เซนเซอร์ปากร้ายกับยัยนักแกะรอยจอมกวน•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของสารวัตร

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กริบ... เสียงปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงกระทบลงบนกระดาษ A4 สีขาวสะอาด ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานคับแคบของกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กลิ่นอายของกาแฟดำเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่ามันกลับไม่อาจกลบความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของร้อยตำรวจเอกหญิงปราณินได้เลยแม้แต่น้อย "อ่านซะ" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกถูกพ่นออกมา พร้อมกับแผ่นกระดาษที่ถูกผลักสไลด์ข้ามโต๊ะทำงานไม้สักตัวเก่ามาตรงหน้า คินน์ชะوکคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน ร่างโปร่งบางในชุดฮู้ดสีดำตัวโคร่งทิ้งน้ำหนักพิงพนักเก้าอี้หมุนอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยประกายความท้าทาย เธอปรายตามองแผ่นกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นแค่กระดาษรองแก้วน้ำ มากกว่าจะเป็นบันทึกข้อตกลงชีวิตที่ตัวเองกำลังจะโดนพันธนาการ "อะไรเนี่ยสารวัตร... นึกว่าจดหมายรักจากแฟนคลับซะอีก เสียดายจัง ไร้ซึ่งหัวใจและกลิ่นอายความโรแมนติกสิ้นดีนะคะ" คินน์ลอยหน้าลอยตาเอ่ยแซว ปากเรียวบางยกยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท ทั้งที่ในใจแอบเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ส่งตรงมา "เลิกเล่นลิ้นแล้วอ่านซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วโยนเธอเข้าห้องขังจริง" ปราณินตวาดเสียงต่ำ เธอกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าเครื่องแบบตึงเปรี๊ยะ ใบหน้าสวยคมบึ้งตึง ดวงตาคู่คมจดจ้องมองอดีตแฮกเกอร์ตัวแสบเขม็ง ราวกับเสือสาวที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ คินน์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยอมเอื้อมมือเรียวบางไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความทีละบรรทัดอย่างช้าๆ รอยยิ้มกวนประสาทค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้าทีละน้อย จนกระทั่งกลายเป็นความอึ้งและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน *กฎเหล็ก 5 ข้อในการอยู่ร่วมกับสารวัตรปราณิน* 1. ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว ห้ามแตะต้องสิ่งของบนโต๊ะทำงาน และห้ามเข้าใกล้ในระยะประชิดเกินหนึ่งเมตรโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ห้ามโกหก ห้ามปิดบังข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี และต้องรายงานทุกการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ 3. ห้ามทำตัวน่ารำคาญ ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามใช้วาจากวนประสาทในยามปฏิบัติหน้าที่ 4. ห้ามออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม เว้นแต่จะมีฉันประกบติดไปด้วยทุกฝีก้าว 5. ต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉันอย่างไร้เงื่อนไข ฝ่าฝืนแม้แต่ข้อเดียว... โทษคือการถูกส่งตัวให้กองปราบดำเนินคดีทันที "นี่มันกฎเหล็กคุมประพฤติอาชญากรสงครามชัดๆ!" คินน์โวยวายลั่นห้อง โยนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนแฟ้มเอกสารกระเด็น "สารวัตรคะ! นี่เราเป็นคู่หูร่วมสืบสวนคดี หรือฉันมาสมัครเป็นทาสในเรือนเบี้ยของคุณกันแน่เนี่ย ห้ามเข้าใกล้เกินหนึ่งเมตร? บ้าหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องหลบกระสุนด้วยกัน ฉันต้องเอาตลับเมตรมาวัดระยะก่อนไหมคะว่าจะกอดคุณได้หรือเปล่า" "คินน์!" ปราณินตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นหางม้าสะบัดไหว เธอก้าวเท้าเข้าหาคนตัวเล็กกว่าอย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ "เธอคิดว่าฉันกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง? สถานะของเธอตอนนี้คือผู้ต้องหาคดีใหญ่ที่กำลังหนีการตามล่า ถ้าไม่มีฉันคอยคุ้มหัว เธอคงโดนเก็บไปนอนเน่าอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้ว!" แรงกดดันจากสารวัตรสาวแผ่ซ่านจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกดวงตาสีเข้มคู่สวยจ้องมองอย่างเอาเรื่อง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสบู่และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปราณินลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของอดีตแฮกเกอร์สาวเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แม้ปากจะเก่งและชอบต่อปากต่อคำแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากเกินไปแล้ว "ก็... ก็ไม่ได้บอกว่าล้อเล่นสักหน่อย" คินน์เบี่ยงสายตาหลบความวับวามในดวงตาคู่นั้น เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความประหม่า น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "แค่รู้สึกว่ามันใจร้ายเกินไปสำหรับคนน่ารักๆ อย่างฉันต่างหาก" "ปากดี" ปราณินพ่นลมหายใจฮึดฮัด แต่ยอมถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างตามกฎข้อแรกที่เธอเพิ่งร่างขึ้นมาเอง "จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอเอาไว้ ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้ล้างมลทินให้ตัวเอง ก็ทำตามซะ" "โอเคๆ ยอมจำนนก็ได้ค่ะ ท่านสารวัตรจอมเผด็จการ" คินน์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจำยอม ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่พยายามซ่อนความหวั่นไหว "แต่ถ้าเกิดฉันทำตามครบทุกข้อแล้ว... มีรางวัลอะไรให้ฉันไหมคะ? เช่น... กอดอุ่นๆ จากสารวัตรสักที หรือว่าคำชมว่า 'เก่งมากนะเด็กดี' อะไรทำนองนี้" "ฝันไปเถอะ" ปราณินสวนกลับทันควัน ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ความเย็นชา "ทำงานของเธอไป ค2-08 อย่ามาลามปาม" คินน์หลุดหัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นร่องรอยความเขินอายใต้มาดนิ่งขรึมนั้น บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเคมีคุุกกรุ่นที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ทว่าในจังหวะที่ปารณินกำลังจะหันหลังกลับไปหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นรัวเร็วด้านนอกประตู ปัง! ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของหมวดวิกรม นายตำรวจหนุ่มลูกน้องคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือก หอบหายใจจนตัวโยン ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "สารวัตรครับ!แย่แล้วครับ!" วิกรมละล่ำละลักพูดเสียงสั่น "ทีมสืบสวนภาค 3 แจ้งข่าวมาว่า... เซฟเฮาส์ที่เราเคยเก็บหลักฐานสำคัญเรื่องเส้นทางการเงินของ ส.ส. ประชา ถูกระเบิดราบเป็นหน้ากลองเมื่อนาทีที่แล้วครับ!" ปราณินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตาเดียว เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นพร้อมกันรัวๆ คินน์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ หุบยิ้มทันที ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่สว่างวาบขึ้นมาเองอัตโนมัติ นิ้วเรียวรีบเคาะแป้นพิมพ์ลัดที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกาข้อมืออย่างรวดเร็วก่อนที่ระบบป้องกันจะถูกตัดขาด หน้าจอแสดงผลโค้ดสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบ *IP Address ของผู้บงการระเบิด... กำลังเชื่อมต่อเข้ามาจากภายในกองกำกับการนี้เอง* คินน์เงยหน้าขึ้นสบตากับปราณินทันที ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาของทั้งคู่ "สารวัตร..." คินน์กระซิบเสียงเครือ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "มีคนใน... กำลังขายเรา" --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปมปริศนาร้ายไปกับเคมีคู่กัดสุดแซ่บคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์ปากร้ายกับยัยนักแกะรอยจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%