"ริน... ถ้าผมบอกว่าทุกสิ่งที่เห็นในตอนนี้ คือเศษเสี้ยวของโลกที่พังทลายลงไปแล้วครั้งหนึ่ง คุณจะเชื่อผมไหมครับ?"
เสียงของผมแหบพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดเข้ามาเป็นเส้นสายจางๆ รินรดานิ่งค้างไป เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่เคยถือแฟ้มประวัติคนไข้สั่นระริก ดวงตาของเธอที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
"ภัทร... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรคะ... ไม่สิ คุณกำลังพูดเรื่องอะไรครับ" เธอแก้คำเรียกอย่างลนลาน ความตื่นตระหนกทำให้เธอดูเปราะบางอย่างน่าใจหาย
ผมขยับตัวเข้าไปหาเธอช้าๆ เว้นระยะห่างให้เกียรติเหมือนที่เคยทำเสมอ แต่ครั้งนี้มันมีความหนักอึ้งในใจที่ผมแบกไว้ไม่ไหวอีกต่อไป "ผมไม่ได้หมายถึงทฤษฎีการแพทย์ หรือผลการวิจัยของ ศ.ดร. ธนา ที่เรากำลังขุดคุ้ยอยู่ แต่ผมหมายถึง... เวลาที่ผมเคยสูญเสียไปทั้งหมด"
ผมเล่าเรื่องทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่ผมถือมีดผ่าตัดด้วยมือที่สั่นเทาในฐานะศัลยแพทย์ผู้ล้มเหลว วันที่ผมต้องกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของคนที่ผมรัก และความทรงจำที่แตกสลายก่อนที่ผมจะได้รับโอกาสให้ย้อนกลับมาแก้ไขมัน ผมพูดถึงทุกรอยแผลที่ผมจดจำได้ และทุกความแค้นที่ผมพยายามบรรจงกรีดลงไปในชีวิตของคนอย่างธนาเพื่อให้เขาได้รับบทเรียน
ตลอดการเล่า รินรดาไม่ได้ขัดจังหวะ เธอเพียงแต่มองลึกเข้ามาในดวงตาผม เหมือนพยายามมองหาเศษเสี้ยวของความลวง แต่สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมานานนับปี
"คุณไม่ใช่แค่หมอที่เก่งกาจ แต่คุณเป็นนักเดินทางที่แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว..." รินรดากระซิบ น้ำตาเม็ดใสกลิ้งลงมาตามแก้ม เธอขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้เป็นประจำ กลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยเสมอในชีวิตนี้ "ทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะครับภัทร? คุณต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวนี้มานานเท่าไหร่กัน?"
"เพราะผมกลัวครับริน" ผมยอมรับตรงๆ ขณะที่มือของเธอสัมผัสลงบนหน้าอกข้างซ้ายของผม "กลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าผมคือคนที่ยื้อแย่งเวลามาเพื่อเปลี่ยนอนาคต คุณจะกลัวผม เหมือนกับที่ธนากำลังกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ"
รินรดาส่ายหน้า แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดหวั่นเป็นความมุ่งมั่นที่ผมไม่คาดคิด "ถ้าสิ่งที่คุณทำ คือการกู้คืนชีวิตของคนคนหนึ่ง... ชีวิตของฉันในอนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ตรงนั้นมันไม่มีความหมายหรอกครับภัทร เราจะหยุดเรื่องนี้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่ในฐานะศัลยแพทย์ แต่ในฐานะที่เราสองคนมีสิทธิ์เลือกอนาคตใหม่ร่วมกัน"
ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจผมมาตลอดราวกับถูกปลดเปลื้องด้วยคำพูดนั้น ผมรวบตัวเธอเข้ามากอดด้วยความโหยหา อ้อมกอดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความรัก แต่มันคือคำสัญญาว่า ไม่ว่าอนาคตที่เหลือจะโหดร้ายเพียงใด เราจะไม่เดินไปตามลำพัง
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าปกคลุม เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นจังหวะของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่น รุนแรง และคุ้นเคยจนลมหายใจของผมสะดุด
"หมอภัทรครับ... หวังว่าคุณจะสนุกกับละครฉากนี้อยู่นะครับ"
เสียงของ ศ.ดร. ธนา ดังลอดเข้ามาจากหลังบานประตู น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกฉับพลัน
"คุณคงคิดว่าคุณเขียนบทได้แนบเนียนแล้ว แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ... ของบางอย่างที่หายไปจากอดีต ไม่ได้แปลว่ามันจะสูญหายไปตลอดกาล แต่มันอาจจะกำลังรอเวลาเพื่อกลับมาทวงคืนเจ้าของที่แท้จริง"
เสียงลูกบิดประตูเริ่มบิดหมุนอย่างเชื่องช้า และก่อนที่ผมจะทันได้คว้ามีดผ่าตัดที่ซ่อนไว้ในลิ้นชัก แสงไฟในห้องก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาตัวเอง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหูผมในความมืดนั้นว่า "เกมจบแล้วนะครับ... คุณหมอผู้ย้อนเวลา"
ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะบางอย่างที่จ่ออยู่ที่ลำคอ ในขณะที่รินรดาหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะเงียบหายไปราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นลากออกไปจากห้องนี้ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า... อดีตที่ผมคิดว่าแก้ไขได้ กำลังจะกลายเป็นกับดักสุดท้ายที่จะฝังกลบชีวิตผมไว้ที่นี่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาชีวิตไปกับผมจนมาถึงโค้งสุดท้ายนี้นะครับ
หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 39
คำสัญญาที่มั่นคง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!