“คุณกำลังจะบอกว่าสมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกรางวัลสมาคมสถาปนิกสยามอย่างผม วาดแปลนบ้านให้กลายเป็นโลงศพติดแอร์อย่างนั้นสินะครับคุณรวิศ”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นแทบจะทันทีที่ประโยคปริศนาเกี่ยวกับ ‘หนอนกระดิ่ง’ จากตอนที่แล้วจางหายไปจากบรรยากาศอันตึงเครียด ธามก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ที่ตอนนี้กางพิมพ์เขียวขนาด A0 แผ่หราอยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลุกโชนด้วยไฟทิฐิที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้ามาวิจารณ์งานออกแบบชิ้นเอกของเขา
รวิศไม่ได้ขยับหนี เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีเข้ม แววตาคู่คมนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่สะท้อนภาพความหัวRensหัวรั้นของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขบขันระคนระวังภัย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ชวนให้คนฟังอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดสักที
“ถ้าคุณภูมิใจนักกับช่องเซอร์วิสท่อแอร์ที่เชื่อมต่อจากห้องใต้ดินตรงดิ่งมาถึงห้องนอนใหญ่บนชั้นสามโดยไม่มีระบบสกัดกั้นสัญญาณหรือวาล์วตัดฉุกเฉิน ผมก็คงต้องเปลี่ยนคำนิยามใหม่…” รวิศเว้นจังหวะ ปรายตามองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่เริ่มขมวดคิ้วมุ่น “มันไม่ใช่แค่โลงศพติดแอร์หรอกครับคุณธาม แต่มันคือทางด่วนระดับ VIP สำหรับพวกที่ชอบแอบฟังและพร้อมจะหย่อนระเบิดพลีชีพได้ทุกเมื่อต่างหาก”
ธามแค่น ika หัวเราะในลำคอ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มฉายชัดถึงความไม่ยอมรับ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง กอดอกมองผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
“คุณกำลังระแวงเกินเหตุ รวิศ แบบแปลนนี้ผ่านการคำนวณตามหลักวิศวกรรมโครงสร้างมาอย่างดีทุกตารางนิ้ว ท่อแอร์พวกนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแค่สนิ้วเศษๆ ไม่มีมนุษย์ที่ไหนมุดเข้ามาได้หรอกครับ เว้นแต่คุณจะเลี้ยงแมวสายพันธุ์พิเศษไว้หลายตัวในบ้านหลังนี้”
“แมวเหรอครับ?” รวิศทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะเยาะหยันเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนความสูงแทบไม่ต่างกัน ร่างโปร่งของทั้งคู่เผชิญหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ จากตัวธามปะปนกับกลิ่นกาแฟดำจางๆ จากรวิศ สร้างสนามพลังบางอย่างที่ร้อนระอุขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ “แมวตัวที่ว่าคงตัวใหญ่เท่าคน และพกเครื่องส่งสัญญาณไมโครโฟนความถี่ต่ำติดมาด้วยสินะครับ ถึงได้ทำให้เซนเซอร์จับความดันอากาศในห้องควบคุมของเรากระพริบเตือนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที คำพูดของรวิศราวกับสาดน้ำเย็นจัดใส่หน้าธาม รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มแข็งค้าง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจแต่ก็ยังพยายามรักษาฟอร์มเอาไว้ ธามหันขวับกลับไปมองแบบพิมพ์เขียวบนโต๊ะอีกครั้ง ไล่สายตาตามเส้นทางเดินท่ออากาศที่ตนเองภาคภูมิใจนักหนา หัวสมองที่เคยแล่นฉิวด้วยไอเดียสถาปัตยกรรมเริ่มประมวลผลถึงความเป็นไปได้ที่ตนมองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัย
“เป็นไปไม่ได้…” ธามพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาลงกว่าเดิม “ผมตรวจทานแปลนระบบ HVAC กับทีมวิศวกรโครงสร้างแล้วสามรอบ…”
“เพราะคุณมองมันในฐานะ ‘ศิลปะ’ ไงครับคุณธาม…” รวิศก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับไหล่ของอีกฝ่าย มือเรียวยื่นผ่านหน้าธามไปชี้ลงบนจุดจุดหนึ่งของแปลน ปลายนิ้วของทั้งคู่เฉียดกันเพียงเสี้ยววินาที สร้างกระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัสจนรวิศต้องเม้มปากแน่น “แต่ผมมองมันในฐานะ ‘สนามรบ’ คนที่ส่งแปลนชุดนี้ให้คุณ... หรือคนในทีมของคุณที่แอบแก้แบบหน้างาน... รู้ดีว่าจุดไหนคือจุดบอดที่สถาปนิกอีโก้สูงอย่างคุณไม่มีทางยอมให้ใครแตะต้อง”
ธามหันมามองหน้าคนที่ยืนชิดติดกัน ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้แทบไม่มีเหลือ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ แววตาดื้อรั้นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและระคนความไม่พอใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ธามไม่ใช่คนโง่ เขารู้ทันทีว่าความประมาทของตนเกือบจะทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นหายนะ และที่แย่ไปกว่านั้น... เขาเกลียดการที่ตัวเองต้องมาพึ่งพาผู้ชายปากร้ายคนนี้ แต่กลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่รวิศยืนอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
“คุณ... กำลังว่าผมโง่ทางอ้อมสินะครับ” ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้จะรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบ แต่ทิฐิก็ยังสั่งให้เขาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
“ผมไม่ได้ว่าคุณโง่ครับคุณธาม” รวิศโน้มใบหน้าลงกระซิบใกล้ใบหูของอีกฝ่าย เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำจนสถาปนิกหนุ่มขนลุกซู่ “ผมแค่บอกว่า... คุณมัน ‘ไว้ใจไม่ได้’ ในเรื่องความปลอดภัย... แต่ถ้าเป็นเรื่องออกแบบความซวยให้ตัวเองล่ะก็ คุณทำได้คะแนนเต็มร้อยเลยทีเดียว”
ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธที่โดนดูถูกฝีมือ หรือเป็นเพราะสัมผัสอุ่นๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้าที่กำลังปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาจนกระเจิง สถาปนิกหนุ่มยกมือขึ้นหมายจะดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้าของรวิศ
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดด้านหลังชั้นวางหนังสือทึบดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ปิดตาย รวิศชะביงัก ร่างกายที่ผ่อนคลายเมื่อครู่พลิกกลับสู่โหมดเตรียมพร้อมอย่างฉับพลัน มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของธามไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ดึงสถาปนิกหนุ่มให้เซถลำเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเพื่อบังกระสุนหรืออันตรายที่อาจพุ่งเข้ามาจากมุมอับ สายตาดุดั่งเหยี่ยวพุ่งตรงไปยังเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังม่านบังตา
“เงียบไว้...” รวิศกระซิบชิดริมฝีปากของธาม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มสถาปนิกหนุ่มจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ก่อนที่รวิศจะทันได้เหนี่ยวไกปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้สูท ประตูห้องทำงานไม้สักบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สาม... คนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในเซฟเฮาส์ลับกลางดึกเช่นนี้ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากจัด" มา ณ ที่นี้นะครับ
เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 3
ดีไซน์ที่ไม่มีความปลอดภัย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับนายสถาปนิกปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
