"ถ้าคุณมั่นใจว่าเทคนิคการเย็บหลอดเลือดแบบนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้จริง... ก็เชิญลงมือครับ หมอภัทรกร อย่าทำให้ผมผิดหวังจนเสียเวลาเปล่าเลย"
เสียงทุ้มต่ำของ ศ.ดร. ธนา ดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องผ่าตัดที่เย็นเฉียบ เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพส่งเสียงสัญญาณจังหวะสม่ำเสมอ แต่อุณหภูมิในห้องนี้กลับดูจะลดต่ำลงจนน่าใจหาย สายตาคมกริบของอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองผ่านกรอบแว่นหนาเตอะ จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของผมอย่างไม่วางตา ราวกับเสือที่กำลังรอจังหวะตะปบเหยื่อที่พลาดท่า
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้ผมตื่นตระหนกเหมือนเมื่อชาติภพก่อน ในทางกลับกัน มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความทรงจำที่เตือนให้ผมรู้ว่า ผมกำลังยืนอยู่ในจุดที่เคยพ่ายแพ้ แต่วันนี้... ผลลัพธ์ต้องต่างออกไป
"ผมไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากการคำนวณครับ อาจารย์" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือที่สวมถุงมือยางกระชับคีมจับเข็มแน่น ความมั่นใจในวินาทีนี้ไม่ได้มาจากความเย่อหยิ่ง แต่มันมาจากประสบการณ์ที่ถูกขัดเกลาผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ผู้ป่วยบนเตียงคือเคสยากที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรุนแรงกำลังเปราะบางจนแทบจะฉีกขาดคามือ หากเป็นภัทรกรคนก่อนหน้า ผมคงมือสั่นและยอมแพ้ไปตั้งแต่เห็นรอยฉีกที่ซับซ้อนนี้แล้ว แต่ไม่ใช่กับวันนี้
ผมจรดเข็มลงบนเนื้อเยื่อที่บอบบาง ฝีเข็มที่ผมวางลงไปนั้นแม่นยำและประณีตราวกับงานศิลปะ รินรดา ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งพยาบาลผู้ช่วยข้างกายผม สบตาผมแวบหนึ่ง แววตาของเธอสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้ผมอุ่นใจ เธอเชื่อมั่นในตัวผม แม้ว่าคนทั้งโรงพยาบาลจะมองว่าผมเป็นเพียงหมอหนุ่มที่อวดดีก็ตาม
"ช้าไป..." ธนาพึมพำ ทำลายสมาธิด้วยการตั้งข้อสังเกต "ถ้าคุณยังเย็บช้าแบบนี้ เลือดจะเสียไปเท่าไหร่แล้ว หมอภัทร?"
ผมไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่จังหวะการลงมีดของผมกลับเร็วขึ้นโดยยังคงความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ผมไม่ได้เย็บเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ผมกำลังสร้างรอยต่อที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ทันทีที่แคลมป์ถูกปล่อยออก
บรรยากาศในห้องผ่าตัดตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ ทุกคนในทีมต่างกลั้นหายใจ สายตาของธนาที่เคยมองดูด้วยความดูแคลน เริ่มมีความสงสัยฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พยายามจะจับผิดทุกฝีเข็มของผม
เวลาผ่านไปเหมือนเนิ่นนานในความรู้สึก แต่สำหรับศัลยแพทย์แล้ว ทุกวินาทีคือการตัดสินใจ ผมวางเข็มสุดท้ายลงอย่างมั่นคง ก่อนจะหันไปสบตากับธนา
"เสร็จแล้วครับ" ผมกล่าวสั้นๆ
ธนาขมวดคิ้ว เขาเดินมาดูแผลที่เย็บไว้ใกล้ๆ แว่นตาของเขาแทบจะชิดกับบริเวณที่ผ่าตัด ความเงียบปกคลุมห้องผ่าตัดอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ออก
"ฝีมือไม่เลว... แต่คุณคิดว่าเคสนี้จะจบลงที่นี่จริงหรือ?" ธนาแสยะยิ้มที่มุมปาก "ผมเพิ่งได้รับรายงานว่า ห้องฉุกเฉินกำลังส่งผู้ป่วยอีกรายเข้ามา... เป็นเคสอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากจุดเดียวกัน และคนไข้คนนั้นคือ 'คนที่คุณพยายามปกป้องที่สุด' ในอดีต"
หัวใจของผมกระตุกวูบ หน้าจอสัญญาณชีพที่เพิ่งจะนิ่งสงบกลับส่งเสียงเตือน 'ตื๊ด... ตื๊ด...' รัวเร็วขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เลือดเริ่มซึมออกมาจากจุดที่ผมเพิ่งเย็บไปเมื่อครู่ ทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นไปได้
รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเธอเห็นรอยแผลที่ผมเย็บไว้เริ่มฉีกขาดจากด้านใน ราวกับว่ามีบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังดึงรั้งมันให้เปิดออกอีกครั้ง และในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ร่างของพยาบาลเวรวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"หมอภัทรคะ! คนไข้รายที่สอง... คนไข้บอกว่าเขารู้ว่าคุณเป็นใคร!"
ผมมองรอยเลือดที่ค่อยๆ ขยายตัวบนผ้าก๊อซ พร้อมกับสบตากับธนาที่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ราวกับทุกอย่างเป็นแผนการที่เขาจัดเตรียมไว้ต้อนผมเข้าสู่กับดักที่ไม่มีทางออก
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบอันหนักหน่วงนี้ไปกับผมนะครับ
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 11
บททดสอบในห้องผ่าตัด
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!