กระดาษสเก็ตช์ภาพถ่านชิ้นเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองเอกสารประเมินมูลค่าศิลปวัตถุไม่ได้เป็นเพียงแค่ร่องรอยของความไร้มารยาท แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฟ้องว่า จิตรกรสาวนอกคอกอย่าง ‘พาย’ แอบลักลอบจ้องมอง ‘รินลดา’ ภัณฑารักษ์สาวผู้เยือกเย็นและเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วในยามเผลอไผล
ใบหน้าของรินลดาในภาพหลับตาพริ้ม ความเหนื่อยล้าที่ปกติถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีถือตัวและแว่นตากรอบทองกลับถูกถ่ายทอดออกมาด้วยลายเส้นถ่านที่อ่อนโยนและซื่อตรงอย่างไร้ที่ติ
"ถ้าจะแอบวาดรูปฉัน คราวหน้าช่วยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ความอัปยศนี่มาก่อนนะคะ คุณพาย"
เสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางห้องทำงานที่เงียบสงบ รินลดายืนกอดอก สายตาคมกริบมองตรงไปยังเจ้าของผลงานที่กำลังทำหน้าไม่ถูก รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับอยู่บนริมฝีปากของพายยามเผชิญหน้ากัน มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความถือดีตามสัญชาตญาณของคนปากแข็ง
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่สมองที่ทำงานเร็วกว่าความรู้สึกก็รีบหาข้อแก้ตัวทันควัน "โอ๊ะ... นึกว่าใคร ที่แท้ภัณฑารักษ์คนเก่งก็แอบมารื้อค้นของส่วนตัวของศิลปินนี่เอง งานศิลปะมันเลือกเจ้าของของมันเองนะคะ คุณรินลดา... และบังเอิญว่าถ่านชิ้นนั้นมันเรียกร้องให้ฉันบันทึกความอ่อนแอของคุณไว้"
รินลดาแค่น "หึ" ออกมาจากลำคอ เธอไม่ได้โกรธเกรี้ยวจนหน้าดำคร่ำเครียดอย่างที่พายคาดการณ์ไว้ รอยยิ้มมุมปากของรินลดากลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ความนิ่งสนิทของเธอกลายเป็นอาزمที่เฉียบคมที่สุดในการกดดันคนตรงหน้า
"อ่อนแอเหรอคะ? คุณต่างหากที่กำลังทำให้หอศิลป์แห่งนี้สั่นคลอนด้วยความดั้นด้นไร้ระเบียบของคุณเอง และตอนนี้... คณะกรรมการท่านตัดสินใจแล้ว" รินลดาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางกระแทกบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปัง* "เพื่อกู้สถานการณ์วิกฤตของนิทรรศการครั้งนี้ คุณและฉัน... ต้องทำงานร่วมกัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ พายเบิกตากว้างราวกับได้ยินประโยคที่น่าขันที่สุดในโลก
"ทำงานร่วมกัน? กับคุณเนี่ยนะ?" พายหัวเราะในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความต่อต้านอย่างเปิดเผย "ให้ฉันไปนั่งขัดส้วมสาธารณะยังดูมีความสุขมากกว่าต้องมานั่งฟังคุณบ่นเรื่องความสมบูรณ์แบบทุกๆ ห้าวินาทีนะคะ คุณภัณฑารักษ์หน้าตาย"
"ฉันก็ไม่ได้ยินดีนักหรอกค่ะที่จะต้องมานั่งตามเช็ดตามล้างความสะเปะสะปะของคุณ" รินลดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจิตรกรสาวอย่างไม่ลดละ "แต่ถ้าผลงานชิ้นเอกของคุณพังไม่เป็นท่าเพราะความดื้อรั้น ฉันในฐานะภัณฑารักษ์ผู้รับผิดชอบย่อมโดนหางเลขไปด้วย ดังนั้น... ไม่มีทางเลือกอื่นค่ะ คุณต้องเซ็นสัญญาฉบับนี้"
รินลดาเลื่อนเอกสารข้อตกลงการทำงานร่วมกันไปตรงหน้าพาย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเบาๆ เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจ พายก้มมองเอกสารสลับกับใบหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความเผด็จการของอีกฝ่าย ความคิดที่จะปฏิเสธแล่นพล่านอยู่ในหัว แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับบอกว่า การปะทะกับรินลดาในฐานะ 'เพื่อนร่วมงาน' อาจเป็นเรื่องที่อันตรายต่อหัวใจของเธอเองเสียยิ่งกว่าการโดนไล่ออกจากวงการศิลปะ
พายแค่นยิ้ม ยื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมก้าวร้าวคู่นั้นฉายแววท้าทายออกมาอีกครั้ง "ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากเอาตัวเข้ามาพัวพันกับความยุ่งเหยิงของฉันนัก ฉันก็จะสนองให้ แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าฉันไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และถ้างานนี้พัง... ฉันจะลากคุณลงเหวไปด้วยกันแน่ๆ"
"เชิญตามสบายค่ะ" รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัวใดๆ "แต่ก่อนจะลากฉันลงเหว กรุณาจำไว้ด้วยว่า คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องชิ้นงานของฉันตามอำเภอใจ และที่สำคัญที่สุด..." รินลดาโน้มตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของภัณฑารักษ์สาวลอยเข้าแตะจมูกพาย จนจิตรกรสาวเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เลิกวาดรูปฉันลับหลังเสียที มันน่ารำคาญค่ะ"
พายชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อใบหน้าของรินลดาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ความใกล้ชิดที่ฉับพลันทำให้จังหวะการหายใจของพายสะดุด ปากที่เคยต่อกลต่อคำกลับหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ รินลดาผละตัวกลับไปตั้งตรงอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้พายยืนนิ่งค้างอยู่กับความปั่นป่วนที่ตีรวนอยู่ในอก
จิตรกรสาวเม้มปากแน่น รีบจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ "เซ็นให้แล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ ท่านภัณฑารักษ์"
รินลดาหยิบเอกสารขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อย มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ "ดีมากค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้เช้า... ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว"
พายถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด เธอยกกระเป๋าคู่ใจขึ้นพาดบ่า เตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ เพื่อไปตั้งสติกับสถานการณ์บ้าๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ทว่า...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นทางการ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอนุญาต ร่างสูงสง่าของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินيسพิเทาที่ทำเอารินลดาถึงกับหน้าถอดสี ส่วนพายที่กำลังจะเดินผ่านประตูถึงกับต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที เมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนแซ่บในตอนนี้ แล้วไปลุ้นระทึกกับตัวละครปริศนาคนนี้ในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก•ตอนที่ 3
การตัดสินใจที่ฝืนความรู้สึก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!