"ถ้าคุณกล้าก้าวออกจากห้องนี้ไป... คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ศิลานิ่งงัน กล้ามเนื้อใต้สูทสั่งตัดชั้นดีเกร็งเขม็ง มือของเขาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เสียงแหบพร่าของชายเบื้องหน้ายังคงวนเวียนอยู่ข้างหูราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ศิลาสูดลมหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกลิ่นอายดินปืนจางๆ ของคนตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ แต่ใบหน้ากลับราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม
"ผมไม่ได้กลัวตายครับ" ศิลาตอบกลับเสียงเย็น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาหม่นหัวเราะร่า รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาขยับไปมาเหมือนรอยร้าวบนกระจกที่รอวันแตกสลาย
"ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างคุณ... ศิลา" ชายคนนั้นโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลง "คืนนี้ที่คฤหาสน์วินทร์พิทักษ์... แขกผู้มีเกียรติทุกคนต่างสวมหน้ากากเพื่อซ่อนตัวตน หากคุณอยากรู้ว่าใครคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากคุณ ก็ลองเดินเข้าไปในนรกขุมนั้นดูสิ แต่จำไว้... ในงานเลี้ยงหน้ากาก ไม่มีใครเป็นมิตร และไม่มีใครที่ไว้ใจได้แม้แต่เงาของตัวเอง"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของชายปริศนาก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานที่เคยเป็นรังของศัตรู
***
คฤหาสน์วินทร์พิทักษ์ในค่ำคืนนี้ดูราวกับปราสาทที่สร้างขึ้นจากความโอ่อ่าและความโสมม แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมากระทบหน้ากากหลากสีสันของผู้คนที่เดินขวักไขว่ เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอย่างเชื่องช้ากลับฟังดูเสียดแทงประสาทสัมผัส ศิลาในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีเงินลายกุหลาบหนาม ก้าวผ่านประตูไม้บานยักษ์เข้ามาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง
เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเต้นรำ แต่มาเพื่อล่า
"คุณมาสายกว่าที่ฉันคิดไว้นะ" เสียงหนึ่งกระซิบมาจากด้านข้าง ศิลาไม่หันไปมอง เขารู้ดีว่าเป็นใคร รินรดาในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขลับผิว หน้ากากขนนกสีดำปิดบังเพียงครึ่งใบหน้า ทว่านัยน์ตาคู่นั้นยังคงฉายแววความดื้อรั้นและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"มันไม่ง่ายที่จะแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ปิดตายแบบนี้" ศิลาตอบพลางหยิบแก้วแชมเปญจากถาดของบริกรที่เดินผ่านมา "ริน... ผมบอกคุณแล้วว่าที่นี่อันตรายเกินไป"
"และฉันก็บอกคุณแล้วว่าฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียว" รินรดาคว้าแขนเขาไว้เบาๆ สายตาเธอเหลือบมองไปยังระเบียงชั้นสอง ที่ซึ่งเหล่าชายชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ "ศิลา มองไปที่โต๊ะกลมกลางโถงนั่นสิ ชายสวมหน้ากากทองคำ... คนที่กำลังหัวเราะนั่นน่ะ เขาคือคนที่คุณกำลังตามหาอยู่หรือเปล่า?"
ศิลาหรี่ตามอง มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเพียงเสี้ยววินาที ชายในหน้ากากทองคำกำลังจิบไวน์ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ทุกท่วงท่า ทุกการขยับตัว มันเหมือนกับภาพนิมิตที่ตามหลอกหลอนเขาในฝันมานานนับปี ภาพของชายที่ยืนถือปืนในคืนฝนตก... คืนที่ครอบครัวของเขาต้องจากไป
"ใช่..." ศิลาเค้นเสียงตอบ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงอาฆาต "นั่นคือเขา"
"รอจังหวะก่อน ศิลา" รินรดาเตือนเสียงต่ำ "ที่นี่มีกล้องวงจรปิดทุกมุม และบอดี้การ์ดรอบตัวเขาไม่ต่ำกว่าสิบคน ถ้าคุณบุ่มบ่ามตอนนี้ คุณจะไม่ได้คำตอบ แต่คุณจะได้ไปนอนอยู่ในโลง"
ศิลาพยักหน้าช้าๆ แต่ความอดทนของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด เขาเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มคน มุ่งตรงไปยังทางเดินมืดมิดที่นำไปสู่ห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าภาพ เขาเห็นชายหน้ากากทองคำขอตัวปลีกออกมาทางนั้นพอดี นี่คือโอกาสเดียวที่เขาจะได้เผชิญหน้า
เขาก้าวตามไปอย่างเงียบเชียบ เสียงรองเท้าหนังของเขาแทบจะไร้เสียงบนพื้นพรมหนานุ่ม รินรดามองตามหลังเขาไปด้วยความกังวล เธอเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปอีกทางเพื่อเป็นหูเป็นตาให้เขา
ศิลาผลักประตูห้องทำงานบานนั้นเข้าไปอย่างแผ่วเบา กลิ่นบุหรี่ซิการ์ฉุนกึกเตะจมูก ทว่าในห้องนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงเสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่ดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ราวกับเสียงหัวใจที่ใกล้หยุดเต้น เขาเดินไปที่โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ มือควานหาสิ่งผิดปกติ ทันใดนั้น เขาก็พบกับแฟ้มเอกสารที่วางแอบอยู่ใต้ถาดใส่ปากกา
'รายชื่อเหยื่อ... และแผนการล้างบาง'
ศิลาเปิดมันออก ลมหายใจของเขาติดขัด หน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายไม่มีรายชื่อ แต่มีรูปถ่ายของเขากับรินรดาที่ถูกแอบถ่ายไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'ยินดีต้อนรับสู่กับดัก'
ทันทีที่เขารู้สึกตัว เสียงล็อคประตูดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงหัวเราะที่คุ้นเคย
"ดีใจจริงๆ ที่คุณเดินเข้ามาหาผมถึงในถ้ำมังกร"
ศิลาหันขวับไปมองทางหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดตาย เขาเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลัง ไม่ใช่คนเดียว แต่มีถึงสามคน... และหนึ่งในนั้น คือคนเดียวที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในฐานะศัตรู
ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับของศิลาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน
"วางปืนลงซะ... ศิลา... เพราะคนที่คุณกำลังตามล่ามาตลอดชีวิต ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณหรอก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมิดและเปี่ยมไปด้วยเงื่อนงำในครั้งนี้ครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 13
งานเลี้ยงหน้ากาก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!