"ถ้าคุณอยากได้ความจริง คุณต้องเลิกมองผมในฐานะตำรวจ และมองให้เห็นถึงความเป็นคนขี้ขลาดที่อยากเอาตัวรอดมากกว่าชื่อเสียง"
น้ำเสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนตรงหน้าบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในห้องเช่าที่อับชื้น กลิ่นบุหรี่ราคาถูกปนเปกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ศิลาจ้องมอง 'สารวัตรอรรถ' อดีตนายตำรวจผู้เคยได้รับฉายาว่ามือปราบกังฉินที่ขายวิญญาณให้เงินตรา ดวงตาของชายสูงวัยคู่นั้นขุ่นมัวด้วยความหวาดระแวง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสิ้นหวังฉายชัด
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว ปลายกระบอกปืนในกระเป๋าเสื้อโค้ทคือหลักประกันที่เขาสัมผัสได้ด้วยนิ้วมือที่สั่นน้อยๆ แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว หากเป็นเพราะความโกรธที่คุกรุ่นเหมือนลาวาใต้เปลือกโลกที่รอวันปะทุ
"ความขี้ขลาดของคุณมีราคาสูงแค่ไหนครับ สารวัตร" ศิลาถามพลางขยับตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบราวกับใบมีดที่กดทับลงบนความรู้สึกของอีกฝ่าย
"ราคามันไม่ใช่แค่เงิน" อรรถแค่นยิ้มที่มุมปาก เห็นรอยแผลเป็นลากยาวที่แก้มซ้ายชัดเจนขึ้นในแสงสลัว "มันคือลมหายใจของลูกเมียผม พวกเขาอยู่ในเซฟเฮาส์ที่คนของพวกมันคุมอยู่ทุกฝีก้าว คุณคิดว่าถ้าผมคายความลับนี้ออกไป พรุ่งนี้ผมจะยังมีชีวิตอยู่ไปดื่มเหล้าไหมล่ะ"
รินรดาที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ กายศิลามาตลอด ขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอวางสมุดจดลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบรอยน้ำ "สารวัตรคะ... เอ้ย สารวัตรครับ" เธอเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาปรามของศิลา "ถ้าคุณไม่พูดตอนนี้ คุณก็เป็นแค่หมาที่รอวันถูกเชือดทิ้งเหมือนกัน ที่คุณเรียกเรามาวันนี้ เพราะคุณรู้ดีว่าเวลาของคุณมันใกล้หมดแล้ว ไม่ใช่เหรอ?"
อรรถชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เขาไม่คิดว่านักข่าวสาวคนนี้จะอ่านเกมได้เฉียบขาดถึงเพียงนี้ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทตัวเก่าออกมาวางบนโต๊ะ
"บันทึกรายชื่อ... รายชื่อคนที่อยู่ 'เหนือ' กฎหมายที่พวกคุณกำลังตามหา" อรรถพึมพำมือที่สั่นเทาของเขาวางลงบนซองเอกสาร "ผมเก็บมันไว้เป็นประกันชีวิต แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นได้แค่คำสาปแช่ง"
ศิลารับซองนั้นมา เขาไม่ได้รีบร้อนเปิดดูในทันที แต่เขาสังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่นอกหน้าต่างบานเกล็ด สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวศิลาตื่นขึ้นในทันใด เขาผุดลุกขึ้นคว้าแขนรินรดาพาทรุดลงข้างโต๊ะในจังหวะเดียวกับที่เสียงกระจกแตกกระจายจากการกระแทกของบางอย่างจากภายนอก
เสียงปืนเก็บเสียงดัง 'ฟุ่บ' สนั่นหวั่นไหว แรงกระสุนฝังเข้าที่ผนังไม้จุดที่ศิลานั่งอยู่เมื่อครู่นี้พอดี
"หมอบลง!" ศิลาตะโกนลั่น พร้อมกับชักปืนออกมาจากเสื้อโค้ท สายตาเขาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ยากจะระงับ
