ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก•ตอนที่ 2

ศิลปะที่ไร้รสนิยม

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เสียงปังดังสนั่นลั่นห้องทำงานส่วนตัวจนกรอบรูปภาพพิมพ์โบราณบนผนังถึงกับสั่นไหว รินลดาไม่ได้แม้แต่จะสะดุ้งตื่นกลัว ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาบางเฉียบยังคงจดจ้องอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตตรวจเช็คบัญชีรายชื่อวัตถุโบราณ ท่าทีเยือกเย็นราวกับหุ่นยนต์กระเบื้องเคลือบพอร์צלินชิ้นนั้น ยิ่งโหมเชื้อไฟในตัวคนบุกรุกให้ลุกโชนขึ้นไปอีก “ฉันบอกว่า อย่ามาดูถูกงานของฉัน!” พายก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี ปลายนิ้วเรียวที่ยังมีคราบสีอะคริลิกสีแดงชาดติดอยู่จิกลงบนพื้นผิวโต๊ะอย่างถือดี เรือนผมสีเข้มรวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยระต้นคอระหง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าจากความเดือดดาลที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง หล่อนถลึงตาใส่ภัณฑารักษ์สาวหน้าตายที่ยังคงนิ่งสนิทราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผง รินลดาค่อยๆ วางสไตลัสในมือลงอย่างใจเย็น ท่าทางเชื่องช้านั่นช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของจิตรกรสาวนอกคอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ช้าๆ ทว่ามั่นคง แววตาคู่สวยของรินลดาราบเรียบ เย็นชา ไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดๆ ผิดกับพายที่กำลังหายใจกระชั้นชิดด้วยความโกรธ “คุณกำลังทำลายทรัพย์สินของทางหอศิลป์นะคะ คุณพาย” เสียงหวานทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น “และที่สำคัญ เสียงดังของคุณมันรบกวนเวลาทำงานอันมีค่าของฉัน” “เวลาทำงาน? หึ!” พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย หล่อนโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเฟรชมิดเดิลและสีน้ำมันผสมสนุ่นลอยแตะจมูกรินลดา “เมื่อคืนคุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าผลงานชิ้นเอกของฉันมันเป็นแค่ ‘ขยะเปื้อนสีราคาถูก’ พูดออกมาได้เต็มปาก แต่พอฉันมาทวงถามคำอธิบายต่อหน้า... ภัณฑารักษ์ผู้สูงส่งกลับหดหัวอยู่หลังโต๊ะทำงานเนี่ยนะ?” รินลดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่นเซนติเมตรเดียว เธอนั่งหลังตรง นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโมโหไล่เรื่อยลงมาถึงริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น “ฉันไม่ได้ดูถูกศิลปะค่ะ” รินลดาเอ่ยเสียงนิ่ง แต่ทว่าเฉียบคมบาดลึก “ฉันแค่พูดความจริงจากสิ่งที่ตาเห็น... ภาพวาดที่ใช้แต่อารมณ์ดิบเถื่อน ขาดระเบียบวินัย และไร้ซึ่งแก่นสารทางประวัติศาสตร์ มันก็เป็นได้แค่ภาพละเลงของเด็กอมมือ ไม่ใช่ศิลปะทรงคุณค่าที่จะมาแขวนอยู่บนผนังหอศิลป์ระดับประเทศแห่งนี้หรอกค่ะ” “คุณ!” พายโกรธจนตัวสั่น มือเรียวฟาดลงบนโต๊ะดังปังอีกครั้งจนเอกสารกระจัดกระจาย หล่อนจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มขาวเนียนของคนนั่งอยู่ “ปากดีนักนะ! ถ้างานของฉันมันไร้รสนิยมอย่างที่คุณว่า ทำไมเมื่อคืนตอนที่เราอยู่กันสองต่อสองในห้องจัดแสดง คุณถึงได้… หน้าแดงและสั่นเทาตอนที่ยืนมองมันเล่า?” