“ทำไมค่าเม็ดเลือดขาวถึงดิ่งลงขนาดนี้ ริน... คุณแน่ใจนะว่ายาที่จ่ายไปไม่ได้มีข้อผิดพลาด?”
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าในความเยือกเย็นนั้น ผมกำลังกำแฟ้มประวัติคนไข้จนขอบกระดาษยับยู่ยี่ รินรดายืนอยู่ตรงข้ามผมในห้องทำงานที่เงียบงัน แสงไฟนีออนสลัวๆ สะท้อนกับแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเธอ เธอไม่ใช่แค่พยาบาลผู้ช่วย แต่เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่า 'ปาฏิหาริย์' ที่ผมพยายามสร้างขึ้นมานั้น กำลังจะกลายเป็นกับดักที่ผมถักทอขึ้นเอง
“หมอภัทรคะ... ไม่สิ คุณภัทรคะ” เธอเว้นจังหวะ มองซ้ายมองขวาเหมือนเกรงว่าจะมีใครแอบฟัง “ผลเลือดชุดนี้ไม่ได้มาจากความผิดพลาดของการจ่ายยา แต่มันมาจาก 'ผลข้างเคียง' ที่เราคาดไม่ถึงตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนแผนการรักษาล่วงหน้า คนไข้คนนี้... ร่างกายเขากำลังปฏิเสธทุกอย่างที่หมอพยายามยัดเยียดให้เพื่อรักษาเขาไว้”
ผมวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยความหนักอึ้ง ในโลกเดิมที่ผมจากมา คนไข้รายนี้—ชายผู้เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโปงความฉ้อฉลของ ศ.ดร. ธนา—ควรจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในอีกสามเดือนข้างหน้า แต่ผมเลือกที่จะช่วยเขาไว้ตั้งแต่วันนี้ ทว่าการรอดชีวิตในครั้งนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทง
“ผมแค่ต้องการให้เขามีชีวิตอยู่เพื่อพูดความจริง” ผมพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่า
“แต่ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขากำลังจะจบลงด้วยความทุกข์ทรมานกว่าเดิม หมอคิดว่านี่คือการแก้ไขอดีต หรือแค่การเปลี่ยนรูปแบบความตายกันแน่ครับ?” รินรดากล้าหาญพอที่จะยิงคำถามนั้นใส่ผม เธอจ้องลึกเข้ามาในตาผม เหมือนจะควานหาความมืดมิดที่ผมซ่อนไว้
ผมเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปเห็นรถหรูของ ศ.ดร. ธนา แล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึกอำนวยการ ชายผู้นั้นก้าวลงมาด้วยท่วงท่าของราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ การปรากฏตัวของเขาในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เขาอาจจะระแคะระคายเรื่องที่ผมแอบเก็บหลักฐานไว้กับคนไข้คนนี้
“ริน... คุณไปเตรียมตัวในห้องผ่าตัด ผมจะไปพบอาจารย์ธนา”
“คุณจะทำอะไรครับ?”
“ทำในสิ่งที่ผมถนัดที่สุด... เดินเข้าหาเสือที่หิวโซด้วยเนื้อสดๆ ที่เตรียมมาให้เขาขย้ำ” ผมหันหลังกลับ แววตาที่อ่อนโยนกับเธอเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่ซ่อนอยู่ในคราบสุภาพบุรุษ
เมื่อผมเดินไปถึงโถงทางเดิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยดูเหมือนจะฉุนกึกกว่าทุกวัน ศ.ดร. ธนา ยืนรออยู่หน้าห้องพักฟื้นคนไข้คนสำคัญ เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเกรี้ยว ตรงกันข้าม เขากลับยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
“ภัทรกร... ผมได้ยินมาว่าอาการคนไข้รายนี้ทรุดลงอย่างน่าประหลาดใจ” ธนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขานุ่มนวลจนน่าขนลุก “คุณเป็นศัลยแพทย์ที่มีพรสวรรค์นะ แต่บางครั้ง การพยายามยื้อชีวิตที่ควรจะจากไป อาจจะทำให้มือของคุณต้องแปดเปื้อนเลือดที่ล้างไม่ออก”
“ผมเชื่อในวิชาชีพครับอาจารย์ ชีวิตคนไม่ใช่ตัวเลขในกระดาษที่จะมาตีค่าว่าควรตายเมื่อไหร่” ผมตอบสวนกลับทันควัน สบตาเขาอย่างไม่ลดละ
“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคุณคงไม่รังเกียจ หากผมจะเสนอให้ ‘เปลี่ยนมือ’ การรักษาเป็นของทีมผม” เขาขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่ว “เพราะถ้าคนไข้ตายในความดูแลของคุณ... อนาคตที่คุณฝันไว้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ อาจจะเป็นได้แค่รอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย”
ผมหยุดกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความเดือดดาลที่พยายามควบคุมไว้ การที่เขาเสนอตัวแบบนี้แปลว่าเขารู้แล้วว่าคนไข้คนนี้รู้เรื่องอะไร!
แต่ทันใดนั้น เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังมาจากห้องพักฟื้นด้านหลังก็กรีดร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง สลับกับเสียงร้องตะโกนของพยาบาลที่ดังทะลุประตูออกมา
“คนไข้ช็อกครับ! ความดันตกฮวบ!”
ผมไม่รอช้า ผลักไหล่ธนาออกแล้ววิ่งพรวดพราดเข้าไปข้างใน แต่สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่ภาวะวิกฤตของคนไข้บนเตียง แต่เป็นรอยยิ้มที่มุมปากของชายแปลกหน้าที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มพยาบาล... ชายที่ถือเข็มฉีดยาไว้ในมือโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และเขากำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาของคนที่เพิ่งทำลายทุกอย่างลง
เข็มฉีดยานั้น... มันไม่ใช่สารรักษา แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ผมเคยทดลองในห้องแล็บปิดตายเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งผมเพิ่งทำลายมันทิ้งไปหมดแล้ว!
“ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะ หมอภัทร... โลกที่แกพยายามจะแก้ไขน่ะ มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่แกเลือกจะช่วยคนๆ นี้แล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขอดีตและร่วมลุ้นไปกับผมในบทนี้ด้วยความอดทนนะครับ
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 21
จุดเปลี่ยนของโชคชะตา
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!