ท่ามกลางความโกลาหล อรรถที่เพิ่งตั้งตัวได้พยายามจะคลานหนีไปที่ประตูทว่าถูกแรงกระแทกจากบุคคลปริศนาที่พุ่งทะลุเข้ามาในห้อง ชายชุดดำในหน้ากากกันแก๊สไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า มันเข้าประชิดตัวอรรถและใช้มีดพกจ่อเข้าที่ลำคอของอดีตตำรวจกังฉินคนนั้นโดยไม่มีการเจรจา
"คืนของมาซะ ศิลา..." เสียงที่ลอดผ่านหน้ากากออกมานั้นทุ้มต่ำผิดมนุษย์ มันไม่ใช่เสียงของคนธรรมดา แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงที่ทำให้หัวใจของศิลาแทบหยุดเต้น
ศิลาชะงักมือที่กำลังจะเหนี่ยวไก เขาเพ่งมองดวงตาของมือสังหารผ่านเลนส์หน้ากากนั้น และสิ่งที่เขาเห็นทำเอาความเย็นเยือกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ เพราะสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า... แต่เป็นรอยสัก 'รูปจันทร์เสี้ยวที่ถูกใบมีดตัดผ่าน' สัญลักษณ์เดียวกันกับที่ฆาตกรทิ้งไว้ในคืนที่ครอบครัวของเขาต้องดับสูญ
"แก..." ศิลาเค้นเสียงออกมาจากลำคอ "แกคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ฉัน"
มือสังหารชุดดำนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันไม่ได้ฆ่าอรรถในทันที แต่กลับกดมีดลึกลงไปจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา "แกยังอ่อนหัดนักศิลา... ของที่อยู่ในมือแกน่ะ มันไม่ใช่แค่ชื่อคน แต่มันคือใบมรณบัตรของแกเอง"
ก่อนที่ศิลาจะทันได้ลั่นไก มือสังหารก็ทิ้งระเบิดควันลงบนพื้นห้องทันที ทัศนวิสัยมืดมิดในชั่วพริบตา เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งหายไปในความมืดพร้อมกับร่างของอรรถที่ถูกลากหายไปด้วย ศิลาพุ่งตัวตามออกไปอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งให้รินรดานั่งหอบหายใจอยู่ท่ามกลางควันไฟที่ตลบอบอวล
เมื่อควันจางลง ศิลาพบเพียงความว่างเปล่าบนทางเดินนอกตึก แต่สิ่งที่เหลือทิ้งไว้บนพื้นคือ 'เหรียญตราตำรวจ' ที่ถูกหักครึ่งท่อนหนึ่ง... และรอยเลือดที่ลากยาวไปสู่ความมืดมิดของตรอกด้านหลัง
ศิลาหยิบเหรียญนั้นขึ้นมาดู พลิกดูด้านหลังแล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะมันมีชื่อสลักไว้... ชื่อของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีที่แล้ว
"เป็นไปไม่ได้..." เขากระซิบกับความเงียบงัน
รินรดาเดินออกมาด้วยสภาพมอมแมม เธอมองเหรียญในมือศิลาแล้วถามเสียงสั่น "เกิดอะไรขึ้นศิลา? ใครคือคนที่แกพูดถึง?"
ศิลาหันมามองรินรดา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "เราไม่ได้กำลังสู้กับคนธรรมดา... เรากำลังสู้กับคนที่ถูกลบชื่อออกจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เขายังอยู่... และเขากำลังรอเราอยู่ที่ปลายทางของนรกนี่"
เขาสูดหายใจลึก ก้าวเดินไปสู่ความมืดโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ในขณะที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาแทบขาดห้วง:
* 'ยินดีต้อนรับกลับสู่นรก... ลูกชายที่รัก' *
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของเงาจันทรานี้นะครับ ครับ
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 19
พันธมิตรที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!