หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 30

ก่อนพายุใหญ่จะมา

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
“อย่า!” เสียงร้องของผมแหบพร่าและสั่นไหว ผิดกับความเยือกเย็นที่ผมพยายามสั่งสมมาตลอดชีวิตการเป็นศัลยแพทย์ ปลายกระบอกปืนของศ.ดร.ธนาที่สั่นไหวนั้นไม่ได้เล็งมาที่ผมอีกต่อไป แต่มันหันเหไปทางรินรดาที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามที่เห็นสถานการณ์ตรงหน้า ธนาแสยะยิ้ม มุมปากที่เคยเคลือบด้วยความเมตตาปลอมๆ บัดนี้บิดเบี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน “ดูเหมือนโชคชะตาจะใจดีกับเรามากกว่าที่คิดนะ ภัทรกร... การได้ฆ่าคนสองคนพร้อมกันในห้องทำงานที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของฉัน มันช่างเป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน” ผมขยับเท้าอย่างแผ่วเบา สัญชาตญาณศัลยแพทย์สั่งให้ผมวิเคราะห์วิถีกระสุนและตำแหน่งการยืนของเขา รินรดาอยู่ในระยะที่อันตรายเกินไป หากผมพุ่งเข้าไปตอนนี้ โอกาสที่กระสุนจะพลาดไปโดนเธอมีสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ผมต้องดึงความสนใจกลับมาที่ผม... เพียงคนเดียว “วางปืนลงเสียเถอะอาจารย์” ผมเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจให้คงที่ที่สุด “คุณไม่ได้ต้องการจะจบชีวิตพวกเราจริงๆ หรอก สิ่งที่คุณต้องการคือความลับในแฟ้มเอกสารชุดนั้นต่างหาก ถ้าคุณลั่นไกตอนนี้ ต่อให้คุณได้เอกสารไป คุณก็หนีไม่พ้นจากรั้วโรงพยาบาลนี้แน่” “อย่ามาทำเป็นสอนผม!” ธนาตวาดลั่น นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกเริ่มขาวซีด “แกคิดว่าแกย้อนกลับมาเปลี่ยนอะไรได้งั้นเหรอ? โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจ ไม่ใช่จริยธรรมที่แกยึดถืออยู่! รินรดา... มายืนข้างหลังฉันซะ ถ้าไม่อยากเห็นคนรักของเธอสมองกระจายอยู่ตรงนี้” รินรดาสะอื้นเบาๆ แต่เธอกลับไม่ได้เดินเข้าไปหาเขาอย่างที่สั่ง เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นหลังค่อยๆ ขยับ ผมสังเกตเห็นประกายของโลหะชิ้นเล็กๆ ที่เธอกำไว้แน่น มันคือมีดผ่าตัดสำรองที่ผมเคยมอบให้เธอพกติดตัวไว้ในวันที่เรารู้ว่าพายุใหญ่กำลังจะมาถึง “อาจารย์ครับ...” ผมขยับตัวไปข้างหน้าอีกครึ่งก้าว สายตาจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของศัตรู “คุณจำคนไข้เคสแรกที่คุณตัดสินใจ ‘ทิ้ง’ เพื่อรักษาตำแหน่งอาจารย์แพทย์ได้ไหม? เขาคือพ่อของผม... และวันนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อฆ่าคุณ แต่ผมมาเพื่อพาคุณไปสู่กระบวนการที่ทรมานยิ่งกว่าความตาย นั่นคือการเห็นทุกสิ่งที่คุณสร้างมาพังทลายลงด้วยมือของผมเอง” จังหวะที่ธนาชะงักไปชั่วขณะด้วยความงุนงง รินรดาตัดสินใจขว้างมีดผ่าตัดในมือออกไปอย่างแม่นยำ แต่มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ธนา มันปักเข้าที่ข้อมือของชายชุดดำอีกคนที่แอบซุ่มอยู่มุมห้อง เตรียมตัวจะตลบหลังผมจากทางด้านหลัง ปัง! เสียงปืนลั่นสนั่นห้องทำงาน กระจกบานใหญ่ด้านหลังผมแตกกระจาย ร่างของผมถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ผมคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะทุ่มเข้าใส่หน้าธนาอย่างแรงจนเขาร้องลั่นและปืนในมือกระเด็นไปตกใต้ตู้เอกสาร “ริน! ออกไป!” ผมตะโกนลั่น ก่อนจะกระโจนเข้าหาธนาที่กำลังพยายามควานหาอาวุธ เรากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นห้อง ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความแค้นที่อัดอั้นมานานนับสิบปี แรงแค้นในใจผมเปลี่ยนเป็นพละกำลังที่มหาศาล ผมกดร่างของอาจารย์ผู้ทรยศลงกับพื้น มือหนึ่งบีบข้อมือเขาแน่นจนกระดูกลั่น “แก... แกมันปีศาจ...” ธนาหอบหายใจรวยริน