เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 2

กำแพงกั้นกลาง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เส้นเทปสีเหลืองสลับดำที่ลากยาวแบ่งครึ่งห้องนั่งเล่น ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์แบ่งเขตแดนชั่วคราว แต่มันคือเส้นเขตสงครามเย็นที่ถูกตีเส้นขึ้นด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ รวิศยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว สายตานิ่งสนิทมองผลงานการ ‘ตีตาราง’ ของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ ทว่าตอนนี้กลับใช้มันทำตัวราวกับเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังขีดวงกลมไม่ให้ใครล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของตัวเอง บนโต๊ะทำงานตัวยาวฝั่งหน้าต่างถูกกองแปลนกระดาษไขและโมเดลจำลองโปร젝트ถมทับจนแทบไม่มีที่ว่าง ธามในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังก้มหน้าก้มตาคำนวณสัดส่วนโครงสร้างด้วยไม้บรรทัดสเกลอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่าทางจริงจังนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างปฏิเสธไม่ได้—น่าเสียดายที่เจ้าตัวดันเปิดปากพูดออกมาทำลายบรรยากาศหมดสิ้น "ถ้าสายตาของคุณรวิศว่างมากจนไม่มีอะไรจะทำ ช่วยเอาตัวออกไปให้พ้นรัศมีห้าเซนติเมตรจากเขตของผมด้วยครับ กลิ่นกาแฟคั่วเข้มของคุณมันรบกวนสมาธิในการคิดงานของผม" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้เส้นเทปสีเหลืองนั้นอีกนิด จนปลายรองเท้าผ้าใบเกือบจะเหยียบทับเส้นแบ่งเขต "กาแฟแก้วนี้ราคาแพงกว่าโปรเจกต์ที่คุณกำลังนั่งแก้ทั้งโปรเจกต์เสียอีก คุณธาม... แล้วก็ช่วยกรุณาจำใส่สมองไว้ด้วยว่า นี่มันเซฟเฮาส์ของผม ไม่ใช่สตูดิโอส่วนตัวของคุณที่จะมาขีดเส้นแบ่งอาณาเขตตามอำเภอใจ" ธามวางปากกาในมือลงกระแทกกับโต๊ะเสียงดังสนั่น เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวฉับๆ มาหยุดยืนอยู่หลังเส้นเทปสีเหลืองฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนแทบจะมองเห็นเป็นควันไฟ "ถ้าไม่ใช่เพราะงานราชการลับบ้าบออะไรนี่ ผมไม่มีทางมาเหยียบสถานที่อับทึบไร้รสนิยมแบบนี้หรอกครับ! แล้วช่วยจำใส่สมองของคุณกลับบ้างเหมือนกันว่า ผมคือคนที่ต้องมารับผิดชอบชีวิตคุณจากพวกมือสังหารที่ตามล่าคุณอยู่ เพราะฉะนั้น... ในพื้นที่ทำงานตรงนี้ ผมคือนายใหญ่" "นายใหญ่?" รวิศทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลดระยะห่างระหว่างกันให้เหลือเพียงแค่ความกว้างของเส้นเทป "คนที่จะสั่งผมได้ ต้องมีสมองมากกว่าการเอาเทปมาแปะพื้นเหมือนเด็กอนุบาลเล่นขายของครับ คุณสถาปนิก" ระยะประชิดนี้ทำให้ธามสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุรุษสะอาดสะอ้านจากตัวรวิศพุ่งปะทะจมูก ชั่วแวบหนึ่งที่ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบงันประหลาดก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว อุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำกลับรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ริมฝีปากยังคงดื้อดึงที่จะต่อปากต่อคำ "ถ้าคิดว่าเด็กอนุบาลทำได้ดีกว่า ผลงานการออกแบบโครงสร้างกันกระเบื้องเซฟเฮาส์ของคุณเมื่อคืนก็คงฝีมือเด็กอนุบาลอมมือเหมือนกันสินะครับ ถึงได้มีช่องโหว่ให้ผมเดินเข้ามาสודเจาะระบบความปลอดภัยได้ง่ายๆ" รวิศหรี่ตาลงทันที ประเด็นเรื่องช่องโหว่ความปลอดภัยคือจุดตายที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอย่างเขาไม่มีวันยอมรับ "คุณว่าอะไรนะ?" รวิศก้าวเท้าข้ามเส้นเทปสีเหลืองเข้ามาฝั่งของธามทันทีอย่างไร้ความลังเล ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ถูกย่นย่อเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนธามต้องผถะหลังโดยอัตโนมัติ สะโพสอบไปชนกับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง "ผมบอกว่า..." ธามเชิดหน้าขึ้น แม้แผ่นหลังจะชนโต๊ะจนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนต้องพูดต่อด้วยน้ำเสียงท้าทาย "ระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณคุยนักคุยหนา มีช่องโหว่ตรงเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวทางระเบียงฝั่งทิศตะวันตก ถ้าผมเป็นมือสังหาร ป่านนี้คุณลงไปนอนนับดาวบนพื้นห้องไปนานแล้วครับ" รวิศไม่ตอบคำถาม เขาใช้ความสูงที่ได้เปรียบก้าวเข้าไปกดดันจนธามต้องเอี้ยวตัวหลบ รวิศวางมือข้างหนึ่งลงบนขอบโต๊ะทำงาน กักตัวสถาปนิกปากเก่งไว้ระหว่างอ้อมแขนและโต๊ะไม้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ใบหูจนธาม ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "งั้นเหรอครับ..." เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความมั่นใจของธามลงทีละน้อย รวิศก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของอีกฝ่าย "ไหนลองบอกผมหน่อยสิครับว่า นอกจากช่องโหว่ตรงระเบียงแล้ว... ร่างกายของคุณมีช่องโหว่ตรงไหนอีกบ้าง ที่ผมสามารถเข้าไป ‘ตรวจสอบ’ ได้" ธามนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นใจบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหู ความใกล้ชิดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมทำให้เขาลืมสิ้นซึ่งบทสนทนาโต้เถียงเมื่อครู่ รวิศไม่ได้ขยับหนี เขายังคงจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยแววตาพราวระยับที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม มือหนาของรวิศยกขึ้น ปลายนี้วเรียวแตะเบาๆ ที่คางอิ่มของธาม บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับสบตากันตรงๆ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสงครามเย็นกลายเป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนระอุพร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาเอง ธามอ้าปากเตรียมจะต่อว่าด้วยคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อกู้ฟอร์ม แต่ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดลอดออกจากริมฝีปาก— *กริ๊งงงงงง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงดังสนั่นลั่นตึก พร้อมกับไฟแสงสีส้มกะพริบวาบไปทั่วทุกมุมห้อง รวิศชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังในเสี้ยววินาที เขาดึงมือกลับและผละออกจากตัวธามทันทีเพื่อพุ่งตัวไปที่หน้าจอควบคุมหลัก หน้าจอโฮโลแกรมแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอก ปรากฏเงาร่างของบุคคลแปลกหน้าสามคนกำลังพังประตูเหล็กชั้นล่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว และที่แย่ที่สุดคือ... พวกมันรู้รหัสผ่านชั่วคราวที่ควรจะมีแค่เขากับธามเท่านั้นที่รู้! รวิศหันกลับมาสบตากันธาม แววตาคมกริบฉายประกายอันตราย "ดูเหมือนว่า... ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคนที่เป็นหนอนกระดิ่งเสียแล้วล่ะครับคุณธาม" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะมาเติมพลังใจให้กันเสมอ เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%