"หลบไปศิลา!"
เสียงคำรามของ ‘กวิน’ ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉีกกระชากด้วยคมกระสุน เสียงปืนนัดแรกที่แผดเผาบรรยากาศไม่ได้สร้างความตระหนกให้ศิลาเท่ากับแรงผลักอันหนักหน่วงที่กระแทกเข้าที่ไหล่ขวา จนร่างของเขาเซถลาไปกระแทกกับกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่า กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นอับชื้นของซากตึกร้างโชยเข้าจมูกจนแสบขมวด
ทว่าสิ่งที่ศิลาเห็นในวินาทีถัดมา กลับเป็นภาพที่หยุดทุกความเคลื่อนไหวในหัวใจของเขา
กวิน เพื่อนเพียงคนเดียวที่ร่วมเป็นร่วมตายผ่านห้วงอเวจีมาด้วยกัน บัดนี้ร่างของเขากำลังทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีสดฉานพุ่งกระจายออกมาจากรอยร้าวบนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในเวลาเพียงชั่วพริบตา ดวงตาของกวินยังคงจ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง
"ไอ้กวิน!" ศิลาตะโกนสุดเสียง พุ่งตัวเข้าประคองร่างเพื่อนสนิทที่กำลังจะล้มลง แรงปะทะทำให้เขารู้สึกได้ถึงความร้อนจากโลหะที่ฝังลึกอยู่ในอกเพื่อน มือของเขาสั่นเทาขณะกดลงบนแผลเพื่อห้ามเลือด แต่ยิ่งกดยิ่งรู้สึกว่าความอบอุ่นของชีวิตกำลังไหลทะลักผ่านง่ามนิ้วไปอย่างช้าๆ
"ไม่ต้อง... ดูข้างหลัง..." เสียงของกวินแหบพร่า เขาไอออกมาเป็นเลือดก่อนจะฝืนยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "บอกริน... ให้ระวังตัวด้วย... อย่าให้ความแค้นของมึง... กินหัวใจจนมืดบอดไปมากกว่านี้"
ศิลาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาตแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุมมาตลอดชีวิตพุ่งพล่านออกมา "มึงหุบปากเดี๋ยวนี้! มึงห้ามตายนะ กวิน! เรายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ... มึงสัญญาว่าจะเห็นไอ้พวกเดรัจฉานนั่นชดใช้พร้อมกับกู!"
รินรดาที่หลบอยู่อีกฝั่งของซากกำแพงวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของกวิน มือของเธอสั่นเทาขณะควานหาโทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าสัญญาณในที่แห่งนี้กลับนิ่งสนิทราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
"ศิลา... มันสายเกินไปแล้ว" กวินกระซิบ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเพียงเสียงกระซิบของสายลมที่ผ่านรอยรั่วของอาคาร "มึงเลือกเส้นทางนี้เอง แต่มัน... ไม่จำเป็นต้องจบลงที่ความตายของทุกคน"
มือของกวินที่เปื้อนเลือดคว้าเข้าที่แขนของศิลาแน่น แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่ดวงตาของเขาจะค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ ร่างที่เคยแข็งแกร่งและเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ศิลามาตลอดหลายปี ทิ้งตัวลงบนอ้อมแขนของเพื่อนอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ความเงียบเข้าปกคลุมสถานที่นั้นอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องในใจของศิลา
"กวิน... กวิน!" ศิลาเรียกชื่อนั้นซ้ำๆ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ความเย็นเริ่มเข้าเกาะกุมร่างของเพื่อนสนิท รินรดาทรุดตัวลงข้างๆ กุมมือที่เปื้อนเลือดของกวินไว้ น้ำตาที่กลั้นมานานเริ่มไหลอาบแก้ม เธอรู้ดีว่าในโลกของศิลา ความสูญเสียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่นี่คือจุดที่ทำให้ศิลาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ศิลาค่อยๆ วางร่างของกวินลงอย่างแผ่วเบา เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาที่เคยมีความลังเลหรือความเห็นอกเห็นใจหลงเหลืออยู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับมัจจุราชได้ตื่นขึ้นภายในร่างของชายหนุ่มผู้นี้
"เขาตายเพราะช่วยมึงนะศิลา..." รินรดาพึมพำผ่านเสียงสะอื้น "เราควรหยุด... กลับไปตั้งหลักก่อน เราสู้คนพวกนี้ไม่ได้"
ศิลาไม่ตอบ เขาก้มลงเก็บปืนกระบอกหนึ่งที่ตกอยู่ข้างร่างกวิน สายตาของเขาจ้องมองไปยังความมืดมิดที่ปลายทางเดินนั้นอย่างไม่กะพริบ เขาไม่ได้วิ่งเข้าหาความตายด้วยความบ้าคลั่ง แต่เขากำลังเดินเข้าหา ‘เป้าหมาย’ ด้วยความนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่พร้อมจะกลายเป็นพายุคลั่งในเสี้ยววินาที
"กลับไปซะ รินรดา" เสียงของศิลาเย็นเยียบจนหญิงสาวรู้สึกขนลุก "ถ้าคืนนี้มีใครต้องตายเพิ่มอีกคน... คนคนนั้นต้องไม่ใช่เธอ"
เขาก้าวเดินไปข้างหน้า ทิ้งร่างเพื่อนสนิทและหญิงสาวไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝีเท้าของเขากระทบกับเศษกระจกแตกละเอียดจนเกิดเสียงดังก้องไปทั่วอาคาร และในวินาทีที่เขากำลังจะลับหายไปในความมืด ปลายกระบอกปืนเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าผากของเขา
ทว่าศิลาไม่ได้หลบ เขาหยุดเดินแล้วคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เขาเคยเผชิญ
"ในที่สุด... ก็โผล่หัวออกมาซักทีนะ... พ่อคนดี"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวออกมาจากเงามืดเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงตบมือที่ดังก้องไปทั่วห้องโถงร้างแห่งนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคา และเมื่อแสงนั้นกระทบใบหน้าของคนผู้นั้น ศิลาถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง
ชายคนนั้นคือคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน... ชายที่เป็นจุดเริ่มต้นของรอยบาปทั้งหมดในชีวิตของเขา!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดครั้งสำคัญนี้ร่วมกันนะครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 40
ความสูญเสียเพื่อนร่วมทาง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!