“คุณหมอภัทรครับ... สัญญาณชีพคนไข้ในห้องฉุกเฉินดิ่งลงเหวแล้ว ทางทีมพยาบาลแจ้งว่าอาจารย์ธนาสั่งงดการผ่าตัดด่วน โดยอ้างว่าต้องรอประเมินเคสเคสสีเขียวในห้องตรวจพิเศษก่อนครับ”
เสียงของพยาบาลเวรหนุ่มที่สั่นเครือดังขึ้นข้างหูผม ทันทีที่ผมก้าวเท้าพ้นประตูห้องพักแพทย์ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลัง มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือ ‘ความทรงจำ’ ที่ฉายชัดราวกับภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายจบไปเมื่อวาน โศกนาฏกรรมครั้งแรกที่พรากชีวิตเด็กชายวัยสิบขวบไปต่อหน้าต่อตาผมเพราะการละเลยของผู้มีอำนาจในตอนนั้นคือเหตุการณ์นี้... วันที่ยี่สิบสี่ พฤษภาคม ปีสองพันห้าร้อยห้าสิบห้า
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือเข็มวินาทียังคงเดินไปข้างหน้าอย่างใจร้าย ผมไม่ใช่หมอฝึกหัดที่ไร้ทางสู้คนเดิมอีกแล้ว
“ใครเป็นคนรับเคสนี้?” ผมถามพลางก้าวเท้าฉับๆ ไปตามทางเดินยาวของโรงพยาบาล เสียงฝีเท้าของผมดังก้องมั่นคง ต่างจากความลนลานในอดีตที่ผมเคยเผชิญ
“คุณรินรดาครับ... เธอพยายามโต้แย้งอาจารย์ธนาแล้ว แต่ถูกสั่งให้ไปทำเอกสารเบิกจ่ายแทนครับ”
ผมไม่รอฟังคำตอบสุดท้าย ผมเร่งฝีเท้าจนเกือบจะเป็นการวิ่ง ความคิดในหัวทำงานอย่างรวดเร็ว ผมรู้ดีว่าอีกสิบนาทีต่อจากนี้ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ช่องท้องของเด็กน้อยคนนั้นจะแตกออก ถ้าหากไม่ได้รับการผ่าตัดเปิดช่องท้องด่วน ผลลัพธ์เดียวที่จะเกิดขึ้นคือภาวะช็อกจนเสียชีวิต
ผมผลักประตูห้องตรวจพิเศษเข้าไปโดยไม่เคาะ เสียงหัวเราะแผ่วๆ ของ ศ.ดร. ธนา ที่กำลังพูดคุยกับแขกคนสำคัญดังกระแทกเข้าโสตประสาท เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาของเขาบ่งบอกถึงความถือดีและอำนาจที่ล้นพ้น
“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา ภัทรกร?” อาจารย์ธนาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า “เสียมารยาท”
ผมไม่หยุดเดิน ผมตรงเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ผมเห็นคราบกาแฟบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาชัดเจน “คนไข้เคสที่ 402 อาการวิกฤตครับอาจารย์ ถ้าเราไม่ทำหัตถการภายในห้านาทีนี้ เขาจะเสียชีวิต”
ธนาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวเล็กภายใต้กรอบแว่นจ้องมองผมด้วยความเหยียดหยาม “ผมเป็นคนตัดสินใจลำดับความสำคัญของเคส ไม่ใช่คุณ หรือว่าคุณอยากจะเสียเก้าอี้แพทย์ประจำบ้านตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน?”
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานนั้น ในอดีตผมก้มหน้าและเดินออกไปอย่างผู้แพ้ แต่ในวินาทีนี้ ผมกลับเห็น ‘รอยแผล’ ในอดีตของผมเองที่กำลังจะถูกกรีดซ้ำ ผมสูดลมหายใจลึก ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ
“ผมไม่ได้จะเสนอตัวทำครับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “แต่ผมได้รับรายงานว่าคนไข้คนนี้มีภาวะเลือดออกในช่องท้องเฉียบพลัน หากคนไข้เสียชีวิตภายใต้การดูแลของคุณในขณะที่มีหลักฐานการแจ้งเตือนเรื่องอาการหนัก... ผมเกรงว่ารายงานฉบับนี้จะไม่ได้ไปอยู่ในแฟ้มเก็บเอกสาร แต่มันจะไปอยู่บนโต๊ะของคณะกรรมการจริยธรรมแพทย์แทนครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ธนาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
“ขู่ผมงั้นเหรอ?”
