หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 39

คำสัญญาที่มั่นคง

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ริน... ถ้าผมบอกว่าทุกสิ่งที่เห็นในตอนนี้ คือเศษเสี้ยวของโลกที่พังทลายลงไปแล้วครั้งหนึ่ง คุณจะเชื่อผมไหมครับ?" เสียงของผมแหบพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดเข้ามาเป็นเส้นสายจางๆ รินรดานิ่งค้างไป เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือที่เคยถือแฟ้มประวัติคนไข้สั่นระริก ดวงตาของเธอที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "ภัทร... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรคะ... ไม่สิ คุณกำลังพูดเรื่องอะไรครับ" เธอแก้คำเรียกอย่างลนลาน ความตื่นตระหนกทำให้เธอดูเปราะบางอย่างน่าใจหาย ผมขยับตัวเข้าไปหาเธอช้าๆ เว้นระยะห่างให้เกียรติเหมือนที่เคยทำเสมอ แต่ครั้งนี้มันมีความหนักอึ้งในใจที่ผมแบกไว้ไม่ไหวอีกต่อไป "ผมไม่ได้หมายถึงทฤษฎีการแพทย์ หรือผลการวิจัยของ ศ.ดร. ธนา ที่เรากำลังขุดคุ้ยอยู่ แต่ผมหมายถึง... เวลาที่ผมเคยสูญเสียไปทั้งหมด" ผมเล่าเรื่องทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่ผมถือมีดผ่าตัดด้วยมือที่สั่นเทาในฐานะศัลยแพทย์ผู้ล้มเหลว วันที่ผมต้องกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของคนที่ผมรัก และความทรงจำที่แตกสลายก่อนที่ผมจะได้รับโอกาสให้ย้อนกลับมาแก้ไขมัน ผมพูดถึงทุกรอยแผลที่ผมจดจำได้ และทุกความแค้นที่ผมพยายามบรรจงกรีดลงไปในชีวิตของคนอย่างธนาเพื่อให้เขาได้รับบทเรียน ตลอดการเล่า รินรดาไม่ได้ขัดจังหวะ เธอเพียงแต่มองลึกเข้ามาในดวงตาผม เหมือนพยายามมองหาเศษเสี้ยวของความลวง แต่สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมานานนับปี "คุณไม่ใช่แค่หมอที่เก่งกาจ แต่คุณเป็นนักเดินทางที่แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว..." รินรดากระซิบ น้ำตาเม็ดใสกลิ้งลงมาตามแก้ม เธอขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้เป็นประจำ กลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยเสมอในชีวิตนี้ "ทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะครับภัทร? คุณต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวนี้มานานเท่าไหร่กัน?" "เพราะผมกลัวครับริน" ผมยอมรับตรงๆ ขณะที่มือของเธอสัมผัสลงบนหน้าอกข้างซ้ายของผม "กลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าผมคือคนที่ยื้อแย่งเวลามาเพื่อเปลี่ยนอนาคต คุณจะกลัวผม เหมือนกับที่ธนากำลังกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ" รินรดาส่ายหน้า แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดหวั่นเป็นความมุ่งมั่นที่ผมไม่คาดคิด "ถ้าสิ่งที่คุณทำ คือการกู้คืนชีวิตของคนคนหนึ่ง... ชีวิตของฉันในอนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ตรงนั้นมันไม่มีความหมายหรอกครับภัทร เราจะหยุดเรื่องนี้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่ในฐานะศัลยแพทย์ แต่ในฐานะที่เราสองคนมีสิทธิ์เลือกอนาคตใหม่ร่วมกัน" ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจผมมาตลอดราวกับถูกปลดเปลื้องด้วยคำพูดนั้น ผมรวบตัวเธอเข้ามากอดด้วยความโหยหา อ้อมกอดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความรัก แต่มันคือคำสัญญาว่า ไม่ว่าอนาคตที่เหลือจะโหดร้ายเพียงใด เราจะไม่เดินไปตามลำพัง ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าปกคลุม เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นจังหวะของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่น รุนแรง และคุ้นเคยจนลมหายใจของผมสะดุด "หมอภัทรครับ... หวังว่าคุณจะสนุกกับละครฉากนี้อยู่นะครับ" เสียงของ ศ.ดร. ธนา ดังลอดเข้ามาจากหลังบานประตู น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกฉับพลัน "คุณคงคิดว่าคุณเขียนบทได้แนบเนียนแล้ว แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ... ของบางอย่างที่หายไปจากอดีต ไม่ได้แปลว่ามันจะสูญหายไปตลอดกาล แต่มันอาจจะกำลังรอเวลาเพื่อกลับมาทวงคืนเจ้าของที่แท้จริง" เสียงลูกบิดประตูเริ่มบิดหมุนอย่างเชื่องช้า และก่อนที่ผมจะทันได้คว้ามีดผ่าตัดที่ซ่อนไว้ในลิ้นชัก แสงไฟในห้องก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาตัวเอง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหูผมในความมืดนั้นว่า "เกมจบแล้วนะครับ... คุณหมอผู้ย้อนเวลา" ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะบางอย่างที่จ่ออยู่ที่ลำคอ ในขณะที่รินรดาหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะเงียบหายไปราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นลากออกไปจากห้องนี้ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า... อดีตที่ผมคิดว่าแก้ไขได้ กำลังจะกลายเป็นกับดักสุดท้ายที่จะฝังกลบชีวิตผมไว้ที่นี่ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาชีวิตไปกับผมจนมาถึงโค้งสุดท้ายนี้นะครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%