กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสาบของกาลเวลาคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว รินรดาย่อตัวลงใช้เกรียงเหล็กขูดคราบตะไคร่น้ำสีเขียวเข้มออกจากแผ่นอิฐมอญโบราณที่เพิ่งถูกขุดพบใต้ชั้นดินลึกกว่าสองเมตร พื้นที่ขุดค้นโบราณสถานริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ถูกปิดตายจากสายตาคนภายนอกตามคำสั่งเร่งด่วนของกรมศิลปากร แต่มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้ว่า... เสียงที่กระซิบเรียกชื่อเธอยามโพล้เพล้เมื่อวานนี้ไม่ได้มาจากความฝัน
"คุณรินครับ ทีมวิศวกรแจ้งว่าโครงสร้างใต้ดินตรงนี้แปลกประหลาดมากครับ ผังฐานรากไม่ตรงกับแปลนสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนปลายที่เราประเมินไว้เลย เหมือนกับว่า..." เสียงของหัวหน้าคนงานหยุดชะงักไป ดวงตาของเขาฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด
รินรดายืดตัวขึ้นเล็กน้อย ปัดเศษดินออกจากหลังมือเรียวบาง ดวงตากลมโตนิ่งสงบแต่แฝงประกายวิเคราะห์ เธอหันไปมองซากเสาไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ที่ถูกฝังจมดิ่งลงไปในโคลนตม ลวดลายแกะสลักรูปหงส์คาบกิ่งเหมันต์นั้นประณีตบรรจงเกินกว่าจะเป็นเรือนของสามัญชนทั่วไป และที่สำคัญ... มันคือรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกลิ่นอายราชสำนักต้าชิงอย่างน่าประหลาด
"เหมือนอะไรหรือครับ?" รินรดาย้อนถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ
"เหมือน... ศาลาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังอะไรบางอย่างครับ" หัวหน้าคนงานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คนงานท้องถิ่นเขาเล่ากันปากต่อปากว่า บริเวณนี้คือ 'ท่าน้ำต้องสาป' สมัยรัชกาลที่สาม มีสนองนางในและท่านอ๋องพลัดถิ่นจากแผ่นดินใหญ่สิ้นชีพที่นี่พร้อมกัน แรงอาฆาตทำให้ไม่มีใครกล้ากรายเข้ามาใกล้..."
รินรดายิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่คมทอดมองลึกลงไปยังผืนน้ำนิ่งสนิทเบื้องหน้า เธอมิใช่คนงมงายกับเรื่องภูตผีปีศาจ แต่ตลอดชีวิตการเป็นนักโบราณคดี สัญชาตญาณเตือนเธอเสมอว่า มีบางสิ่งภายใต้ซากปรักหักพังนี้กำลังจ้องมองเธออยู่... ด้วยความแค้นที่ยาวนานนับร้อยปี
ทันใดนั้น ผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งก็เกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาฉับพลัน ฟองอากาศผุดพรายขึ้นจากก้นแม่น้ำราวกับมีใครกำลังหายใจอยู่เบื้องล่าง กลิ่นหอมประหลาดของดอกซิ่งฮวา (ดอกแอพริคอทจีน) ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นโคลนตม ทั้งๆ ที่ในประเทศไทยไม่มีต้นไม้ชนิดนี้เติบโต
รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขอบตลิ่งที่ทรุดตัวลง ชั่วพริบตานั้นเอง เสียงกระซิบแหบพร่าเยือกเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหู ราวกับมีสตรีผู้หนึ่งกำลังแนบหน้ากระซิบคำสาปแช่งใส่เธอ
*"...ในที่สุด... เจ้าก็กลับมา... หลานทรยศ..."*
ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วเท้าพุ่งตรงสู่สันหลัง รินรดาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองรอบตัว ทว่านอกจากคนงานที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ไกลออกไป ก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย บนผิวน้ำสีดำสนิท สะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่ง—บุรุษในชุดคลุมยาวโบราณสีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์คาบดาบ ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองทะลุกาลเวลาตรงมาที่เธอจากเงาดำเบื้องล่าง
ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน รินรดาร่างกายร่วงหล่นดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากกลากเกลือกเธอดึงลงไปในกระแสธารแห่งกาลเวลาที่ไร้ก้นบึ้ง พร้อมกับเสียงหัวነสำราญพระทัยของบุรุษผู้เยือกเย็นดุร้าย ที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในห้วงนิมิต...
*"ยินดีต้อนรับสู่กรงขังของเปิ่นหวาง (อ๋องเช่นข้า), พระชายา..."*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปกับกลิ่นอายอันลึกลับนี้นะครับ
เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 1
ศาลาที่สาบสูญ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!