เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากกุญแจดอกสุดท้ายที่หลุดรอดจากพวงกุญแจของห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน ดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของค่ำคืน รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเพื่อขับไล่ความตื่นตระหนกที่กำลังกัดกินสมาธิ ปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงชื้นเหงื่อ แม้ว่าพวกเขาจะผ่านพ้นยามรักษาการณ์ด้านนอกมาได้อย่างฉิวเฉียดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
ศิลายืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มทอดเงาทะมึนทาบทับลงบนร่างของเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้ความสลัวของแสงไฟฉุกเฉินกวาดมองไปรอบห้องเก็บเอกสาร สัญชาตญาณดิบภายในตัวเขากำลังส่งเสียงเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างที่เงียบงันเกินไป
"เร็วเข้า ริน... เวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนอย่างสุขุม แต่มันแฝงไว้ด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้น
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่กลไกของลิ้นชักเหล็กกล้าชั้นในสุดจะดีดตัวเปิดออกเผยให้เห็นแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท ไร้ซึ่งป้ายชื่อหรือตราประทับใด ๆ นอกเหนือจากรหัสลับชุดหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือตวัดหวัด
ศิลาเป็นผู้ก้าวเข้าไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง น้ำหนักของกระดาษไม่กี่แผ่นภายในกลับให้ความรู้สึกราวกับมันกำลังแบกรับชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิตไว้
เมื่อเปิดหน้าแรกออก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับหมึกพิมพ์ราคาแพงลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของทั้งคู่ไม่ใช่ตัวอักษรบรรทัดแรก แต่เป็นภาพถ่ายใบเล็กที่ถูกหนีบไว้ด้วยคลิปโลหะขึ้นสนิม
ภาพของเด็กชายวัยไล่เลี่ยกับศิลายืนยันความจริงที่ไร้คำแก้ตัว ใบหน้าของเด็กคนนั้นสวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางห้องทดลองสีขาวปลอดเชื้อที่เต็มไปด้วยหลอดทดลองและสารเคมีแปลกประหลาด
"นี่มัน... บ้าชัด ๆ" รินรดากล่าวเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติเมื่อสายตาไล่อ่านบันทึกข้อความทางการแพทย์ที่อยู่ถัดลงมา "โครงการ 'รีเจนเนอเรชัน' เฟสที่สาม... การใช้มนุษย์เป็นสะพานเชื่อมต่อเซลล์เนื้อเยื่อกับสารกระตุ้นปราณธาตุเทียม..."
ศิลาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเลย กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเยือกเย็นมาตลอด บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกสุมด้วยเชื้อเพลิงชิ้นใหม่ ภาพความทรงจำในอดีตคืนวันที่ครอบครัวของเขาถูกเผาทำลายอย่างเลือดเย็นไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
ไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเรื่องอำนาจ แต่มันคือการทดลองอันไร้มนุษยธรรมที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้เงาของตรรกะแห่งความก้าวหน้า
"ดูบรรทัดสุดท้ายสิ ศิลา..." รินรดานิ้วเรียวชี้ไปยังรายชื่อผู้สนับสนุนโครงการที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยหมึกที่พยายามขีดฆ่า แต่มันยังคงพอมองเห็นร่องรอยของลายเซ็น
ดวงตาของศิลาหรี่แคบลงเมื่อเพ่งมองลายเซ็นนั้น ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
ชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนวันนั้น... กลับปรากฏหราอยู่บนเอกสารอนุมัติงบประมาณเมื่อสามเดือนก่อนนี้เอง
ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สาดส่องวาบไปทั่วห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคนที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาตามทางเดินด้านนอกอย่างรวดเร็ว ประตูเหล็กนิรภัยถูกล็อกอัตโนมัติจากภายนอกด้วยเสียงดังสนั่นก้อง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันมามองหน้าชายหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก "เราติดกับ..."
ศิลาคว้าแขนเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างชักอาวุธประจำกายออกมาเตรียมพร้อม ทว่าในวินาทีที่เงาดำของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้าของประตูห้องนั้นเอง เสียงเคาะสามครั้งเบา ๆ ก็ดังขึ้น ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามา
"ยินดีต้อนรับสู่ก้นบึ้งของความจริงนะ... หลานชาย"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 43
ความลับในเอกสารลับ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!