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา รินลดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยไร้อารมณ์ไหววูบไปชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิมอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบของภัณฑารักษ์สาว “คุณคงเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วล่ะค่ะ คุณพาย” รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบยิ่งกว่าเดิม “ฉันแค่รู้สึก... สมเพช ที่เห็นจิตรกรไร้ฝีมือพยายามดิ้นรนสร้างราคาให้ผลงานห่วยๆ ของตัวเองก็เท่านั้น” เพล้ง! เสียงแจกันดอกไม้เซรามิกบนโต๊ะข้างโซฟาถูกปัดร่วงลงมากระแทกพื้นแตกกระจาย พายหมดความอดทน หล่อนอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนรินลดาเกือบตั้งตัวไม่ทัน มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของภัณฑารักษ์สาว ดึงรั้งให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัว แรงปะทะทำให้แว่นตาของรินลดาเอียงกระفеต์ แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมก้มหัวให้ รินลดาจ้องตากลับด้วยแววตาที่ดุดันไม่แพ้กัน “ปากเก่งนักนะ... งั้นมาพิสูจน์กันตอนนี้เลยไหมล่ะคะ” พายกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวผิดจังหวะ “พิสูจน์ให้ฉันเห็นซิ ว่าคุณจะยังปากแข็งแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน... ถ้าผลงานของฉันมันอยู่ในระยะที่ใกล้จนคุณหายใจไม่ออก” รินลดาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดบ้าๆ ระหว่างเธอกับยัยจิตรกรนอกคอกคนนี้กำลังฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย กลิ่นกายหอมกรุ่นของสีและเหงื่อสาวคลอเคลียอยู่ปลายจมูก มันเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าสารพิษชนิดใดในโลก มือเรียวของรินลดายกขึ้นทาบบนลาดไหล่บอบบางของพาย ออกแรงผลักเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่าคนตรงข้ามกลับยิ่งก้าวเข้ามาเบียดชิดจนแผ่นหลังของรินลดาชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง “ปล่อยค่ะ คุณพาย... คุณกำลังล้ำเส้น” รินลดากัดฟันกรวด พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “เส้นเหรอคะ? ฉันไม่รู้จักหรอกนะ... ไอ้เส้นสมมติที่คุณขีดขึ้นมาขังตัวเองเอาไว้น่ะ” พายยิ้มเยาะ ดวงตาสองชั้นคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ปลายจมูกของคนทั้งสองเกือบจะชนกันอยู่แล้วในความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ทำลายบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุดลงในเสี้ยววินาที “คุณรินลดาครับ ผู้อำนวยการเรียกประชุมด่วนเรื่องการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ... เอ๊ะ! ขอโทษครับ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงของภัณฑารักษ์หนุ่มรุ่นน้องดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ทันได้รออนุญาต รินลดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รีบผลักร่างของพายออกสุดแรงก่อนจะจัดเสื้อผ้าและแว่นตาของตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ แม้พยายามจะเก็บอาการแค่ไหนก็ตาม พายถอยหลังไปสองก้าวด้วยความหงุดหงิด หล่อนหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ด้วยสายตาพิฆาต ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มมุมปากให้รินลดาที่ยืนหายใจหอบเบาๆ อยู่หลังโต๊ะทำงาน “ดูท่าทางคุณจะงานยุ่งนะคะ... ภัณฑารักษ์ผู้แสนเพอร์เฟกต์” พายกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคนก่อนจะหมุนตัวเดินนินทาออกไปจากห้องอย่างไม่แยแส ทิ้งให้รินลดายืนกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนยากจะอธิบาย และในวินาทีที่รินลดาหันกลับไปสบตากับรุ่นน้องที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่หน้าประตูนั่นเอง... เอกสารแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะเมื่อครู่ก็ถูกสายตาคมกวาดไปเจอเข้า มันคือกระดาษสเก็ตช์ภาพถ่านชิ้นเล็กๆ ที่พายแอบวาดทิ้งไว้... และรูปในนั้น คือใบหน้าของรินลดาเอง ขณะกำลังหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยล้าในห้องทำงานนี้... เมื่อคืนก่อน! ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุและลึกลับนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%