เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 7

คมดาบที่พาดคอ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นหอมหวานอันน่าสะพรึงกลัวของดอกไม้พิษคละคลุ้งอวลอยู่ในความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ รินรดากลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สัมผัสขอบหีบไม้จันทน์เย็นเฉียบราวน้ำแข็ง ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกถักทอด้วยอาคมเลือดในนั้น สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ หีบใบนี้ไม่ได้ถูกซ่อนไว้เพื่ออำพราง แต่มันถูกวางไว้เพื่อ "รอเวลา" ให้ผู้มาเยือนค้นพบ และเป้าหมายที่แท้จริงของมันไม่ใช่ใครอื่น... แต่วางไว้เพื่อปักปรำให้นางกลายเป็นผู้ลงมือทำคุณไสยมนต์ดำในวังหลังแห่งนี้ "ช่างเป็นแผนการที่ประณีตและใจคอเหี้ยมเกรียมยิ่งนัก" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นเหนือศีรษะ หลี่จวินอ๋องก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในย่างก้าวเดียว พระองค์ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พระเนตรคมกลาบดั่งใบมีดกวาดมองไปยังซอกมุมมืดของประตูทางเข้า ที่ซึ่งเงาของขันทีเฒ่าผู้หนึ่งกำลังผละหนีหายไปพร้อมกับรอยยิ้มอันน่า rumi ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคູ່ก็ดังขึ้นกึกก้องที่ระเบียงทางเดิน ประตูห้องโถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบจนแสบตา กองราชองครักษ์ประจำพระAuraก้าวพรวดพราดเข้ามาล้อมกรอบทั้งสองไว้ในพริบตา นำโดยใต้เท้าเฉิน ขุนนางฝ่ายกฎหมายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีและภักดีต่อเสนาบดีฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้เงื่อนไข "หลี่จวินอ๋อง... และแม่นางรินรดา" ใต้เท้าเฉินประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ไม่มิด "มีรายงานจากสายข่าวว่าพบกลิ่นอายของมนต์ดำและวัตถุต้องห้ามที่ใช้ทำคุณไสยอาฆาตมาดร้ายต่อองค์จักรพรรดิและพระราชวงศ์ในตำหนักนี้ เกรงว่า... หม่อมฉันคงต้องขออนุญาตตรวจค้น!" บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบหยุดหายใจ ใต้เท้าเฉินไม่รอคำอนุญาต มือหนาโบกสะบัดให้เหล่าทหารพุ่งตรงเข้ามายังหีบไม้จันทน์ทันที หมายจะคว้าหลักฐานชิ้นนั้นขึ้นมาประกาศต่อหน้าธารกำนัล แต่นั่นคือสิ่งที่หลี่จวินอ๋องและรินรดาล่วงรู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รินรดายืนนิ่งสงบ นางไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย ทว่ากลับเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของนางได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและมั่นคง ผิดวิสัยสตรีทั่วไปยามเผชิญหน้ากับความตาย "ใต้เท้าเฉินใจร้อนเกินไปกระมัง" หลี่จวินอ๋องก้าวขึ้นมาบังร่างบางของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นไขว่หลัง ท่าทีเย่อหยิ่งและทรงอำนาจกดดันให้ทหารที่ก้าวเข้ามาต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ "ท่านบอกว่านี่คือวัตถุต้องห้าม... แต่ท่านรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนี้อยู่ในตำหนักของเปิ่นหวางได้" "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ท่านอ๋องยังจะทรงแก้ตัวอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ!" ใต้เท้าเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ส่งสัญญาณให้ทหารนายหนึ่งยื่นมือเข้าไปในหีบเพื่อหยิบเส้นผมอาคมขึ้นมา "กฎหมายบ้านเมืองย่อมมีความยุติธรรม ผู้ใดใช้มนต์ดำในเขตพระราชฐาน มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร แม้แต่ท่านอ๋องก็ไม่เว้น!" ทหารนายนั้นเอื้อมมือเข้าไปใกล้หีบไม้จันทน์ทุกที รินรดาสบตากับหลี่จวินอ๋องเพียงเสี้ยววินาที ทั้งสองส่งสัญญาณทางสายตากันอย่างรู้ใจ นี่คือจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำดั่งหมากบนกระดาน ทันใดนั้นเอง หลี่จวินอ๋องก็สะบัดชายแขนเสื้อ กลิ่นอายพลังปราณอันดุดันพวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นพายุ พระองค์ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้ทหารหยิบหลักฐาน แต่กลับใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของใต้เท้าเฉินที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ พร้อมกับชักกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝัก ปลายกระบี่คมกริบพาดลงบนลำคอของใต้เท้าเฉินทันที! *ฉับ!