หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 10

รอยร้าวในแผนการ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
“คุณภัทรกรครับ... ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ว่าเทคนิคการเย็บหลอดเลือดชั้นในแบบจิ๋วที่เห็นในบันทึกการผ่าตัดเมื่อวาน คุณไปเรียนรู้มาจากที่ไหน” เสียงของ ศ.ดร. ธนา ไม่ได้ดุดันหรือเกรี้ยวกราด ทว่าความนิ่งสนิทนั้นกลับกดดันกว่าการตะคอกหลายเท่าตัว เขานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นแว่นตากรอบเงินให้สะท้อนแสงวาววับ ปิดบังสายตาที่กำลังจับจ้องทุกอณูบนใบหน้าของผม ผมวางแฟ้มประวัติคนไข้ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ขยับปกเสื้อกาวน์ให้เข้าที่เล็กน้อย ก่อนจะประสานสายตากลับไปอย่างมั่นคง ผมรู้ดีว่านี่คือจุดที่ความเงียบของผมจะกลายเป็นอาวุธ หรือเป็นกับดักที่เขาวางไว้ “ผมแค่พยายามหาวิธีลดเวลาในการคุมการไหลเวียนเลือดชั่วคราวครับท่านอาจารย์ การเย็บแบบต่อเนื่องด้วยเข็มขนาดเล็กพิเศษช่วยให้ผนังหลอดเลือดคืนตัวได้เร็วขึ้น... ผมศึกษาจากตำราต่างประเทศและลองฝึกกับเบสิกเทรนเนอร์ที่บ้านจนชำนาญครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความอบอุ่นที่มักแสดงออกต่อคนไข้จางหายไป เหลือเพียงความสุภาพแบบเว้นระยะห่างที่ผมใช้รับมือกับธนามาโดยตลอด ธนาหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้เชื่อคำตอบนั้นแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะไม้เข้ามาหาผมช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เตือนให้ผมระลึกถึงอดีต—อดีตที่ผมเคยไร้ทางสู้และต้องยอมจำนนต่อความอำมหิตของเขา “ลองฝึกที่บ้านงั้นหรือครับ?” ธนาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาควงเล่นในมือ “ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สิบปีบางคนยังทำเทคนิคนี้ไม่ได้แม่นยำขนาดนั้น แต่นี่... นายเป็นแค่แพทย์ประจำบ้านที่เพิ่งจบมาหมาดๆ กลับทำมันได้เหมือนคนที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน” เขาหยุดยืนห่างจากผมไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อ “บางที... นายอาจจะมีพรสวรรค์ที่เกินตัวไปหน่อย หรือไม่ นายก็อาจจะกำลัง ‘รู้อะไรบางอย่าง’ ที่คนในวัยนี้ไม่ควรจะรู้” รินรดาเดินเข้ามาในห้องทำงานนั้นพอดี เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียด สายตาของเธอสบกับผมเพียงเสี้ยววินาที แต่ผมอ่านความหมายในนั้นออก—ความกังวลใจ ความห่วงใย และการเตือนให้ผมระวังตัว “ขออภัยค่ะอาจารย์ พอดีผลแล็บของคนไข้เคสเมื่อวานออกมาแล้วค่ะ” รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แม้มือของเธอจะสั่นเล็กน้อยจนต้องกำแฟ้มไว้แน่น ธนาหันไปมองรินรดา รอยยิ้มจอมปลอมผุดขึ้นที่มุมปาก “วางไว้ตรงนั้นแหละรินรดา... แล้วก็ภัทรกร ช่วงนี้ผมว่านายควรจะพักงานผ่าตัดเคสใหญ่ๆ ไปก่อนนะ ไปช่วยงานเอกสารในส่วนวิจัยให้ผมจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของ ‘อนาคต’ ของนายเอง” คำว่า ‘อนาคต’ ของเขาเน้นเสียงหนักแน่น เป็นคำเตือนที่ชัดเจนว่า หากผมยังไม่ยอมหยุดทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา ชีวิตการเป็นหมอของผมอาจจะจบลงก่อนที่จะได้เริ่มเสียด้วยซ้ำ ผมคลี่ยิ้มบางๆ รับคำ “ขอบพระคุณที่เป็นห่วงครับอาจารย์ ผมจะจัดการงานวิจัยให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดครับ” เราสองคนเดินออกจากห้องทำงานของธนามาในความเงียบ จนกระทั่งถึงจุดพักคอยที่ลับตาคน รินรดาคว้าแขนเสื้อกาวน์ของผมไว้แน่น “เขาเริ่มระแวงคุณแล้วนะภัทร” เสียงเธอกระซิบแผ่ว “เมื่อวานตอนที่คุณสาธิตเทคนิคใหม่ในห้องผ่าตัด พยาบาลหลายคนเริ่มซุบซิบกัน คุณทำเกินไปหรือเปล่า?” ผมหันไปมองเธอ สายตาที่เคยเยือกเย็นยามอยู่ต่อหน้าธนา อ่อนโยนลงทันทีเมื่อเห็นแววตาเป็นห่วงของคนที่ผมเคยสูญเสียไปในเส้นเวลาเดิม “ริน... ถ้าผมไม่รีบลงมือทำ ความสูญเสียในอดีตมันจะย้อนกลับมาเกิดซ้ำรอยเดิม ผมยอมเสี่ยงให้เขาเกลียด ดีกว่ายอมปล่อยให้คนไข้ต้องตายเพราะทิฐิของเขาอีก” รินรดาสบตาผมนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ธนาไม่ใช่คนที่เล่นด้วยง่ายๆ เขาเริ่มขุดคุ้ยประวัติครอบครัวคุณแล้วนะ” คำพูดของเธอทำให้ผมชะงัก ประวัติครอบครัว... สิ่งที่ผมพยายามปกปิดและลบล้างร่องรอยมาโดยตลอด แต่ก่อนที่ผมจะได้ถามอะไรเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นรัว ผมหยิบขึ้นมาดู ข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ผมเฝ้ารอมานาน—เบอร์ของทนายความที่ผมจ้างให้ติดตาม ‘คดีอุบัติเหตุ’ ของครอบครัวผมเมื่อสิบปีก่อน ข้อความนั้นระบุสั้นๆ ว่า: *“ผมพบหลักฐานชิ้นใหม่ในบันทึกการเบิกจ่ายงบประมาณของโรงพยาบาลในวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ชื่อผู้ลงนามอนุมัติ... ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลยครับ”* หัวใจของผมเต้นรัวด้วยความโกรธแค้นที่สั่งสมมานาน แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ ผมกลับพบกับภาพที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ธนายืนอยู่สุดปลายโถงทางเดิน เขากำลังยืนคุยกับชายคนหนึ่ง... ชายคนที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นคนขับรถที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เมื่อสิบปีก่อน! ทั้งสองคนหันมามองผมพร้อมกัน รอยยิ้มที่มุมปากของธนาในตอนนี้ ไม่ใช่ความสงสัยอีกต่อไป แต่มันคือความพึงพอใจของผู้ชนะที่รู้ความลับของคู่ต่อสู้แล้ว เขาขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *“เจอตัวแล้วนะ ภัทรกร”* ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แผนการที่ผมวางไว้อย่างรอบคอบกำลังแตกร้าว และความลับที่ผมพยายามจะฝังกลบให้ตายไปกับอดีต กำลังถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นคมดาบเพื่อแทงข้างหลังผมเสียเอง ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้กับการเดินทางของผมในครั้งนี้ และมาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่า รอยร้าวในแผนการนี้ จะนำพาผมไปสู่จุดจบหรือจุดเริ่มต้นใหม่กันแน่ครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%