เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 20

สงครามแย่งชิงบัลลังก์

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาแทรกซึมลอยวนอยู่เบื้องพระพักตร์ของหลี่จวินอ๋อง ราวกับหมู่เมฆหมอกทมิฬที่ปกคลุมยอดเขาอันหนทึบ ภายในห้องทรงพระอักษร ณ ตำหนักใหญ่ที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างกระทบชายคาเรือนไทยโบราณผสมผสานกับสถาปัตยกรรมต้าหลี่ "พวกเขาลงมือเร็วกว่าที่กระผมคาดการณ์ไว้สามวันพ่ะย่ะค่ะ" เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาเอ่ยขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงเบื้องต่ำ แผ่นหลังของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬยังคงนิ่งสนิทดั่งหินผา ภายใต้ชุดคลุมปักลายมيجيดุดัน หลี่จวินอ๋องมิได้หันพระพักตร์กลับมามองรายงานแผ่นนั้น ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีกลับหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบวรกายจนอากาศภายในห้องคล้ายจะเย็นเยียบลงถนัดตา ศัตรูทางการเมืองของท่านอ๋องหาได้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกต่อไปแล้ว เมื่อราชโองการลับฉบับแรกจากเสนาบดีฝ่ายซ้ายถูกประกาศกร้าวกลางท้องพระโรงเมื่อยามเที่ยงวัน เป็นการเปิดฉากฟาดฟันที่ไร้ซึ่งหน้ากากแห่งความเสแสร้ง พวกมันเลือกใช้ "ฎีกายื่นฟ้องความผิด" ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างประณีต กล่าวหาว่าท่านอ๋องทรงซ่องสุมกำลังพลและกระทำผิดต่อราชประเพณีโบราณ ณ เรือนไทยชายน้ำแห่งนี้ รินรดายืนอยู่เบื้องหลังฉากกั้นลายมังกร นางสวมชุดฮั่น복สีครามเข้มขับเน้นผิวขาวผ่องดั่งหยก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง นิ้วเรียวบางสัมผัสลูบไล้กำไลหยกโบราณที่ข้อมืออย่างแผ่วเบา นางมองเห็น... นางมองเห็นเส้นสายแห่งความตายที่พันSเกี่ยวกระหวัดอยู่รอบคอของบรรดาขุนนางฝ่ายตรงข้ามผ่าน "ตาที่สาม" ที่ติดตัวมาตั้งแต่ข้ามภพมายังดินแดนอันอาถรรพ์นี้ วิญญาณของเจ้าจอมขวัญยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ศาลาริมน้ำ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเป็นระยะราวกับจะเตือนภัยว่า หมากกระดานนี้มีเดิมพันเป็นชีวิตของคนทั้งตระกูล "ท่านอ๋อง..." รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามั่นคงยิ่งนัก นางก้าวออกมาจากเงาสลัว ขยับเข้าใกล้บุรุษผู้เป็นศูนย์กลางของพายุหมุน "ความโกรธเกรี้ยวไม่เคยช่วยให้ผู้ใดชนะศึกในราชสำนัก มีแต่จะทำให้รอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นจนศัตรูฉวยโอกาสแทรกเข้ามาได้" หลี่จวินอ๋องทรงผ่อนลมหายพระพักตร์ยาวนาน พระหัตถ์หนายกจอกชาขึ้นจรดพระโอษฐ์ ทว่ามิได้ทรงจิบ ชายหนุ่มหันพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรสตรีผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านม่านหมอกแห่งควันกำยาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกกลับอ่อนแสงลงยามเมื่อทอดพระเนตรเห็นประกายความฉลาดเฉลียวในดวงตาของนาง "เจ้าคิดว่าฝ่าบาททรงมีพระราชประสงค์อันใด ถึงได้ปล่อยให้สุนัขบ้าเหล่านั้นหลุดจากโซ่ตรวนในยามนี้" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเย้ยหยัน พระองค์ทรงวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบเบาๆ แต่มันกลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน "ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดฮ่องเต้เงาที่ทรงอำนาจเกินไปพ่ะย่ะค่ะ..." รินรดาตอบโดยไม่หลบสายตา "และเรือนไทยหลังนี้... กับคำสาปที่สืบทอดกันมา คือจุดอ่อนเดียวที่พวกมันหวังจะใช้ทำลายความน่าเชื่อถือของท่านอ๋อง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีเฒ่าผู้ดูแลประตูตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ขันทีผู้นั้นล้มลุกคลุกคลานเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงมนุษย์ "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังรักษาพระองค์นำโดยแม่ทัพอวี้ บุกเข้ามาล้อมรอบตำหนักและเรือนไทยริมน้ำไว้หมดแล้ว! พวกมันอ้างพระราชโองการด่วน... เพื่อทำการ 'ตรวจค้นสิ่งปฏิกูลและภูตผีปีศาจ' ภายในเคหสถานของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศภายในห้องทรงพระอักษรดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตาเดียว หลี่จวินอ๋องทรงแย้มพระสรวลเหี้ยมเกรียมออกมา รอยยิ้มนั้นงดงามดั่งดอกไม้พิษที่ผลิบานท่ามกลางกองเลือด พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีดำสนิทสะท้อนกับแสงคบเพลิงด้านนอกที่เริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง "ดี... ดีมาก" หลี่จวินอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว "ในเมื่อพวกมันอยากมาดูภูตผีนัก ข้าก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกมันสู่ขุมนรกด้วยตัวของข้าเอง" พระหัตถ์หนาเอื้อมไปคว้ากระบี่ประจำพระองค์ที่แขวนอยู่บนแท่นบูชา ชักมันออกจากฝักจนเกิดเสียงเหล็กกระทบกันคมกริบสะท้อนประกายแสงแวววับ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก S นางรู้ดีว่าศึกนองเลือดนอกเรือนหลังกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และศาลาริมน้ำโบราณเบื้องนอกก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนตอบรับกับกลิ่นคาวเลือดที่กำลังลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน ทว่า ในจังหวะที่หลี่จวินอ๋องกำลังจะก้าวพระบาทออกจากประตูตำหนัก เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเงาร่างของนางกำนัลคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นถือห่อผ้ากำมะหยี่สีแดงสดเข้ามาคุกเข่าแทบเบื้องพระบาท "ท่านอ๋อง! ขันทีหลวงผู้นั้น... ผู้นั้นส่งสิ่งนี้มาให้ก่อนที่กองกำลังจะปิดล้อมตำหนักพ่ะย่ะค่ะ!" นางกำนัลละล่ำละลักกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "เขาบอกว่าเป็นจดหมายลับ... จาก 'พระสนมเอก' ที่ส่งตรงมาจากตำหนักใน!" หลี่จวินอ๋องทรงหยุดชะงัก พระเนตรคมกริบมองห่อผ้าสีแดงสดนั้นด้วยความสงสัยชั่วพริบตา ก่อนจะทรงยื่นพระหัตถ์ไปเปิดห่อผ้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็น... ปิ่นปักผมทองคำฝังทับทิมสีเลือดที่หักเป็นสองท่อน พร้อมกับแผ่นกระดาษสาเปื้อนคราบโลหิตที่เขียนข้อความด้วยลายมืออันสั่นเทาเพียงสี่คำ *<ระวัง... ยาพิษในจอกชาของมเหสี>* ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียนโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไปด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%