กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษสาเคลือบทองคำเปลวและกลิ่นหมึกจีนชั้นดี ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาจากคมดาบขององครักษ์เสื้อแพร ซึ่งยืนเรียงรายอัดแน่นอยู่เต็มท้องพระโรงชั้นใน ร่างท้วมของขันทีเฒ่าจางกงกงแย้มสรุปริมฝีปากบางเฉียบจนเกิดรอยย่นยับย่นยู่คล้ายดอกเบญจมาศโรยรา ดวงตาเรียวรีพิจารณาร่างระหงของรินรดานิ่งนาน ก่อนจะคลี่ม้วนราชโองการสีสดในมือออกอย่างช้าๆ ราวกับจงใจยื้อเวลาให้ความกดดันกัดกินลมหายใจของผู้คนรอบข้างทีละน้อย
"มีราชโองการจากองค์ฮ่องเต้..." เสียงแหลมสูงบาดหูทว่าดังก้องกังวานข้ามผ่านเสาไม้แกะสลักลายมังกรทอง "ด้วยพระสนมเอกตระกูลเว่ยถวายฎีกากรณีความผิดอุกฉกรรจ์ในห้องเครื่องหลวง เมื่อยามอิเหนาที่ผ่านมา... ปรากฏหลักฐานมัดตัวชัดเจนว่า มีการลอบวางยาพิษ 'สราญรมย์เหมันต์' ลงในคั่วชาบรรณาการของท่านอ๋อง เพื่อหวังปลิดชีพพระองค์และสร้างความร้าวฉานในราชสำนัก ให้ควบคุมตัวสตรีสามัญชนนามรินรดา ไปไต่สวน ณ คุกหลวงโดยทันที!"
สิ้นเสียงประกาศ ราวกับเวลาในตำหนักใหญ่หยุดเดินไปชั่วขณะ
รินรดายังคงยืนนิ่งสงบ สองมือประสานกันไว้เบื้องหน้าอย่างสำรวม ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นกระดาษราชโองการและรอยยิ้มอาบยาพิษของจางกงกงแวบหนึ่ง นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ความเงียบอันเยียบเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวนาง กลับทำให้ขันทีเฒ่าชะงักไปชั่วขณะ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับผีสางเทวดา มิใช่สตรีต่างถิ่นที่ไร้เส้นสายในราชสำนัก
"ข้อหาลอบวางยาพิษท่านอ๋อง... ช่างเป็นข้อหาที่หนักหนายิ่งนัก" รินรดากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น กังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "ทว่า... ในห้องเครื่องหลวงแห่งนั้น ยามที่ข้าพเจ้าก้าวเท้าเข้าไปเพื่อจัดเตรียมโอสถบำรุงธาตุตามพระบัญชาของท่านอ๋อง มีนางกำนัลและขันทีนับสิบชีวิตคอยเฝ้าดูอยู่ทุกฝีก้าว หากข้าพเจ้าเป็นผู้ลงมือจริง ไฉนเลยจึงทิ้งร่องรอยให้ผู้ตรวจการวังหลังพบเจอได้ง่ายดายปานนั้นเล่า หรือแท้จริงแล้ว... มีผู้ใดจงใจนำมันไปวางไว้เพื่อรอเวลาให้หมากตานี้เดินมาถึงจุดจบกันแน่?"
"บังجอาจ!" จางกงกงตวาดเสียงแหลม ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าเป็นเพียงสามัญชนต่ำต้อย กล้าดียังไงมาสงสัยในความยุติธรรมของเบื้องสูง! องครักษ์! ยังไม่รีบนำตัวนักโทษคนนี้ไปอีก!"
ทันทีที่สิ้นคำสั่ง ร่างในชุดเกราะเหล็กสีนิลของทหารองครักษ์นับสิบก็กรูเข้ามาหมายจะเข้าประชิดตัวและพันธนาการรินรดาไว้ ทว่า ในวินาทีที่คมดาบเล่มแรกกำลังจะยื่นเข้ามาแตะชายผ้าคลุมของนาง ประตูไม้สักทองแกะสลักลายวิจิตรด้านข้างก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังลมปราณอันมหาศาล!
*โครม!*
แรงปะทะนั้นรุนแรงจนบานประตูไม้หนาหนักเกือบหลุดจากวงกบ ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์เงินย่างก้าวเข้ามาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมปลาบดุจพยัคฆ์ร้ายยามล่าเหยื่อกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเย็นชาถึงกระดูกดำ
"หลี่จวินอ๋อง..." จางกงกงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มฝืดๆ แล้วประสานมือคารวะ "กระผมมารับราชโองการเพื่อนำตัวคนผิดไป..."
