เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 2

จดหมายเลือดใต้กระดานไม้

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอับชื้นของเรือนไม้สักทองเก่าแก่ผสมผสานกับกลิ่นอายดินประสิวและควันธูปจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบกาย รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้สูงศักดิ์ ประโยคประกาศิตเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดั่งโซตรึงตรึงรัดร่างของเธอไว้ในกรงขังอันมองไม่เห็น หลี่จวินอ๋องมิได้ทรงขยับพระวรกายแม้แต่น้อย พระเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะทะลวงลึกถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ ความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากพระองค์จนอุณหภูมิรอบกายราวกับลดต่ำลงหลายองศา "ทรงตรัสสิ่งใดออกมา เพคะ... ท่านอ๋อง" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมมิให้สั่นไหว แม้ในยามนี้ชีพจรของเธอจะเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ทว่าสัญชาตญาณนักโบราณคดีที่ผ่านความตายมาหลายคราสอนให้เธอยืนหยัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ มุมพระโอษฐ์ของท่านอ๋องยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง มีเพียงความเย้ยหยันและคมมีดซ่อนเร้น หลี่จวินอ๋องทรงก้าวพระบาทเข้าหาช้าๆ เสียงรองเท้าหนังบดขยี้ไปบนพื้นไม้สักเก่าดังเอี๊ยดอ๊าด ราวกับเสียงก้าวเดินของยมทูตในคราบมนุษย์ "พระชายา... เจ้าคิดว่าการที่เจ้าถูกดึงข้ามมิติเวลามายังเรือนไทยริมน้ำแห่งนี้ เป็นเพียงเรื่องบังเอิญกระนั้นหรือ?" สุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อนเอ่ยชิดริมพระ oído ของเธอ กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นสนิมเหล็กบางเบาลอยปะทะนาสิก "เบื้องหลังศาลาหลังนั้นมีวิญญาณพยาบาทที่รอคอยการชำระแค้น และในกำมือของเปิ่นหวาง... ก็มีราชโองการลับจากเมืองหลวงที่พร้อมจะเด็ดหัวสกุลของเจ้าได้ทุกเมื่อ หากเจ้ายังกล้าแสดงสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นนั้นใส่ข้าอีก" รินรดาสบพระเนตรคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะตระหนักดีถึงภัยอันตรายที่รายล้อม เธอกล่าวสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบ "หากหม่อมฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองระหว่างภพภูมิของพระองค์ หม่อมฉันก็คงเป็นหมากที่ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาบงการได้ง่ายๆ เช่นกันเพคะ... ท่านอ๋อง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลี่จวินอ๋องทรงชะงักไปเล็กน้อย พระเนตรวาวโรจน์ด้วยความประหลาดใจระคนความกริ้วโกรธ เป็นครั้งแรกที่มีสตรีสามัญชนกล้าต่อกรกับพระองค์ด้วยวาจาเช่นนี้ ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนจะคุกเข่าลงรายงานด้วยความตื่นตระหนก "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ที่เรือนปีกตะวันตก รอยเลือดบนกระดานไม้ที่ท่านอ๋องทรงสั่งให้ปิดตาย... จู่ๆ มันก็เปล่งแสงประหลาด และมีอักษรจีนโบราณปรากฏขึ้นมาใหม่พ่ะย่ะค่ะ!" พระเนตรของหลี่จวินอ๋องหันขวับไปทางเรือนปีกตะวันตกทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย พระองค์ทอดพระเนตรมองรินรดาก่อนจะตรึงข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยพละกำลังอันมหาศาล "ตามข้ามา! เปิ่นหวางอยากรู้นักว่า วิญญาณตนใดมันกล้าเล่นตลกในอาณาเขตของข้า" รินรดาถูกลากจูงติดตามพระองค์ไปยังเรือนปีกตะวันตกที่ถูกปล่อยร้าง บรรยากาศภายในวังวนนี้ช่างวังเวงและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย ทันทีที่ผลักประตูไม้สักบานใหญ่เข้าไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็พุ่งปะทะจมูกจนแทบสำลัก แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบเข้ากับพื้นกระดานไม้สีเข้ม ณ ใจกลางห้อง บนแผ่นกระดานไม้สักทองที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏรอยคราบสีแดงฉานไหลรินออกมาจากร่องไม้ รอยเลือดเหล่านั้นไม่ได้กระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทาง หากแต่ถูกตวัดเขียนขึ้นเป็นตัวอักษรจีนโบราณขนาดใหญ่สามตัว รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรเหล่านั้น ในฐานะนักโบราณคดีที่เชี่ยวชาญภาษาโบราณ เธอย่อมแปลความหมายของมันได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด *“ล้าง... แผ่นดิน... ด้วยโลหิต”* ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม หาใช่เพียงคำสาปแช่งอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่ แต่เป็นเพราะลายมือที่ใช้เขียนอักษรเลือดเหล่านั้น... มันคือลายมือเดียวกับสมุดบันทึกโบราณที่เธอเพิ่งค้นพบในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ก่อนที่เธอจะข้ามมิติมายังที่นี่! หลี่จวินอ๋องทอดพระเนตรอักษรเลือดนั้นด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียด ดึงร่างของรินรดาเข้ามาประชิดพระวรกายเพื่อป้องกันภัยมืดที่อาจจู่โจม ทว่าในวินาทีนั้นเอง กลิ่นธูปโบราณก็โชยมาเตะจมูกพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงที่ดังมาจากใต้ร่องกระดานไม้ใต้ฝ่าเท้าของทั้งสอง *“...ยินดีต้อนรับสู่การชำระแค้น เจ้าคือทายาทคนต่อไป... รินรดา...”* สิ้นเสียงกระซิบนั้น พื้นกระดานไม้ใต้ฝ่าเท้าของรินรดาก็ยุบตัวลงไปในพริบตา ร่างของเธอถูกแรงดึงปริศนาฉุดกระชากลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างรวดเร็วดั่งต้องมนต์สะกด หลี่จวินอ๋องที่ทรงคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันกลับถูกแรงอาฆาตมหาศาลดึงรั้งลงไปพร้อมกับเธอ พระองค์ทรงตวัดพระแสงดาบประจำพระองค์หมายจะฟันทะลวงพื้นไม้ ทว่าความมืดมิดเบื้องล่างกลับกลืนกินร่างของทั้งคู่หายลับไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและคราบเลือดที่ค่อยๆ เลือนหายไปกับสายลมราตรี -------------------------------------------------- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทเพลงรำพันจากศาลาริมน้ำโบราณมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%