"ถ้าคุณจะฆ่าเขา... คุณก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเดรัจฉานที่เคยฆ่าครอบครัวคุณหรอก ศิลา!"
เสียงของรินรดาแผดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานมืดสลัว กลิ่นอายความอับชื้นของค่ำคืนที่ฝนเริ่มโปรยปรายปะทะเข้ากับบานหน้าต่างกระจก เสียงหอบหายใจของเธอดังสะท้อนแข่งกับเสียงเคาะนิ้วเป็นจังหวะที่ดูเย็นเยียบของชายหนุ่มตรงหน้า
ศิลาไม่ได้หันกลับมามอง เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างของตึกสูงคือแสงไฟเมืองกรุงที่ดูสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ใกล้ดับ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเขา เงาที่พาดผ่านดวงตาทำให้เขาราวกับเป็นปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกขุมลึก
"โลกใบนี้มันไม่มีความยุติธรรมให้คนต้อยต่ำหรอกรินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นประสาทคนฟังได้อย่างประหลาด "มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น คือการเป็นสุนัขที่รอคอยเศษเนื้อจากโชคชะตา หรือการเป็นเพชฌฆาตที่ถือดาบตัดวงจรความโสมมนั้นเสียเอง"
"คุณกำลังสูญเสียความเป็นคน!" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เธอคว้าแขนเขาไว้ มือของเธอกำแน่นจนสั่นเทา "หลักฐานที่คุณถืออยู่ในมือมันเพียงพอที่จะส่งพวกมันเข้าคุกได้ตลอดชีวิต ไม่มีความจำเป็นต้องแลกด้วยเลือด!"
ศิลาหันกลับมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งแววตาแห่งความเมตตาที่รินรดาเคยรู้จัก มันว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว เขาค่อยๆ แกะมือของเธอออกด้วยท่าทีแผ่วเบาแต่หนักแน่นราวกับการตัดขาดจากสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้าย
"คุกน่ะหรือ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "สำหรับคนพวกนั้น คุกก็เหมือนกับการพักร้อนในกรงทองหรูหราเพียงชั่วคราว แต่ความตาย... คือจุดจบเดียวที่ความแค้นของผมจะยอมรับได้"
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาเพิ่งสั่งการผ่านหูฟังยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ ในตอนนั้น เขาไม่ได้รู้สึกถึงความยินดี แต่มันคือความรู้สึกของการปลดล็อกโซ่ตรวนที่ผูกมัดหัวใจมานานนับสิบปี เสียงปืนที่ดังขึ้นในความมืดจากอีกฟากหนึ่งของเมืองคือจุดเริ่มต้นของ 'พายุ' ที่เขากำลังจะโหมกระหน่ำใส่ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่เคยทำลายทุกอย่างของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
"ผมให้โอกาสพวกเขาแล้ว ในวันที่ผมร้องขอความเมตตาจากกฎหมาย... พวกเขากลับหัวเราะเยาะใส่ใบหน้าของผม" ศิลาเดินไปที่โต๊ะ หยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะขึ้นมาเปิดออก หน้ากระดาษแต่ละใบเต็มไปด้วยรูปถ่าย รายชื่อ และแผนผังความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงถึง 'ไอ้พวกสวะ' ที่อยู่บนจุดสูงสุดของสังคม "รินรดา หากคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเขียนข่าวที่ได้รับความนิยมที่สุดในชีวิต ต่อไปนี้คุณต้องทำเป็นมองไม่เห็น และทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น"
"ฉันไม่ทำ!" เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำใส "ฉันไม่ได้เข้ามาในชีวิตคุณเพื่อเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด! ฉันต้องการช่วยคุณให้หลุดพ้น ไม่ใช่จมลงไปในโคลนตมแบบที่คุณกำลังทำ!"
"ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ควรกลับไปเสีย"
เสียงโทรศัพท์มือถือของศิลาแผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ เขาเหลือบมองชื่อบนหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนจะกดรับด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"เรียบร้อยแล้วครับ" เสียงปลายสายรายงานมาด้วยความเย็นชา "กระสุนนัดเดียวเข้าเป้าหมาย ตอนนี้ทางฝั่งนั้นเริ่มรู้ตัวแล้ว และพวกเขากำลังเคลื่อนไหว... สงครามที่คุณต้องการ มันเริ่มต้นขึ้นแล้วครับนาย"
ศิลาวางสายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ความสัมพันธ์ที่เปราะบางของคนสองคนกำลังแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา ความรัก ความห่วงใย หรือแม้แต่ความผูกพันที่เคยมีมา ถูกแทนที่ด้วยกำแพงความลับที่สูงเสียดฟ้า
"กลับไปซะ รินรดา" ศิลาเดินไปหยิบเสื้อคลุมยาวขึ้นมาสวม "นับจากวินาทีนี้ไป ถนนทุกสายจะเต็มไปด้วยคาวเลือด และผมไม่อยากให้คุณต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของมลทินที่ผมกำลังจะก่อ"
"คุณคิดว่าคุณชนะงั้นหรือ?" รินรดาถามด้วยเสียงอันสั่นเครือ "คุณกำลังประกาศสงครามกับคนที่ถือครองครึ่งค่อนเมือง คุณคิดว่าคุณจะรอดชีวิตไปได้นานแค่ไหนกัน!"
ศิลาหยิบปืนพกกระบอกหนึ่งขึ้นมาตรวจเช็กกลไกอย่างชำนาญ เสียง 'คลิก' ของรังเพลิงที่เลื่อนเข้าที่ฟังดูบาดลึกเข้าไปในจิตใจของหญิงสาว เขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่หยุดชะงัก ทว่าที่ประตูเขากลับหยุดยืนชั่วครู่
"ผมไม่ได้วางแผนจะรอดชีวิตไปตั้งแต่แรกแล้วครับ"
เขาก้าวออกไป ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางห้องทำงานที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความแค้น ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลงตามมาด้วยเสียงกระจกหน้าต่างแตกละเอียดจากแรงระเบิดที่ดังมาจากภายนอกอาคาร เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันดังระงมไปทั่วทั้งเขต ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างหนึ่งกลับก้าวเข้ามาในห้องผ่านทางประตูที่เปิดค้างไว้
บุคคลนั้นไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาพร้อมกับกล่องไม้ใบเก่าที่รินรดาคุ้นตาดีที่สุด... กล่องใบเดียวกับที่ศิลาเคยบอกว่ามันถูกฝังอยู่พร้อมกับศพของพ่อแม่เขาในวันที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน
"ของสิ่งนี้... ไม่ควรอยู่ในมือของฆาตกรตัวจริงนะคะ คุณรินรดา" ผู้มาเยือนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูคุ้นเคยจนน่าขนลุก พร้อมกับรอยยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ที่มุมปาก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ!
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 22
พายุที่กำลังก่อตัว
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!