* เสียงเหล็กกระทบอากาศและความเย็นเยียบของคมดาบทำให้ทุกคนในห้องโถงผะหนีด้วยความตื่นตกใจ ทหารทั้งหมดชะงักกึก อาวุธในมือสั่นระริก ไม่กล้าขยับเขยื้อน "ท่านอ๋อง! นี่ท่านทรงทำอะไร! ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทางการ มีโทษฐานกบฏนะพ่ะย่ะค่ะ!" ใต้เท้าเฉินหน้าซีดเผือด ลำคอแนบชิดกับคมกระบี่จนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกและความตายที่อยู่แค่เอื้อม เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก "กบฏอย่างนั้นหรือ?" หลี่จวินอ๋องแย้มสร้อยพระ ooh เย็นชา รอยยิ้มที่ปรากฏบนพระพักตร์นั้นงดงามทว่าน่าสะพรึงกลัวดั่งปีศาจจากขุมนรก "เปิ่นหวางต่างหากที่ต้องถามเจ้า ว่าบังอาจนำของชิ้นนี้มาวางไว้ในตำหนักส่วนตัวของเปิ่นหวางได้อย่างไร! หรือว่า... เจ้ากับผู้อยู่เบื้องหลังสมรู้ร่วมคิดกันสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อใส่ร้ายชายาและราชวงศ์ของเปิ่นหวาง!" "หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่รู้เรื่อง! นั่นคือหลักฐานที่สายรายงาน..." ใต้เท้าเฉินละล่ำละลักแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว "เจ้าบอกว่านี่คือหลักฐาน" รินรดาก้าวออกมาจากด้านหลังของท่านอ๋อง น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคงกังวานก้องไปทั่วห้องโถง นางใช้ปลายนิ้วคีบเส้นผมในหีบขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน "แต่ใต้เท้าเฉินรู้หรือไม่ ว่าเส้นผมนี้และดอกไม้พิษนี้ เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในบันทึกโบราณของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อสามสิบปีก่อน และผู้เดียวในราชสำนักที่ยังเก็บรักษาสมุนไพรชนิดนี้ไว้... คือเสนาบดีคลังผู้เป็นพี่เขยของท่านมิใช่หรือ?" คำพูดของรินรดาดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของใต้เท้าเฉิน สีหน้าของขุนนางเฒ่าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะหลุดรอดออกมา หลี่จวินอ๋องปรายพระเนตรมองใต้เท้าเฉินด้วยแววตาสสมเพช ก่อนจะออกแรงกดคมกระบี่ลงอีกนิดจนเกิดรอยเลือดซึมจางๆ บนลำคอของอีกฝ่าย "หุบปากของเจ้าเสีย แล้วไสหัวออกไปบอกนายของเจ้า... ว่าถ้ายังเล่นเกมสกปรกเช่นนี้อีก หัวของพวกมันจะไม่ประดับอยู่บนบ่าอย่างแน่นอน!" ทหารองครักษ์รีบเข้ามาพยุงใต้เท้าเฉินที่ขาอ่อนแรงถอยร่นออกไปจากตำหนักอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง รินรดาทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อน หลี่จวินอ๋องรีบยื่นพระหัตถ์มารับร่างของนางไว้ทันที สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านจากฝ่าพระหัตถ์ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของนางค่อยๆ สงบลง ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังโล่งอกกับชัยชนะในยกนี้ เสียงฝีเท้าม้าควบตะบะอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความมืดของราตรีเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนัก ตามมาด้วยเสียงตะโกนหวาดผวาของขันทีหน้าประตูที่ทำให้รอยยิ้มบนพระพักตร์ของท่านอ๋องแข็งค้างทันที "ราช... พระราชโองการด่วนที่สุดจากฮองเฮา! สั่งปลดหลี่จวินอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน และ... ควบคุมตัวพระชายารินรดาเข้าคุกใต้ดินทันทีฐานต้องหาคดีฆาตกรรมสนมเอก!" ศาลาริมน้ำโบราณ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%