แม้จะพ่ายแพ้ในเชิงต่อสู้ แต่ดวงตาของเขายังคงจองหอง “แกคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ? ดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของฉันสิภัทรกร... ข้อมูลคนไข้ทั้งหมดที่แกพยายามปกป้อง ฉันตั้งระบบทำลายทิ้งอัตโนมัติไว้แล้ว อีกสามนาที... ทุกอย่างจะเป็นศูนย์!” ผมชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของผมเหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังนับถอยหลัง ตัวเลขสีแดงเต้นเร้าอยู่บนหน้าจอ เหมือนจังหวะหัวใจของคนไข้ที่กำลังจะเสียชีวิตในห้องผ่าตัด ผมรู้ดีว่านี่คือหมากตัวสุดท้ายที่เขาวางไว้ เพื่อลากผมลงไปสู่ความพินาศพร้อมกับเขา รินรดาที่กำลังประคองตัวลุกขึ้นยืนมองผมด้วยความหวาดวิตก “ภัทรกร... ปล่อยเขา แล้วไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์เร็วเข้า!” ผมตัดสินใจปล่อยมือจากลำคอของธนา แต่ผมไม่ได้วิ่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ผมกลับหยิบแฟลชไดรฟ์ที่ผมเตรียมไว้ออกมาเสียบเข้ากับช่องพอร์ตสำรองข้างโต๊ะทำงานด้วยความรวดเร็วที่ฝึกฝนมานับร้อยครั้งในห้องผ่าตัด นิ้วมือผมรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง สลับโหมดระบบรักษาความปลอดภัยจาก 'ทำลาย' เป็น 'ส่งออกข้อมูล' "สามสิบวินาที..." รินรดานับถอยหลังเสียงสั่น ธนาเริ่มหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่ง “สายไปแล้ว! ฉันดักรหัสผ่านไว้สามชั้น แกไม่มีทางแก้ทันหรอก!” ผมไม่ตอบโต้ เพียงแต่หลับตาลง นึกถึงภาพทุกภาพที่ผมย้อนเวลากลับมาแก้ไข รอยแผลเป็นบนตัวคนไข้ที่ผมเย็บด้วยความตั้งใจ ความอบอุ่นที่รินรดามอบให้ในวันเวลาที่มืดมนที่สุด ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ความแค้น แต่มันคือการรักษา... ผมกำลังผ่าตัดระบบรักษาความปลอดภัยนี้เหมือนการผ่าตัดหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วให้กลับมาทำงานอีกครั้ง สิบวินาทีสุดท้าย... ห้า... สี่... สาม... หน้าจอเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีเขียวมรกต ข้อมูลทั้งหมดหลั่งไหลเข้าสู่แฟลชไดรฟ์ในมือผมก่อนที่ระบบจะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเราสามคน ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปหาธนาที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่กับพื้น ผมก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่สงบนิ่งดั่งน้ำนิ่งในห้องผ่าตัด “อาจารย์ครับ... ข้อมูลนี้ไม่ได้แค่จะส่งคุณเข้าคุก แต่มันคือหลักฐานที่จะเปิดเผยความชั่วร้ายทั้งหมดที่คุณทำไว้กับคนไข้ของผม” ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหมุนตัวเดินไปหารินรดา เสียงสัญญาณเตือนภัยของโรงพยาบาลก็ดังลั่นไปทั่วตึก ไม่ใช่เสียงเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยที่ธนาตั้งไว้ แต่เป็นเสียงเตือนจากแผนกฉุกเฉินชั้นล่าง โทรศัพท์มือถือของผมสั่นเตือนรุนแรง ข้อความจากพยาบาลเวรด่วนที่ผมไว้ใจที่สุดเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ: *“คุณหมอภัทรคะ! แย่แล้วค่ะ มีรถพยาบาลฉุกเฉินนำคนไข้เคสอุบัติเหตุหมู่เข้ามาที่ห้อง ER... และรายชื่อคนไข้รายแรกที่บันทึกไว้ คือ ‘นพ.ภัทรกร’... แต่นั่นมันคนละคนกับคุณหมอ!”* ผมใจหายวาบเมื่อเห็นภาพถ่ายคนไข้ที่ส่งมาจากระบบในวินาทีต่อมา ร่างที่โชกเลือดอยู่บนเตียงฉุกเฉินนั้น... คือตัวผมเองอีกคนหนึ่งที่ย้อนเวลากลับมาพร้อมกันในอีกเส้นขนานหนึ่ง... และเขากำลังหยุดหายใจ! ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างผมในตอนจบของเส้นทางสายศัลยแพทย์ผู้แก้ไขชะตานี้นะครับ... ขอบพระคุณครับ!
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%