“คุณทำบ้าอะไรลงไป เมฆา!”
ศิลาคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อม แรงบีบที่มือซึ่งกำคอเสื้อของอีกฝ่ายแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลนไม่ได้มาจากความโกรธเกรี้ยวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการพยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่กำลังจะแหกคุกออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ
เมฆาไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแต่จ้องมองศิลาด้วยแววตาว่างเปล่าที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองลงไปในหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง รินรดายังคงนั่งทรุดอยู่บนพื้น เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเธอเหมือนเสียงกรีดร้องที่ถูกแช่แข็งอยู่ในความเงียบงัน
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอแหละศิลา” เมฆาแค่นยิ้มที่มุมปาก “นายมัวแต่มองหาเงาของฆาตกรในความมืด ทั้งที่จริงๆ แล้ว กุญแจที่ไขปริศนาทั้งหมดไม่ได้อยู่ในมือใครเลย นอกจากมือของนายเอง... แต่ก็นะ นายเลือกที่จะโยนมันทิ้งไปตั้งแต่ตอนที่นายตัดสินใจเดินเข้าหาฉันในฐานะศัตรูแล้ว”
ศิลาสะบัดร่างเมฆากระแทกกับผนังอิฐจนฝุ่นปูนร่วงกราว พลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายเขาพุ่งพล่านจนอากาศรอบกายดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด เศษแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวสั่นไหวและร้าวรานราวกับตอบสนองต่อแรงกดดันจากจิตใจที่ไร้ความคุมของเจ้าของ
“อย่ามาทำเป็นพูดจาชี้นำ!” ศิลาตวาด เขาเดินตรงเข้าหาเมฆาที่พยายามยันกายลุกขึ้น เงาของเขาบนกำแพงทาบทับร่างของอีกฝ่ายจนมิดราวกับจะกลืนกิน “ครอบครัวฉันตายเพราะคนพวกนั้น... เพราะไอ้พวกที่อยู่เบื้องหลังเงาที่แกอ้างถึง! อย่ามาบิดเบือนความผิดด้วยการโยนขี้มาให้ฉัน!”
“ศิลา! หยุดเถอะ!” รินรดาพยายามยันกายลุกขึ้น แม้ขาทั้งสองข้างจะยังสั่นเทา เธอถลาเข้ามาคว้าแขนของศิลาเอาไว้ “คุณกำลังจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา ถ้าคุณฆ่าเขาตอนนี้ คุณก็จะไม่มีวันได้รู้ว่าใครคือคนบงการตัวจริง... คุณจะกลายเป็นแค่สัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่ยอมจำนนต่อความแค้น เหมือนกับไอ้พวกที่คุณเกลียดชัง!”
ศิลาชะงัก สายตาที่เคยดุดันและไร้สติค่อยๆ เลื่อนมาประสานกับดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาของรินรดา ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาเริ่มถูกความเย็นเยียบของความจริงสาดซัดเข้ามาสกัดกั้น แต่ในใจลึกๆ เขากลับรู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่รุนแรงจนน่ากลัว มันเป็นความรู้สึกที่บอกให้เขาปล่อยวางทุกอย่าง... ปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายลงไปพร้อมกับความแค้นนี้เสียที
“ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้” ศิลาพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือ “แต่คุณดูสิ่งที่เขาทิ้งไว้สิ รินรดา... ทุกอย่างที่ฉันเชื่อ ทุกคนที่ฉันเคยศรัทธา ทุกอย่างถูกหักหลังจนไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่คุณ... คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าคุณไม่ได้เป็นหนึ่งในหมากตัวนั้น?”
คำถามนั้นดั่งคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรินรดา เธอผงะถอยหลัง ดวงตาที่เคยมีแต่ความเห็นอกเห็นใจบัดนี้ฉายแววเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง “ถ้าคุณมองว่าฉันเป็นหมากตัวหนึ่ง... งั้นก็ทำเลยสิคะ ศิลา ทำลายฉันทิ้งไปพร้อมกับเขาเลย!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ศิลาเงื้อมือขึ้นราวกับจะฟาดฟันทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ในจังหวะที่หมัดของเขาเกือบจะกระแทกเข้ากับเสาปูนจนเลือดสาด ลมเย็นเยียบวูบหนึ่งก็พัดผ่านเข้ามาในห้องที่ปิดตาย
เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังมาจากเงามืดมุมห้องทำให้ทั้งสามคนชะงัก ศิลาหันขวับไปมองที่มุมห้อง ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด สวมเสื้อโค้ทสีเทาและใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกปีกกว้าง รอยยิ้มภายใต้เงานั้นไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัว แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกกติกา
“ทะเลาะกันได้สนุกดีนี่” บุคคลปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้ศิลาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ “แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะลืมไปนะ ว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังถกเถียงกันอยู่น่ะ... มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนจันทร์ดับนี้”
ศิลาขมวดคิ้ว มือที่สั่นเทาค่อยๆ หยิบปืนพกออกมาจ่อไปที่คนแปลกหน้า “แกเป็นใคร และแกรู้อะไร?”
ชายแปลกหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของศิลาแทบหยุดเต้น มันเป็นใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำ แม้จะผ่านไปหลายปี... ใบหน้าที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
“พ่อ?” ศิลาพึมพำ เสียงนั้นแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง จนแทบจะขาดใจ
คนตรงหน้ายิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่ศิลาเคยเห็นมาในชีวิต “ความแค้นที่ไม่มีวันดับมอด... สุดท้ายก็พาแกมาส่งถึงจุดจบจนได้นะ ศิลา”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของศิลาในบทนี้ หวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 31
ความโกรธแค้นที่ควบคุมไม่ได้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!