เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 15

กับดักในคืนจันทร์ดับ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศยามราตรี มิได้มาจากสนามรบไกลโพ้น หากแต่โชยมาจากพื้นหินอ่อนขัดมันเบื้องหน้าพระตำหนักหย่งเล่อ แสงจันทร์คืนนี้ถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับท้องฟ้าถูกผืนผ้าสีดำสนิทของความตายทาบทับอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่พร้อมใจกันหยุดลงพร้อมเพรียง รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเสาไม้จันทน์แกะสลักลวดลายมังกรห้ากรงเล็บ มือเรียวบางกำชายเสื้อคลุมปักลายเมฆาแน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบเลือดสดๆ ที่ยังคงหยดติ๋งลงบนพื้นศิลา ภาพเหตุการณ์นองเลือดในวังหลวงที่เคยถูกบันทึกไว้เพียงตัวอักษรในพงศาวดาร บัดนี้กลับตาลปัตรกลายเป็นความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาตามคำทำนายโบราณ ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่เสียงร่ำไห้ มีเพียงเสียงคมดาบกระทบกับเกราะเหล็กแผ่วเบาที่ดังมาจากตำหนักใน ดุจเสียงเคาะระฆังส่งวิญญาณลงสู่ขุมนรก "เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังเสานั้นแล้ว จะพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้กระนั้นหรือ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ต้อนเหยื่อจนมุมดังขึ้นจากความมืด หลี่จวินอ๋องก้าวพระบาทออกมาจากเงาจันทร์ ฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นทองชุ่มโชกไปด้วยโลหิต พระเนตรคมกริบทอประกายวาววโรจน์ดั่งอสูรกายกระหายเลือด ทว่าลึกลงไปในความดุร้ายนั้นกลับซ่อนความร้าวรานและภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับไว้ทั้งแผ่นดิน พระองค์ทรงยกกระบี่ชุ่มเลือดขึ้นพาดบ่า หยาดโลหิตสีแดงฉานหยดลงกระทบพื้นเป็นจังหวะจะโคน ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง รินรดาไม่ถอยหลังหนี นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาในอก ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นทั้งความหวังและคำสาปของชีวิต "หม่อมฉันมิได้ซ่อนตัวพ่ะย่ะค่ะ... เพิ่งจะยืนดูหมากตานี้เดินจนถึงตาจนต่างหาก" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคง ดวงตาสุกสกาวสะท้อนภาพเงาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น "ท่านอ๋องทรงทราบดีว่า คำทำนายในศาลาริมน้ำโบราณมิเคยละเว้นผู้ใด แม้กระทั่งราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" หลี่จวินอ๋องแค่นพระsuraหัวอกเบาๆ แววพระเนตรไหววูบชั่วพริบตา พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นคาวเลือดอบอวลอยู่ปลายนาสิก พระaniเอื้อมพระหัตถ์หนาขึ้นสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็ง ทว่าแฝงไว้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ลึกล้ำ "เจ้าฉลาดเกินไป รินรดา... และความฉลาดนี่แหละที่จะฆ่าเจ้า" พระองค์ตรัสกระซิบชิดริมฝีปากนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วกากNang "ข้าจำต้องยอมมือเปื้อนเลือด ก็เพื่อให้เราสองคนรอดพ้นจากเงาอาฆาตนั้น แต่เจ้ากลับเลือกที่จะเดินเข้ามาในกองไฟด้วยตนเอง" "เพราะหม่อมฉันรู้ว่า... ต่อให้ท่านอ๋องทรงกวาดล้างราชสำนักจนราบคาบ วิญญาณในศาลาริมน้ำก็ไม่เคยปล่อยให้ท่านเป็นอิสระ" รินรดาเงยพักตร์ขึ้นสบพระเนตรอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวแตะลงบนหลังพระหัตถ์ที่แนบอยู่ข้างแก้วของพระองค์ "เจ้าจอมขวัญมิได้ต้องการเพียงแค่บัลลังก์ แต่พระนางต้องการทำลายสายเลือดทุกหยดของสกุลท่าน... รวมถึงตัวท่านด้วย" บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยือกยวดยิ่งขึ้น ราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงนับสิบองศา เปลวเพลิงจากคบเพลิงริมระเบียงวูบไหวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต กลิ่นหอมหวานฉุนของดอกซ่อนกลิ่นเน่าเปื่อยโชยมาเตะจมูก ทั้งสองต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอน เสียงฝีเท้าลากยาวอันเชื่องช้าและน่าสะพรึงกลัวดังมาจากระเบียงทางเดินด้านหลัง เงาร่างโปร่งแสงของสตรีในชุดนางงิ้วโบราณชุ่มเลือด ค่อยๆ ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ดวงตาสสีแดงก่ำจ้องมองตรงมาที่หลี่จวินอ๋องด้วยความแค้นฝังหุ่น หลี่จวินอ๋องดึงรินรดาเข้าสู่อ้อมพระอุระด้วยสัญชาตญาณ พร้อมกับชักกระบี่ในมือขวาชี้ตรงไปยังเงาร่างนั้น พระเนตรดุร้ายดั่งพยัคฆ์จ้องเขม็งไปยังวิญญาณร้าย "เจ้าจอมขวัญ! ความแค้นของเจ้าสมควรจบลงตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว ไฉนจึงยังจองเวรไม่เลิกรา!" เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหู ดังสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักหย่งเล่อ ราวกับเสียงกรีดร้องจากขุมนรก "ฮี่ๆๆ... หนี้เลือดต้องชดใช้ด้วยเลือด สายเลือดของเจ้าจะต้องสูญสิ้นในคืนจันทร์ดับนี้... และนางสตรีผู้นี้ จะเป็นเครื่องสังเวยคนสุดท้าย!" สิ้นเสียงหัวเราะ ร่างโปร่งแสงของเจ้าจอมขวัญก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายลมมรณะ พร้อมกับเงาดำนับสิบสายที่ผุดขึ้นมาจากพื้นศิลา ทหารและองครักษ์ด้านนอกต่างล้มตายลงในพริบตา เลือดสดๆ ไหลนองท่วมพื้นราวกับสายธารสีชาด ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ขันทีเฒ่าผู้สนิทชิดเชื้อผู้หนึ่งก็ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาพร้อมกับหีบไม้ลงรักปิดทองสนิท ประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ที่มีของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นฉุนกุนส่งถวายเบื้องพระพักตร์ มือที่สั่นเทาดึงเอาราชโองการลับฉบับใหม่ที่เพิ่งมาถึงกลางดึกออกมาถวาย "ท่านอ๋อง... พระราชโองการด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ... ทรงโปรด... ทรงโปรดเสวย 'โอสถทิพย์' นี้เพื่อรักษาพระอาการธาตุไฟเข้าแทรก มิฉะนั้นพระองค์จะทรงตกเป็นทาสของคำสาปไปตลอดกาล!" หลี่จวินอ๋องทอดพระเนตรถ้วยยาพิษสลับกับใบซีดเซียวของขันทีเฒ่า พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเยียบเย็นออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะทอดพระเนตรมองรินรดาที่กำลังถูกเงาดำล้อมกรอบไว้ทุกด้าน มือหนายื่นออกไปหยิบถ้วยกระเบื้องนั้นขึ้นมาอย่างมั่นคง โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%