบังเอิญ แต่มันรั่วไหลเพราะความจำเป็นที่ต้อง 'ทำความสะอาด' สนามรบ"
ศิลากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความโกรธเคืองที่พยายามสะกดกลั้นมานานเริ่มเดือดพล่านเหมือนลาวาที่พร้อมจะปะทุ "พี่... พี่เป็นคนทำแบบนี้เหรอ? พี่ขายความลับครอบครัวเรา เพื่ออำนาจพวกนั้นเนี่ยนะ?"
รินรดาเดินเข้ามาคว้าแขนศิลาไว้ เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุจากร่างกายของเขา "ศิลา หยุดก่อน! อย่าหลงกลเขา ดูนั่นสิ..." เธอชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอ "ยอดการเข้าถึงพุ่งสูงขึ้นเป็นล้านภายในเวลาไม่กี่นาที มันไม่ใช่แค่การแฉ แต่มันคือการ 'ฆ่า' ใครบางคนด้วยสื่อสาธารณะ"
ชายชุดสูทหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นฟังดูละม้ายคล้ายกับความทรงจำในวัยเด็กของศิลาเสียจนน่าหดหู่ "ความแค้นของนายเป็นแค่เชื้อเพลิงเล็กๆ เท่านั้นเอง ศิลา... นายเชื่อจริงๆ เหรอว่านายคือผู้ล่า? เปล่าเลย นายเป็นแค่เบี้ยที่ถูกต้อนให้เข้ามาอยู่ในจุดที่พวกเขาสามารถกำจัดทิ้งได้พร้อมกับข้อมูลขยะพวกนี้"
"หุบปาก!" ศิลาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ชายคนนั้นหายไปในเงามืดของโกดังอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นยาสูบผสมกลิ่นดินปืนที่พี่ชายเขาเคยใช้ก่อนจะหายตัวไป
"ศิลา ดูนี่..." รินรดาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงตระหนก เธอชี้ไปที่รายงานข่าวล่าสุดที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
ใต้หัวข้อข่าวที่กำลังเป็นกระแส มีภาพถ่ายของศิลาในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำที่เขาสวมใส่อยู่ในปัจจุบัน พร้อมข้อความบรรยายใต้ภาพว่า: *'ชายผู้กุมความลับแห่งโศกนาฏกรรม: หัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการร้ายในคราบเหยื่อ'*
"พวกเขาไม่ได้แค่จะทำลายความลับ" ศิลาพูดออกมาด้วยเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยิน "พวกเขาจะทำให้ฉันเป็นแพะรับบาปในเรื่องทั้งหมด เพื่อปิดปากทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างสมบูรณ์แบบ"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าในโลกของอำนาจมืด เมื่อข้อมูลถูกปล่อยสู่สาธารณะโดยบิดเบือนแบบนี้ คนที่เป็นจุดสนใจของสังคมจะไม่มีที่ยืน และนั่นหมายถึงความตายในรูปแบบของการถูกตามล่าจากทุกทิศทาง
"เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" รินรดาดึงแขนเขา "ก่อนที่ตำรวจหรือพวกมือปืนของพวกมันจะมาถึง"
ศิลาไม่ได้ขยับตัว เขายืนนิ่งท่ามกลางแสงไฟที่กะพริบถี่ๆ ดั่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความเคียดแค้น เขาเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่แอบติดตั้งอยู่บนคานเหล็กเหนือหัว พวกเขากำลังถูกจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว
"รินรดา" ศิลาเรียกเสียงเรียบ "ถ้ารูปนี้ออกไปแล้ว สถานีข่าวของเธอจะยังเปิดเผยความจริงเรื่อง 'ผู้บงการ' ได้อีกไหม?"
"ถ้าฉันยังอยู่ที่นั่น... ฉันจะเปิดเผยมันด้วยชีวิตของฉัน" รินรดาตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากด้านบนของโกดัง กระสุนเจาะเข้าที่ถังน้ำมันข้างตัวพวกเขาจนเกิดเปลวไฟลุกท่วม และก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดตายก็ถูกพังเข้ามาจากภายนอก พร้อมกับแสงไฟสปอร์ตไลท์จากรถหุ้มเกราะของหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่สาดเข้ามาจนตาพร่า
ศิลาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่หยุดเดินไปเมื่อครู่ เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้มีความแค้นปนอยู่ แต่เป็นยิ้มของการยอมรับในโชคชะตาที่บิดเบี้ยว
เขากระซิบข้างหูรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอใจหายวาบ "จงวิ่งออกไปทางท่อระบายน้ำที่พี่เคยบอกไว้... ส่วนฉัน จะเป็นคนส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายให้พวกเขาเอง"
ศิลาล้วงมือเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ต ดึงวัตถุบางอย่างออกมา... แต่มันไม่ใช่ปืน กลับเป็นรีโมทคอนโทรลตัวเล็กๆ ที่มีรอยถลอกจากการใช้งานหนัก เขากดปุ่มนั้นลงพร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังมาจากอาคารฝั่งตรงข้าม—อาคารที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด!
ท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงหวอไซเรนที่ดังระงม ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดหลังรถหุ้มเกราะ เขาไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่มือปืน แต่เป็นชายในชุดสูทสีเทาคนเดิมที่เพิ่งจากไป
เขากดปุ่มที่หูฟังแล้วพูดสั้นๆ ว่า "เหยื่อติดกับแล้ว... จัดการขั้นเด็ดขาดได้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดของศิลาและรินรดานะครับนะครับครับ
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 21
รอยร้าวในกำแพง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!