"ใครอนุญาตให้เจ้ามาเหยียบที่ตำหนักของเปิ่นหวัง?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นตัดหน้า ขัดจังหวะขันทีเฒ่าจนหน้าเสีย หลี่จวินอ๋องก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวของพระองค์หนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา ไหล่กว้างที่แบกรับทั้งแผ่นดินและคำสาปข้ามภพสั่นไหวเล็กน้อยจากพิษไข้ที่ยังคงตกค้างในกระแสโลหิต ทว่าประกายตาของพระองค์ในยามนี้กลับคมกริบยิ่งกว่าคมดาบในมือองครักษ์เสียอีก
ท่านอ๋องหยุดยืนเคียงข้างร่างของรินรดาอย่างปกป้อง สตรีผู้นี้แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเพียงใด แต่แผ่นหลังของนางก็ยังคงตั้งตรงอย่างสง่างาม ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด พยัคฆ์หนุ่มหันพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรนางแวบหนึ่ง สายตาที่มักจะเย็นชาและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายรา3พยัคฆ์หิวกระหายเมื่อทอดพระเนตรไปยังจางกงกง
"สตรีผู้นี้อยู่ในการดูแลของเปิ่นหวัง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวนางทั้งสิ้น แม้แต่ฮ่องเต้... หากไม่มีหลักฐานที่แท้จริง ก็อย่าหวังว่าจะพานางออกไปจากตำหนักนี้ได้แม้แต่ปลายเส้นผม!"
"ท่านอ๋อง! นี่คือราชโองการลับจากสวรรค์ พระองค์จะขัดพระราชประสงค์หรือพ่ะย่ะค่ะ!" จางกงกงหน้าซีดเผือด รีบชูม้วนกระดาษสีทองขึ้นสูงเพื่ออ้างอำนาจเบื้องบน
"ราชโองการสวรรค์งั้นหรือ?" หลี่จวินอ๋องแย้มสรุปเยาะหยันที่มุมโอษฐ์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย "เจ้าจำไม่ได้หรือว่า ดินแดนรกร้างแห่งนี้... อำนาจของเปิ่นหวังอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ ในวังหลังแห่งนี้ หากเจ้ายังกล้าก้าวล่วงเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว องครักษ์เงาของเปิ่นหวังคงจะได้ลิ้มลองรสชาติโลหิตของขันทีเฒ่าดูบ้างว่าเป็นเช่นไร!"
สิ้นพระสุรเสียง เหล่าเงาร่างสีดำสนิทนับสิบก็ปรากฏกายขึ้นราวกับภูตผีจากขุมนรก ปลายกระบี่นับสิบค่มุ่งตรงมาที่ลำคอขององครักษ์เสื้อแพรและจางกงกงในชั่วพริบตา บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของขันทีเฒ่าดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึก
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวพระพักตร์ด้านข้างของท่านอ๋องที่ยืนหยัดปกป้องนางไว้จากคมหอกคมดาบของคนทั้งแผ่นดิน ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้ามาในหัวใจที่เคยด้านชา แต่นางรู้ดีว่า... สงครามการเมืองในวังหลังเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และหมากตานี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การปฏิเสธราชโองการ
ในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมและไม่มีใครกล้าขยับตัว ขันทีน้อยผู้ติดตามของจางกงกงที่ยืนสั่นเทาอยู่ด้านหลัง ก็ค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างช้าๆ ด้วยท่าทางมีพิรุธ ดวงตาของเขาลอกแลกก่อนจะหยิบหีบไม้จันทน์หอมขนาดเล็กสลักลายประหลาดออกมา แล้วเปิดฝาออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ควันสีม่วงจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากหีบใบนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคน
"ถ้าเช่นนั้น... ลองดูนี่สิพ่ะย่ะค่ะ... ว่าสิ่งนี้สามารถยืนยันความผิดของนางได้หรือไม่"
หลี่จวินอ๋องและรินรดาหันขวับไปมองพร้อมกัน ในหีบไม้จันทน์นั้นบรรจุเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกมัดด้วยด้ายอาคมสีเลือด และเส้นผมกระจุกนั้น... กำลังส่งกลิ่นหอมหวานของดอกไม้พิษที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ดอกไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้คำสาปแช่งบรรพบุรุษของท่านอ๋องในศาลาริมน้ำโบราณ!
- ศาลาริมน้ำโบราณ -
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ)
เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 6
กลลวงในห้องเครื่อง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!