เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 22

คำสาปที่ส่งต่อ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
หยดเลือดสีเข้มข้นหยดลงบนแผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกำยานหอมกรุ่นภายในห้องลับใต้ดินเรือนไทยไม้สักทอง หลี่จวินอ๋องกุมดาบหักในมือแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์จ้องมองรินรดาที่กำลังใช้ปลายพู่กันจุ่มเลือดเขียนอักขระโบราณลงบนพงศาวดารตระกูลที่เพิ่งขุดค้นพบจากผนังศาลาริมน้ำ "หยุดเถิดรินรดา... เจ้ากำลังฝืนชะตาฟ้าลิขิต" เสียงของท่านอ๋องทุ้มต่ำและสั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังบัดนี้ร้าวรานราวกับเครื่องกระเบื้องเคลือบที่ถูกค้อนทุบ รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นสีดำสนิทเหมือนยามปกติ แต่มันกลับทอประกายวาววับด้วยอำนาจบางอย่างที่มองเห็นอดีตและอนาคตที่ซ้อนทับกัน "ท่านอ๋อง หากข้าหยุด บรรพบุรุษของท่านที่เหลืออยู่จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านก่อนรุ่งสาง ท่านมองเห็นหรือไม่? สายเลือดที่ไหลเวียนในกายท่าน... มันกำลังถูกกัดกินจากภายใน" เธอวางพู่กันลง นิ้วเรียวงามชี้ไปยังแผนภูมิวงศ์ตระกูลที่ถูกบันทึกไว้ในม้วนคัมภีร์หนังมนุษย์ รุ่นที่หนึ่ง... รุ่นที่สาม... จนมาถึงรุ่นที่แปดซึ่งก็คือตัวของหลี่จวินอ๋องเอง ทุกชื่อมีเส้นด้ายสีแดงเข้มขมวดปมเอาไว้ดุจโซ่ตรวนแห่งคำสาป "รุ่นที่เก้า..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "บุตรชายคนแรกที่จะถือกำเนิดจากสายเลือดท่าน เขาจะไม่ใช่ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร แต่จะเป็นเพียงภาชนะรองรับความพยาบาทของเจ้าจอมขวัญ นางไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตท่าน แต่นางต้องการทำลายตระกูลหลี่ให้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินในรุ่นที่เก้าอย่างสมบูรณ์" หลี่จวินอ๋องนิ่งงันดั่งรูปปั้นหิน ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะความจริงที่ว่า 'สายเลือด' ที่เขาภาคภูมิใจนั้น แท้จริงแล้วคือเหยื่อที่ถูกกักขังรอวันสังเวย "หากข้าเลือกที่จะไม่สร้างทายาทเล่า?" เขาถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ แววตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของสตรีที่เขาฝากชีวิตไว้ "การดับสายเลือดที่ตัวข้า จะทำให้คำสาปจบลงหรือไม่" "คำสาปนี้ไม่ได้ผูกไว้กับลมหายใจ แต่มันผูกไว้กับชื่อเสียงและอำนาจ" รินรดาแค่นยิ้มขื่นขม "ท่านจะถอนตัวจากการเมืองอย่างไร ในเมื่อราชสำนักกำลังจับตามองท่านดุจฝูงแร้งรุมทึ้งซากศพ ทุกก้าวที่ท่านเดิน ทุกแผนการที่ท่านวางเพื่อรักษาบัลลังก์ คือการเติมเชื้อไฟให้เจ้าจอมขวัญแข็งแกร่งขึ้น" พลันนั้น เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่หน้าห้องลับก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งที่ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน เสียงกรีดร้องโหยหวนของสตรีดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่สะสมมานานนับร้อยปี "นางมาแล้ว..." รินรดากระซิบ สองมือคว้าข้อมือท่านอ๋องไว้แน่น "สิ่งที่ข้าเห็นในนิมิตเมื่อครู่ไม่ใช่การทำลายล้างจากภายนอก แต่คือการทรยศจากคนในเงาของท่านเอง ท่านอ๋อง... ตรวจสอบจอกชาของท่านให้ดี คืนนี้จะมีผู้มาเยือนที่ไม่ได้มาด้วยมิตรภาพ" หลี่จวินอ๋องชะงัก สายตาเหลือบมองไปยังจอกชาหยกขาวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ประดู่ กลิ่นหอมของดอกเหมยในชานั้นดูปกติดี แต่เมื่อเขาใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่ขอบจอก รอยร้าวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากลับปรากฏขึ้น พร้อมกับคราบสีดำที่ค่อยๆ ละลายออกมาจากผนังจอก "ท่านเสนาบดีซ่ง..." ท่านอ๋องพึมพำ ชื่อของชายผู้เป็นมือขวาที่ไว้ใจที่สุดผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องลับก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาตะคุ่มของชายวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว มือของเขาถือม้วนพระราชโองการที่ผนึกด้วยครั่งสีเลือดสด "ท่านอ๋อง... ฝ่าบาทมีพระบัญชาด่วนให้ท่านดื่ม 'น้ำจัณฑ์แห่งความภักดี' นี้เสีย ก่อนที่กองทัพหลวงจะมาถึงหน้าเรือนไทยในยามสาม" เสนาบดีซ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่เขาก้าวเดินเข้ามา แสงตะเกียงวูบไหวเงาของเขาบนผนังกลับบิดเบี้ยวกลายเป็นรูปโฉมของสตรีที่มีผมยาวสยายและใบหน้าที่เน่าเปื่อย รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นวิญญาณอาฆาตของเจ้าจอมขวัญกำลังซ้อนทับร่างของขุนนางผู้นี้อยู่ หลี่จวินอ๋องมองจอกชาในมือ แล้วหันมาสบตากับรินรดาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะยกจอกนั้นขึ้นจรดริมฝีปาก ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอย่างบ้าคลั่งของเหล่าวิญญาณที่รอคอยการแตกสลายของสายเลือดรุ่นที่แปด! ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนและเข้มข้นนี้ไปกับข้าพเจ้านะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%