“ผมแค่แจ้งความจริงตามประสาหมอที่เห็นความสำคัญของชีวิตคนไข้เหนือกว่าวาระการประชุมครับ” ผมวางแฟ้มบันทึกอาการที่ผมแอบคัดลอกมาเมื่อครู่ลงบนโต๊ะ “คุณจะยอมให้ผมไปผ่าตัดในฐานะผู้ช่วยโดยไม่บันทึกความผิดพลาด หรือจะให้เรื่องนี้ถึงหูผู้อำนวยการโรงพยาบาลดีครับ อาจารย์ธนา?”
วินาทีที่เขากำลังชั่งใจ ผมเห็นรินรดายืนอยู่ตรงมุมประตู สายตาของเธอที่มองมายังผมเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและ... ความหวัง เธอคือคนเดียวที่จำความมุ่งมั่นของผมได้ในอนาคตที่บิดเบี้ยว เธอคือพยาบาลที่เคยจับมือผมในวันที่ผมหมดศรัทธาในวิชาชีพ
ธนากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน “ไปซะ! ไปเอาชีวิตเด็กนั่นคืนมาให้ได้ ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว อย่ากลับมาเหยียบแผนกศัลยกรรมอีก!”
ผมไม่รอให้เขาเปลี่ยนใจ รีบหมุนตัวออกไปคว้าแขนรินรดาแล้วดึงเธอออกมาจากจุดนั้น
“คุณภัทรคะ...” เธอเอ่ยเสียงสั่น “นั่นอาจารย์ธนานะคะ คุณทำอะไรลงไป...”
“รินรดา ฟังผมนะ” ผมจ้องลึกเข้าไปในตาเธอด้วยความจริงจังที่มากกว่าครั้งไหนๆ “ในห้องผ่าตัดวันนี้ จะมีเหตุการณ์เครื่องดมยาสลบขัดข้องตอนนาทีที่สิบห้า เตรียมเครื่องช่วยหายใจมือถือไว้ให้พร้อม และห้ามให้ใครเข้าใกล้จุดจ่ายไฟเด็ดขาด เราจะช่วยเด็กคนนี้... เราจะช่วยทุกคน”
เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาที่สับสนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เธอพยักหน้าเบาๆ “ฉันเชื่อคุณค่ะ... จะกี่ครั้งที่ต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไป ฉันจะอยู่ข้างคุณ”
เราสองคนวิ่งผ่านทางเดินยาวเข้าสู่โซนห้องผ่าตัด ผมรู้ดีว่าทุกย่างก้าวคือการดัดแปลงเส้นทางแห่งโชคชะตาที่เคยผิดพลาด ผมหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวม มือของผมไม่สั่นแม้แต่น้อย มันคือมือที่ผ่านการผ่าตัดมานับพันครั้งในกาลเวลาที่ไม่มีใครรู้
แต่ทว่า ทันทีที่ผมผลักประตูห้องผ่าตัดเข้าไป กลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึกก็ลอยแตะจมูก ภาพตรงหน้าทำเอาผมต้องหยุดชะงัก...
ไม่ใช่แค่เครื่องดมยาสลบที่ขัดข้อง แต่มีชายชุดดำสองคนยืนอยู่ข้างเตียงผ่าตัด พร้อมกับมีดที่จ่ออยู่ที่คอของเด็กน้อยคนนั้น... และหนึ่งในนั้น คือคนที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะ ‘ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตผม’
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ... หมอภัทร"
ชายคนนั้นขยับหน้ากากอนามัยลง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปดาวที่ข้างแก้ม... พ่อของเด็กที่ผมเคยช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ในอดีต!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางย้อนเวลากับผม เพื่อกู้คืนเศษเสี้ยวชีวิตที่หายไปนะครับ
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 2
โอกาสที่สอง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!