กลิ่นอายของสีน้ำมันราคาแพงและหยาดเหงื่อจากความเครียดลอยอวลอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่ของหอศิลป์แห่งชาติ ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบราکتห้องเก็บศพ เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาของ “รินลดา” เคาะลงบนพื้นโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
แฟ้มประเมินผลงานสีอะคริลิกชุด ‘เศษซากความทรงจำ’ ถูกผลักกลับมาตรงหน้าเจ้าของผลงานด้วยปลายนิ้วเพียงข้างเดียว
“ตกมาตรฐานค่ะคุณพาย”
เสียงหวานใสแต่ราบเรียบจนไร้อุณหภูมิเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกลมหายใจในห้องประชุมสะดุดกึกลงทันที รินลดาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบกวาดมองผู้หญิงตรงข้ามด้วยแววตาประเมินค่า ราวกับกำลังมองสินค้ามีตำหนิบนชั้นวางที่เธอพร้อมจะปัดตกได้ทุกเมื่อ
พายแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย กลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย ศอกสองข้างเท้าลงกับโต๊ะโน้มตัวเข้าหาภัณฑารักษ์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้หัวใจ
“ตกมาตรฐาน? ของคุณนี่วัดจากไม้บรรทัดเหล็กหรืออคติส่วนตัวคะ คุณรินลดา” พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันชัดเจน “งานชุดนี้ฉันใช้เวลาครึ่งปีในการถ่ายทอดความเจ็บปวดลงไป แต่คุณกลับใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีในการพลิกดูผ่านๆ แล้วบอกว่ามันไร้ค่าเนี่ยนะ ตาถึงหรือแค่กลัวว่างานที่ลึกซึ้งเกินสมองคุณจะขายไม่ออกกันแน่”
เสียงซุบซิบจากคณะกรรมการคนอื่นดังขึ้นเบาๆ แต่รินลดากลับไม่แม้แต่จะชายตาแลคนรอบข้าง สายตาของเธอล็อคตรงอยู่ที่ดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังลุกโชนด้วยโทสะของจิตรกรสาวนอกคอกผู้นี้
ผู้หญิงคนนี้เป็นภัยต่อระเบียบแบบแผนที่เธอสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต... ทั้งดื้อรั้น ปากจัด และไว้ตัวเป็นที่สุด
“ศิลปะที่ต้องอธิบายความเจ็บปวดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว มันก็เป็นได้แค่ ‘ขยะเปียก’ ที่พยายามเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละค่ะคุณพาย” รินลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยใช้กับใคร “หอศิลป์แห่งนี้ไม่รับจัดแสดงงานที่สะท้อนความกลวงเปล่าในจิตใจของผู้สร้างหรอกนะคะ ถ้าคุณยังมีเวลาว่างมาต่อปากต่อคำกับฉัน สู้เอาเวลาไปฝึกฝนฝีมือให้พ้นจากคำว่า ‘มือสมัครเล่น’ น่าจะดีกว่าค่ะ”
เพล้ง!
ไม่ใช่เสียงสิ่งของแตก แต่เป็นเสียงความอดทนของพายที่ขาดผึ่ง พายผุดลุกขึ้นเต็มความสูงจนเก้าอี้ไถครูดไปกับพื้นห้อง เธอจ้องมองหน้าผู้หญิงที่ยังคงนั่งไขว่ห้างวางมาดสูงส่งด้วยความรู้สึกอยากจะเอามู่เล่ย์สีสาดใส่หน้าสวยๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นไส้
“ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะค่ะคุณภัณฑารักษ์หน้าตาย สักวันคุณอาจจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วมาขอร้องให้ฉันเอางานมาลงโชว์ที่นี่แทบเท้าก็ได้” พายกัดฟันกรวด พูดด้วยน้ำเสียงคาดโทษที่ดังชัดเจนไปทั่วห้องประชุม
รินลดาเพียงแค่กะพริบตาช้าๆ ไม่แสดงความโกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอยกเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านต่อราวกับพายไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้
“เชิญทางออกค่ะ ประตูอยู่ข้างหลัง... และกรุณาอย่าลืมเก็บ ‘ขยะ’ ของคุณออกไปด้วย เกะกะสายตาค่ะ”
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบจะระเบิด เธอคว้าแฟ้มผลงานของตัวเองมากอดแนบอก เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปให้คนใจร้ายที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นกระเบื้องเคลือบ ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องประชุมอย่างไม่คิดจะหันกลับมามองอีก
ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนสู่ห้องประชุมอีกครั้ง รินลดาวางเอกสารลงบนโต๊ะ ชั่วขณะหนึ่งที่มือเรียวบางของเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อลับสายตาคนอื่น เธอถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ภาพดวงตาดื้อรั้นคู่นั้นออกไปจากหัว
รั้นเสียจริง... เด็กนั่นทำให้เธอปวดหัวเป็นบ้า
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบของภัณฑารักษ์สาว รินลดากำลังตรวจเช็กรายชื่อนิทรรศการรอบถัดไปท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของโถงทางเดินด้านนอกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่เธอคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงไม่ได้ใส่ใจ
แвшая...
เสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกสนิทดังขึ้นเบาๆ รินลดาขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ เตรียมจะเอ่ยปากดุคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในยามวิกาล
ทว่า... ร่างบางของใครบางคนกลับพุ่งเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยพร้อมกับแรงกดดันที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
ก่อนที่รินลดาจะได้ตั้งตัว มือเรียวของจิตรกรสาวนอกคอกที่เพิ่งถูกเธอปฏิเสธผลงานไปหมาดๆ ก็เอื้อมมากระชากปกเสื้อสูทของเธอให้โน้มเข้าไปหา แรงปะทะทำให้แว่นตาของรินลดาหลุดร่วงลงบนโต๊ะ
ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าพายยืนโน้มตัวคร่อมโต๊ะทำงานของเธออยู่ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในความเงียบงัน และแววตาของพายในตอนนี้... ไม่ได้มีแค่ความโกรธอีกต่อไปแล้ว แต่มมันคือความท้าทายที่อันตรายถึงชีวิต
“บอกว่าฉันเป็นมือสมัครเล่นงั้นเหรอคะ... งั้นมาพิสูจน์กันหน่อยไหมล่ะ ว่าคนปากแข็งอย่างคุณ จะทน ‘ผลงาน’ ของฉันได้สักกี่น้ำ”
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก•ตอนที่ 1
กฎเหล็กของหอศิลป์
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!