เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 21

รอยประทับบนข้อมือ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
คราบเขม่าสีดำบนคานไม้สักทองร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะพิษ กลิ่นอับชื้นของน้ำในคลองโบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำยานราคาแพงจากแดนไกล ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวของรินรดาแตะลงบนผิวเนื้อบริเวณข้อมือซ้าย เสียงลมหายใจของความเงียบงันก็คล้ายจะหยุดชะงักลง "เจ้ากำลังค้นหาอะไรในร่องรอยแห่งอดีตที่แม้แต่เจ้าของร่างยังไม่อยากจดจำ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังขึ้นจากความสลัว หลี่จวินอ๋องก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง แสงจากตะเกียงน้ำมันวับแวมขับให้ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยกดูดุดันและเยือกเย็นยิ่งขึ้น อาภรณ์สีเข้มสนิทสะท้อนเงาแสงไฟวับวับ แว่นแคว้นและราชสำนักอาจกำลังปั่นป่วนด้วยเกมการเมืองอันโสมم แต่ในยามนี้ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับจับจ้องเพียงรอยแผลเป็นจางๆ บนข้อมือของสตรีตรงหน้า รินรดานิ่งงัน นางไม่ถอยหนี ดวงตาคู่คมกวาดมองแผลเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าประหลาดบนข้อมือของท่านอ๋องที่เพิ่งเผยให้เห็นยามที่เขาปลดสายรัดข้อมือออก มันมิใช่รอยดาบ หรือรอยไหม้จากเพลิงผลาญ แต่มันคือรอยแผลที่ประทับลึกลงไปในเนื้อเยื่อ เป็นรอยตราประทับโบราณแบบเดียวกับที่นางเพิ่งพบเห็นบนข้อมือของตนเองเมื่อยามสาย รอยประทับที่นางคิดมาตลอดว่าเป็นเพียงรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุในวัยเยาว์ บัดนี้ เมื่อมันวางทาบเคียงข้างกับรอยแผลของบุรุษผู้มาจากต่างภพและแบกรับคำสาปมรณะ มันกลับเปล่งประกายความร้อนผ่าวราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ "ท่านอ๋อง..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความหนาวเหน็บของเรือนไทย "รอยแผลนี้... ท่านได้รับมันมาตั้งแต่วินาทีที่ก้าวข้ามผ่านประตูมิติแห่งกาลเวลามายังเรือนหลังนี้ใช่หรือไม่" หลี่จวินอ๋องมิได้ตอบทันที ดวงตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะดั่งผิวน้ำในคืนเดือนมืดที่มีลมพายุพัดผ่าน เขาชะโงกกายลงมาใกล้ จนกลิ่นกายบุรุษและกลิ่นอายสงครามจางๆ แผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท มือหนาคว้าข้อมือของนางขึ้นมาพินิจอย่างถือวิสาสะ ทว่าสัมผัสกลับแผ่วเบาราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไปในอากาศ ผิวเนื้อต่อผิวเนื้อสัมผัสกัน ทันใดนั้น แสงเรืองรองสีครามจางๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแผลของคนทั้งสอง ราวกับโซ่ตรวนที่ถูกหลอมขึ้นด้วยอาคมโบราณกำลังส่งเสียงร้องเรียกหาเจ้าของ รินรดารู้สึกได้ถึงกระแสความทรงจำอันไม่คุ้นเคยที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวสมอง ภาพของลานประหารในวังหลวงที่นองไปด้วยเลือด ภาพของสตรีในชุดนางงิ้วโบราณที่กรีดร้องด้วยความแค้น และภาพของบุรุษผู้หนึ่งที่ยอมเอาวิญญาณเข้าแลกเพื่อให้คำสาปนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ "ชะตาลิขิต... เป็นสิ่งที่น่าขันยิ่งนัก" หลี่จวินอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเยียบเย็นจนน่าสะพรึงกลัว "เจ้าคิดว่าการที่เราได้พบกันในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้ เป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ รินรดา? เจ้ามิใช่เพียงนักโบราณคดีพลัดถิ่น... และข้าก็มิใช่เพียงท่านอ๋องผู้หลงทางในกาลเวลา" "ท่านหมายความว่าอย่างไร?" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตระหนักรู้บางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในอก นางไม่ได้ถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เพราะความบังเอิญ แต่เพราะเลือดเนื้อและวิญญาณของนาง ถูกผูกติดไว้กับคำสาปของตระกูลหลี่มาแต่บรรพกาล "เจ้าคือผู้เดียวที่จะช่วยข้าปลดเปลื้องคำสาปนี้... หรือในทางกลับกัน เจ้าอาจเป็นผู้ที่จะลากข้าลงสู่นรกขุมที่ลึกที่สุดไปพร้อมกับเจ้า" ท่านอ๋องกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งทระนง "จงดูให้ดี... รอยแผลนี้กำลังบอกว่า เลือดในกายของเจ้ากับข้า คือสายธารเดียวกันในอีกมิติหนึ่ง" บรรยากาศรอบศาลาริมน้ำโบราณเริ่มแปรเปลี่ยนไป เงาสะท้อนในน้ำคลองไหววูบ เงาร่างระหงของเจ้าจอมขวัญปรากฏขึ้นรางเลือนที่ระเบียงด้านนอก เสียงหัวเราะแหลมเล็กเยือกเย็นกรีดกรายผ่านสายลมราตรี กลิ่นอายความอาฆาตพุ่งเข้าประชิดจนขนลุกชัน ทว่าในอ้อมแขนที่กึ่งโอบกอดของหลี่จวินอ๋อง รินรดากลับไม่รู้สึกหวาดกลัว นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา และความจริงอันหนักหน่วงที่ว่า ทั้งนางและเขาต่างหนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของโชคชะตา ทว่า ในขณะที่คนทั้งสองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งพันธะสัญญาข้ามภพ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่ประตูด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและน้ำเสียงตื่นตระหนกขององครักษ์คนสนิทที่ตะโกนเข้ามาผ่านความมืด "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... ตราประทับหยกขาวถูกขโมยไปจากห้องทรงพระอักษร และตอนนี้กองกำลังราชองครักษ์หลวงกำลังปิดล้อมเรือนไทยหลังนี้ไว้หมดแล้ว!" หลี่จวินอ๋องชะงัก ดวงตาดุดันหรี่แคบลงในทันที รัศมีอำนาจแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล เขาก้มมองรอยแผลที่ข้อมือของหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดชายเสื้อหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับประตูด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นดุจพยัคฆ์ร้ายที่รอคอยเหยื่อเดินเข้าปากถ้ำ ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%