“ถ้าคุณคิดจะเอาตัวรอดด้วยการเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปอีกรอบ ผมเกรงว่าครั้งนี้คุณอาจจะไม่มีแผ่นดินให้ยืนนะครับ นายแพทย์วิทูร”
เสียงเรียบเย็นของผมดังก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์ธนา ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ วิทูร ศัลยแพทย์ฝีมือดีที่เป็นมือขวาของธนามาตลอดหลายปี กำลังยืนตัวสั่น แฟ้มเอกสารประวัติคนไข้ที่ถูกแก้ไขข้อมูลอย่างผิดกฎหมายวางกองอยู่บนโต๊ะไม้ราคาแพง
วิทูรหันมามองผม ดวงตาของเขาวูบไหวด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ได้มองที่หน้าผม แต่มองเลยไปที่ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท เหมือนหวังว่าจะมีใครสักคนโผล่เข้ามาช่วยเขาจากสถานการณ์นี้
“คุณภัทร... คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ” วิทูรพยายามคุมเสียงให้เป็นปกติ แต่มือที่สั่นเทาขณะเอื้อมไปจับแก้วน้ำบนโต๊ะได้ฟ้องทุกอย่าง
ผมเดินเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ผมตั้งใจส่งไป ผมไม่ใช่อดีตภัทรกรที่อ่อนแอและยอมคนอีกต่อไป ผมคือคนที่ย้อนกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง “หลักฐานการทำศัลยกรรมเกินความจำเป็นเพื่อเบิกงบประกัน และการสลับผลตรวจชิ้นเนื้อของคนไข้เคสเมื่อเดือนที่แล้ว... ทุกอย่างอยู่ในนี้หมดแล้วครับ”
“คุณ... คุณไปเอามาจากไหน”
“ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ โดยเฉพาะความลับที่แลกมาด้วยชีวิตคน” ผมพูดพลางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา “ธนาไม่ได้ปกป้องคุณหรอกนะครับ ทันทีที่การตรวจสอบจากส่วนกลางลงมาถึง คุณจะเป็นคนแรกที่ถูกถีบหัวส่ง”
วิทูรนิ่งงันไป ใบหน้าของเขามีสีเลือดน้อยลงทุกที ความขัดแย้งในใจเขาสะท้อนออกมาผ่านแววตาที่เริ่มแปรเปลี่ยนจากความภักดีต่อธนา กลายเป็นความห่วงตัวกลัวตาย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง ธนาเดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขาดุดันเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังถูกต้อนจนมุม เขามองผมสลับกับวิทูร ก่อนจะยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของชายผู้ทะเยอทะยาน
“คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ภัทรกร? ดูเหมือนคุณจะสนุกกับการสร้างความร้าวฉานให้ทีมผมจังเลยนะ” ธนาถาม น้ำเสียงเขานุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย
“ผมแค่กำลังเตือนสติเพื่อนร่วมงานครับ อาจารย์ธนา” ผมตอบกลับไปพลางจ้องตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง “คนเราทำผิดพลาดได้ แต่ถ้าเลือกที่จะจมปลักอยู่กับความผิดนั้นจนถึงที่สุด จุดจบมักจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ ผมแค่อยากให้คนบางคนได้มีทางออก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ธนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบแฟ้มเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่กดดัน วิทูรยืนแทบไม่ติดที่ เขาเหงื่อซึมตามไรผม ธนาปิดแฟ้มลงแล้วหันมามองวิทูรด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกเชือดอย่างช้าๆ
“วิทูร... คุณคงไม่ได้หลงเชื่อคำลวงของเด็กเมื่อวานซืนคนนี้หรอกนะ?”
วิทูรกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมองธนา ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับมานาน “อาจารย์ครับ... เรื่องงบประมาณโครงการวิจัยที่หายไป... แล้วไหนจะเรื่องเคสคนไข้รายนั้นอีก ผมทำตามคำสั่งอาจารย์มาตลอด แต่ถ้าวันนี้ผมต้องเป็นแพะรับบาปเพียงคนเดียว ผมว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะครับ”
คำพูดของวิทูรทำให้ธนาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของศัตรูหมายเลขหนึ่งของผมเลือนหายไปทันที นี่คือสิ่งที่ผมวางแผนไว้ ความแตกแยกไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผม แต่เกิดขึ้นเพราะ ‘ความไม่ไว้วางใจ’ ที่ผมหยิบยื่นให้พวกเขาคนละเล็กละน้อย
ผมถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้ความตึงเครียดภายในห้องนั้นทำงานของมัน “พวกคุณตกลงกันให้ดีนะครับ เพราะถ้าพรุ่งนี้เช้าข้อมูลชุดนี้ไปถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรม ทุกอย่างจะไม่ใช่แค่เรื่องของการคุยกันในห้องนี้อีกต่อไป”
ผมหมุนตัวเดินออกจากห้องทิ้งให้ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ผมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สงครามครั้งนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อสัตว์ป่าเริ่มกัดกันเอง
ผมเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาล จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่สวนหย่อมหลังตึก รินรดายืนรออยู่ตรงนั้น เธอส่งยิ้มบางๆ ให้ผม แม้ในสถานการณ์ที่มืดมนที่สุด เธอก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่า
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนใช่ไหมคะภัทร?” รินรดาถามด้วยความเป็นห่วง
“เริ่มร้าวฉานแล้วครับริน แต่ธนาฉลาดกว่าที่เราคิด เขาอาจจะหาทางโยนความผิดทั้งหมดให้คนอื่นเพื่อเอาตัวรอด” ผมตอบ พลางมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด
“เราจะผ่านมันไปได้ไหมคะ?”
“เราต้องผ่านไปให้ได้ครับ” ผมจับมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในจิตใจของผมลงได้บ้าง แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดินด้านหลังก็ทำให้เราทั้งคู่ต้องหันกลับไปมอง
พยาบาลสาวคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาผม สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบจะร้องไห้ออกมา “คุณหมอภัทรคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องฉุกเฉิน คนไข้ในเคสพิเศษของคุณธนาเกิดอาการช็อกกะทันหัน และดูเหมือนว่า... ผลเลือดที่รายงานออกมาตอนแรกกับความเป็นจริงไม่ตรงกันค่ะ!”
ผมมองหน้ารินรดาด้วยความตระหนักได้ทันทีว่าธนาไม่ได้ยอมแพ้ แต่เขากำลังใช้ ‘ชีวิตคนไข้’ เป็นตัวประกันเพื่อลบหลักฐานความผิดของเขาให้สิ้นซาก
“เขาคิดจะฆ่าปิดปากคนไข้เพื่อทำลายพยานหลักฐานงั้นหรือ...” ผมพึมพำด้วยความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านในอก
วินาทีที่ผมกำลังจะวิ่งไปที่ห้องฉุกเฉิน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ก็สั่นขึ้นมา เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์ที่ผมไม่คิดว่าจะได้รับสายในเวลานี้... เบอร์ของอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ควรจะเกษียณไปนานแล้ว และเป็นคนเดียวที่รู้ความลับเรื่องที่ผมย้อนเวลากลับมา
“คุณหมอภัทรครับ... หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศไปมากกว่านี้” เสียงปลายสายฟังดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยคำเตือนที่ทำให้ผมต้องหยุดเท้าลงกลางทาง
เรื่องราวในคืนนี้ไม่ได้มีแค่ผมกับธนาเท่านั้น แต่ยังมีใครบางคนที่กำลังจับตาดูพวกเราอยู่ในเงามืด... และเขาก็รู้ความลับที่ผมพยายามปกปิดมาตลอด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมในทุกตัวอักษรนะครับ
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 27
ความแตกแยกในแผนก
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!