หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 19

ความลับในแฟ้มประวัติ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้าคุณคิดว่าการเปิดแฟ้มนี้คือจุดจบของผม คุณคิดผิดถนัด ภัทรกร... เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น คือจุดจบของพวกคุณทุกคนต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำที่บันทึกไว้ในเทปแม่เหล็กเก่าคร่ำครึดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่เงียบงันของ ศ.ดร. ธนา ภัทรกรยืนนิ่ง มือของเขาสั่นระริกเล็กน้อยในขณะที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้เล่มหนาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ปาร์เกต์มุมห้อง แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าของเขาที่ซีดเผือด ความเย็นยะเยือกของห้องปรับอากาศดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง รินรดายืนระแวดระวังอยู่หน้าประตู เธอหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "หมอภัทรครับ... เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ รปภ. กำลังจะเดินตรวจมาถึงชั้นนี้แล้ว" ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปที่เอกสารตรงหน้า แฟ้มเล่มนี้ไม่ใช่ประวัติคนไข้ทั่วไป แต่มันคือบันทึกการวิจัย 'โปรเจกต์เงา' ที่ธนาเคยอ้างว่ามันล้มเหลวไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน ชื่อที่ปรากฏอยู่ในรายชื่ออาสาสมัครทดลองยาตัวใหม่—ยาที่เร่งกระบวนการสมานแผลจนผิดธรรมชาติแต่แลกมาด้วยความเสื่อมถอยของอวัยวะภายใน—คือชื่อของบรรดาคนไข้ที่ผมเคยรักษาไม่ทันในอดีต ผมพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าธนาแอบเปลี่ยนสูตรยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤตให้กลายเป็นหนูทดลองเพื่อสร้างผลงานวิจัยระดับโลกโดยที่ไม่มีใครเอะใจ เพราะทุกคนต่างคิดว่าคนไข้เหล่านั้นเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเดิม "ไอ้สารเลวนั่น..." ผมสบถออกมาเบาๆ ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานพุ่งพล่านจนมือที่ถือแฟ้มกำแน่นจนขอบกระดาษยับยู่ยี่ "หมอภัทร ดูหน้านี้สิครับ" รินรดารีบก้าวเข้ามาใกล้แล้วชี้ไปที่เอกสารใบสุดท้าย มันเป็นบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับ และชื่อผู้รับปลายทางทำให้ลมหายใจของผมแทบหยุดชะงัก ชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'มูลนิธิช่วยเหลือผู้ประสบภัย' ที่ผมเคยให้ความเชื่อถือมาตลอด และเป็นมูลนิธิที่ภรรยาของผมเคยทำงานก่อนที่เธอจะประสบอุบัติเหตุ... อุบัติเหตุที่ธนาเป็นคนวางแผนไว้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังกระทบพื้นโถงทางเดินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รินรดาคว้าแขนผมไว้ "เราต้องไปแล้วครับ ถ้าธนาเข้ามาเห็นเราตอนนี้ ต่อให้เป็นหมอฝีมือดีแค่ไหน เราก็ไม่มีวันเดินออกไปจากตึกนี้ได้" ผมรีบยัดเอกสารทั้งหมดลงในกระเป๋าเป้ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ศัลยแพทย์ไม่ควรตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะหันหลังกลับ เสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้น 'ติ๊ด' ประตูห้องทำงานเปิดอ้าออกอย่างช้าๆ ร่างสูงโปร่งของ ศ.ดร. ธนา ปรากฏตัวขึ้นในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา แต่แววตาของเขากลับดำมืดสนิทราวกับก้นเหว เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสุขุม ผิดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดรอบข้าง "มาเยี่ยมห้องทำงานอาจารย์ดึกดื่นแบบนี้ ไม่คิดจะแจ้งล่วงหน้าหน่อยหรือครับ ภัทรกร" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความกดดันมหาศาล เขากวาดสายตามองพวกเราสองคนเหมือนมองสิ่งของที่กำลังจะถูกกำจัดทิ้ง รินรดาตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลังผม แต่ผมก้าวออกไปยืนบังเธอไว้ สบตากับอาจารย์ที่ผมเคยเคารพรักด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมแค่มาตามหาความจริงที่อาจารย์ฝังไว้ใต้พื้นไม้ห้องนี้ครับ อาจารย์ธนา" ธนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ความจริงน่ะเหรอ? โลกใบนี้ไม่มีความจริงหรอกภัทรกร มีแค่คนที่ชนะกับคนที่เป็นแค่ซากปรักหักพัง" เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปุ่มบางอย่าง ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นเงาของชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องทำงานที่ผมคิดว่าว่างเปล่า "ผมให้โอกาสคุณได้เลือก" ธนาพูดผ่านความมืด "จะวางแฟ้มนั่นลงแล้วเดินออกไปเฉยๆ โดยมีชีวิตอยู่ต่ออีกไม่กี่วัน... หรือจะเก็บมันไว้ แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยชิ้นใหม่ของผมที่ยังขาดหนูทดลองคุณภาพดีอยู่พอดี" ผมกระชับกระเป๋าเป้ในมือแน่น หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง ผมรู้ดีว่านี่คือเดิมพันที่อาจแลกด้วยชีวิต แต่ผมไม่มีทางถอยหลังกลับไปสู่จุดที่ต้องสูญเสียใครอีกแล้ว ผมแสยะยิ้มตอบเขาในความมืด "ผมเลือกข้อที่สามครับอาจารย์... ข้อที่อาจารย์จะต้องเป็นคนรับผิดชอบกับทุกบาดแผลที่อาจารย์สร้างขึ้นด้วยมือของอาจารย์เอง" ในจังหวะที่ชายชุดดำพุ่งเข้าใส่ ผมคว้าขวดแอลกอฮอล์บนโต๊ะขว้างใส่โคมไฟจนเกิดประกายไฟลุกโชนขึ้นทันที แสงเพลิงสว่างวาบไปทั่วห้อง ผมคว้ามือรินรดาแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ทว่าเสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับความเจ็บแปลบที่แล่นผ่านหัวไหล่ซ้ายของผม รินรดากรีดร้องเบาๆ แต่ผมไม่ยอมปล่อยมือ เรากระโจนลงสู่ระเบียงด้านล่างท่ามกลางความมืดมิด ทิ้งให้ธนายืนมองตามด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา แต่ในวินาทีที่ผมกระแทกพื้นและกำลังจะลุกขึ้นวิ่งต่อ สายตาของผมเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนยืนรออยู่ที่ปลายทางเดิน... คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่อดีตชาติ คนที่เป็นกุญแจสำคัญคนสุดท้ายที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของผมไปตลอดกาล ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขอดีตและร่วมลุ้นไปกับผมในบทนี้ด้วยความอดทนนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%