เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 23

อำนาจมืด

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"แฟ้มคดีนี้ถูกสั่งปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ศิลา... นายควรจะรู้ว่าเมื่อ 'คนข้างบน' ขยับตัว มดปลวกอย่างเราก็มีหน้าที่แค่หลบให้พ้นทาง" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัด กลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยอบอวลกลบกลิ่นอายความตายที่ยังคงติดอยู่ในใจของศิลา ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังกองเอกสารหลักฐานที่ถูกประทับตราสีแดงฉานด้วยคำว่า 'ยุติการสืบสวน' บนโต๊ะไม้ขัดเงาของสถานีตำรวจ มือของเขากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ภายใต้ความสงบนิ่งราวกับผืนน้ำยามไร้ลม คือพายุแห่งความแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "คนข้างบนที่ว่า คือใครครับ?" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "ผู้กำกับ หรือว่าใครที่ใหญ่กว่านั้น?" ผู้กำกับวิชัยถอนหายใจยาวพลางปลดเนคไทออกอย่างหงุดหงิด เขาก้าวเดินไปที่หน้าต่าง มองดูแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในเมืองหลวงที่ดูสวยงามทว่าเต็มไปด้วยเศษซากแห่งอำนาจ "นายอย่าถามในสิ่งที่รู้อยู่เต็มอก ศิลา คนที่ฆ่าครอบครัวนายไม่ได้มีแค่มีดในมือ แต่มันมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ด้วย ยิ่งนายขุดคุ้ย นายยิ่งเข้าใกล้หลุมศพของตัวเองมากขึ้นทุกที" ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต รินรดาเดินพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนักข่าวสาวผู้ไม่เกรงกลัวใคร เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกลางห้อง ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในคืนที่เกิดเหตุถูกฉายขึ้นมา มันไม่ใช่ภาพเบลอๆ เหมือนที่ตำรวจเคยให้ดู แต่มันเป็นภาพที่ชัดเจนพอจะเห็น 'ตราสัญลักษณ์' บนแหวนนิ้วนางข้างซ้ายของฆาตกร "ฉันเพิ่งได้สิ่งนี้มาจากแหล่งข่าววงในครับศิลา" รินรดากล่าวเสียงสั่นแต่หนักแน่น "ตราสัญลักษณ์นี่... มันเป็นตราของมูลนิธิการกุศลที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ผู้กำกับวิชัยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "พวกเธอเล่นอะไรกันอยู่? นี่ไม่ใช่การทำข่าวสอบสวน แต่นี่คือการเอาตัวไปวางบนเขียงประหารชัดๆ" "ถ้าความยุติธรรมมันไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ผมก็แค่ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือของผมเอง" ศิลาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาดูราวกับจะกดทับบรรยากาศในห้องให้เบาบางลง เขาสบตาผู้กำกับวิชัยอย่างไม่ลดละ "ขอบคุณที่เตือนครับผู้กำกับ แต่จากนี้ไป คดีของครอบครัวผม ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายอีกต่อไป... แต่มันคือเรื่องของความตายที่ต้องชดใช้ด้วยความตาย" รินรดาดึงแขนเสื้อศิลาไว้เบาๆ แววตาของเธอเตือนเขาถึงบางสิ่งที่เขามักจะหลงลืมไปในยามที่ความโกรธเข้าครอบงำ เธอไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นฆาตกรที่ไร้หัวใจ แต่เธอต้องการให้เขาเห็นความจริงก่อนที่จะสายเกินไป "เรายังมีทางเลือกอื่นศิลา เราเปิดโปงความจริงผ่านสื่อได้ ให้สังคมเป็นคนตัดสิน" ศิลาหันไปมองรินรดา รอยยิ้มบางๆ ที่ดูขมขื่นปรากฏบนมุมปาก "ริน... สังคมตัดสินคนจากข่าวที่พาดหัว แต่ฆาตกรเหล่านั้นตัดสินคนด้วยกระสุนปืน ผมจะไม่มีวันให้พวกมันมีโอกาสทำร้ายใครได้อีก" เขาก้าวเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้รินรดาและผู้กำกับวิชัยยืนอึ้งอยู่ในความเงียบ ศิลาตรงไปยังรถคันเก่าที่จอดทิ้งไว้ในมุมมืดของลานจอดรถ ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขาคือรายชื่อผู้เกี่ยวข้องที่เขาเพิ่งได้รับมาจากแหล่งข่าวลับ แต่มันไม่ใช่รายชื่อธรรมดา เมื่อเขาเปิดดูเอกสารหน้าสุดท้าย มือที่มั่นคงมาตลอดกลับเริ่มสั่นเทา รายชื่อลำดับสุดท้ายในบัญชีที่ฆ่าครอบครัวของเขา... ชื่อที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ พร้อมกับเครื่องหมายคำถามกำกับไว้ คือชื่อของคนที่เขาไว้ใจที่สุดในชีวิต โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏข้อความสั้นๆ จากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ: *"คืนนี้ที่ท่าเรือเก่า ถ้าอยากเห็นหน้าคนบงการตัวจริง... ก็จงมาเพียงลำพัง"* ศิลาชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกรถ แววตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและแรงอาฆาตที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาไม่ได้สังเกตเลยว่ามีเงาดำร่างหนึ่งยืนซุ่มอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารฝั่งตรงข้าม ปลายกระบอกปืนสไนเปอร์เล็งตรงมายังขมับของเขาอย่างแม่นยำ ขณะที่เขากำลังจะสตาร์ทรถ กระจกข้างรถก็แตกละเอียดด้วยเสียงปืนเก็บเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบจากความตาย! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับศิลาในเส้นทางแห่งความมืดมิดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%