เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 13

งานเลี้ยงหน้ากาก

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถ้าคุณกล้าก้าวออกจากห้องนี้ไป... คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น" ศิลานิ่งงัน กล้ามเนื้อใต้สูทสั่งตัดชั้นดีเกร็งเขม็ง มือของเขาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เสียงแหบพร่าของชายเบื้องหน้ายังคงวนเวียนอยู่ข้างหูราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ศิลาสูดลมหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกลิ่นอายดินปืนจางๆ ของคนตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ แต่ใบหน้ากลับราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม "ผมไม่ได้กลัวตายครับ" ศิลาตอบกลับเสียงเย็น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาหม่นหัวเราะร่า รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาขยับไปมาเหมือนรอยร้าวบนกระจกที่รอวันแตกสลาย "ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างคุณ... ศิลา" ชายคนนั้นโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลง "คืนนี้ที่คฤหาสน์วินทร์พิทักษ์... แขกผู้มีเกียรติทุกคนต่างสวมหน้ากากเพื่อซ่อนตัวตน หากคุณอยากรู้ว่าใครคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากคุณ ก็ลองเดินเข้าไปในนรกขุมนั้นดูสิ แต่จำไว้... ในงานเลี้ยงหน้ากาก ไม่มีใครเป็นมิตร และไม่มีใครที่ไว้ใจได้แม้แต่เงาของตัวเอง" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของชายปริศนาก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานที่เคยเป็นรังของศัตรู *** คฤหาสน์วินทร์พิทักษ์ในค่ำคืนนี้ดูราวกับปราสาทที่สร้างขึ้นจากความโอ่อ่าและความโสมม แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมากระทบหน้ากากหลากสีสันของผู้คนที่เดินขวักไขว่ เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอย่างเชื่องช้ากลับฟังดูเสียดแทงประสาทสัมผัส ศิลาในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีเงินลายกุหลาบหนาม ก้าวผ่านประตูไม้บานยักษ์เข้ามาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเต้นรำ แต่มาเพื่อล่า "คุณมาสายกว่าที่ฉันคิดไว้นะ" เสียงหนึ่งกระซิบมาจากด้านข้าง ศิลาไม่หันไปมอง เขารู้ดีว่าเป็นใคร รินรดาในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขลับผิว หน้ากากขนนกสีดำปิดบังเพียงครึ่งใบหน้า ทว่านัยน์ตาคู่นั้นยังคงฉายแววความดื้อรั้นและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "มันไม่ง่ายที่จะแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ปิดตายแบบนี้" ศิลาตอบพลางหยิบแก้วแชมเปญจากถาดของบริกรที่เดินผ่านมา "ริน... ผมบอกคุณแล้วว่าที่นี่อันตรายเกินไป" "และฉันก็บอกคุณแล้วว่าฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียว" รินรดาคว้าแขนเขาไว้เบาๆ สายตาเธอเหลือบมองไปยังระเบียงชั้นสอง ที่ซึ่งเหล่าชายชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ "ศิลา มองไปที่โต๊ะกลมกลางโถงนั่นสิ ชายสวมหน้ากากทองคำ... คนที่กำลังหัวเราะนั่นน่ะ เขาคือคนที่คุณกำลังตามหาอยู่หรือเปล่า?" ศิลาหรี่ตามอง มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเพียงเสี้ยววินาที ชายในหน้ากากทองคำกำลังจิบไวน์ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ทุกท่วงท่า ทุกการขยับตัว มันเหมือนกับภาพนิมิตที่ตามหลอกหลอนเขาในฝันมานานนับปี ภาพของชายที่ยืนถือปืนในคืนฝนตก... คืนที่ครอบครัวของเขาต้องจากไป "ใช่..." ศิลาเค้นเสียงตอบ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงอาฆาต "นั่นคือเขา" "รอจังหวะก่อน ศิลา" รินรดาเตือนเสียงต่ำ "ที่นี่มีกล้องวงจรปิดทุกมุม และบอดี้การ์ดรอบตัวเขาไม่ต่ำกว่าสิบคน ถ้าคุณบุ่มบ่ามตอนนี้ คุณจะไม่ได้คำตอบ แต่คุณจะได้ไปนอนอยู่ในโลง" ศิลาพยักหน้าช้าๆ แต่ความอดทนของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด เขาเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มคน มุ่งตรงไปยังทางเดินมืดมิดที่นำไปสู่ห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าภาพ เขาเห็นชายหน้ากากทองคำขอตัวปลีกออกมาทางนั้นพอดี นี่คือโอกาสเดียวที่เขาจะได้เผชิญหน้า เขาก้าวตามไปอย่างเงียบเชียบ เสียงรองเท้าหนังของเขาแทบจะไร้เสียงบนพื้นพรมหนานุ่ม รินรดามองตามหลังเขาไปด้วยความกังวล เธอเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปอีกทางเพื่อเป็นหูเป็นตาให้เขา ศิลาผลักประตูห้องทำงานบานนั้นเข้าไปอย่างแผ่วเบา กลิ่นบุหรี่ซิการ์ฉุนกึกเตะจมูก ทว่าในห้องนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงเสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่ดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ราวกับเสียงหัวใจที่ใกล้หยุดเต้น เขาเดินไปที่โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ มือควานหาสิ่งผิดปกติ ทันใดนั้น เขาก็พบกับแฟ้มเอกสารที่วางแอบอยู่ใต้ถาดใส่ปากกา 'รายชื่อเหยื่อ... และแผนการล้างบาง' ศิลาเปิดมันออก ลมหายใจของเขาติดขัด หน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายไม่มีรายชื่อ แต่มีรูปถ่ายของเขากับรินรดาที่ถูกแอบถ่ายไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'ยินดีต้อนรับสู่กับดัก' ทันทีที่เขารู้สึกตัว เสียงล็อคประตูดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงหัวเราะที่คุ้นเคย "ดีใจจริงๆ ที่คุณเดินเข้ามาหาผมถึงในถ้ำมังกร" ศิลาหันขวับไปมองทางหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดตาย เขาเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลัง ไม่ใช่คนเดียว แต่มีถึงสามคน... และหนึ่งในนั้น คือคนเดียวที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในฐานะศัตรู ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับของศิลาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน "วางปืนลงซะ... ศิลา... เพราะคนที่คุณกำลังตามล่ามาตลอดชีวิต ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณหรอก" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมิดและเปี่ยมไปด้วยเงื่อนงำในครั้งนี้ครับ ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%