ปลายคมดาบเหล็กกล้าที่แนบชิดอยู่กับผิวเนื้อบริเวณลำคอของรินรดานั้นไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิท ดุจเดียวกับความตายที่กำลังทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากสนามรบที่ติดตัวองครักษ์เงาโชยปะทะนาสิก ท่ามกลางความมืดมิดของเรือนไทยโบราณที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความชื้นและหยาดฝนที่ยังคงเกาะกราวอยู่ตามชายคา
"หากพระราชโองการฉบับนี้ระบุชัดเจนว่าต้องประหาร... เหตุใดท่านถึงยังรอให้ข้าพเจ้าได้มีลมหายใจอยู่จนถึงวินาทีนี้ล่ะครับ" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนประกายไฟจากตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่ ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของความตายที่อยู่ตรงหน้า
องครักษ์เงามือหนึ่งแห่งตระกูลหลี่ชะงักไปชั่วขณะ ปลายดาบผ่อนแรงลงเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ เขาไม่เคยพบสตรีใดในแผ่นดินต้าจินหรือแม้แต่ในดินแดนสยามแห่งนี้ ที่เผชิญหน้ากับคำสั่งประหารด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจสายน้ำเช่นนี้
"ท่านอ๋องยังไม่ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ลงมือทันที... พระองค์ทรงต้องการรู้ว่า เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงปรากฏกายขึ้น ณ ศาลาริมน้ำต้องคำสาปในคืนที่ดวงวิญญาณแห่งเจ้าจอมขวัญตื่นจากการหลับใหล" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความระแวดระวัง
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องโถงใหญ่ที่กั้นด้วยฉากไม้แกะสลักลายพยัคฆ์ซ่อนลาย หลี่จวินอ๋องกำลังประทับนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลืองขัดมันบานใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบพระพักตร์คมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้าและพิษร้ายที่กำลังกัดกินพระองค์จากภายใน พระเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่ในเงาสะท้อนนั้น กลับไม่ใช่พระองค์
เงาในกระจกทองเหลืองบานนั้นบิดเบี้ยวผิดรูป รอยยิ้มเหยียดยาวไปจนถึงใบหูของสตรีในชุดไทยโบราณสีนวลเปื้อนคราบเลือดสีดำคล้ำกำลังจ้องมองตอบกลับมา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นสุมอกที่รอเวลาชำระสะสางมานานนับร้อยปี
*“หลี่จวินอ๋อง... เลือดในกายของเจ้าช่างหอมหวานเสียจริง... แต่ไม่นานนัก มันจะแห้งเหือดหายไปพร้อมกับราชสำนักที่เจ้าปกป้อง...”*
เสียงกระซิบแหบพร่าลอยออกมาจากผิวเนื้อโลหะของกระจก โดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวริมฝีปากจากร่างจริง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ากระดูกดำจนลมหายใจของท่านอ๋องกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ทรงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
พิษในพระกายกำเริบขึ้นอย่างฉับพลัน ความเจ็บปวดราชาด้วยไฟนรกแผดเผาไปทั่วร่าง จนหลี่จวินอ๋องต้องทรงใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งยันพื้นโต๊ะไม้สลักไว้แน่นเพื่อไม่ให้ทรุดฮวบลงไป ทรงทราบดีว่าคำสาปนี้เชื่อมโยงกับวิญญาณนางร้ายในอดีต และทุกครั้งที่มันแสดง ฤทธิ์ พลังชีวิตของพระองค์จะถูกสูบฉีดออกไปดั่งสายน้ำรั่วไหล
"บังอาจนัก..." หลี่จวินอ๋องตรัสลอดพระโอษฐ์ด้วยสุ้มเสียงที่แหบพร่าแต่ทรงอำนาจดุจสายฟ้าฟาด พระหัตถ์คว้ากริชทองคำประจำพระองค์ขึ้นมาหมายจะแทงทะลุเงาสะท้อนนั้นให้แตกสลาย
แต่ก่อนที่ปลายคมกริบจะสัมผัสผิวกระจก ร่างของรินรดาก็ถูกผลักเข้ามาในห้องโถงโดยองครักษ์เงา แรงกระแทกทำให้เธอล้มลงคุกเข่าอยู่เบื้องพระพักตร์ของท่านอ๋องพอดี กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณที่ติดตัวเธอมาโชยปะทะพระนาสิกของหลี่จวินอ๋อง ดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยของพระองค์ให้กลับคืนมา
ท่านอ๋องชะงักเงื้อมือที่ถือกรีช ทอดพระเนตรมองสตรีแปลกหน้าที่บังجาญล่วงล้ำเข้ามาในเขตพระราชฐานลับด้วยแววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์บาดเจ็บ "เจ้าเป็นใคร... เหตุใดเงาของเจ้าจึงไปปรากฏร่วมกับวิญญาณอาฆาตในกระจกบานนั้น"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรกับบุรุษผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินและวิญญาณตรงหน้า แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อบรรยากาศที่กดดัน แต่สายตาของเธอกลับฉายแววเฉียบคมของนักโบราณคดีผู้ผ่านการขุดค้นความลับนับร้อยปี
"หม่อมฉัน... เอ่อ ข้าพเจ้าไม่ใช่ศัตรูของท่านอ๋องเพค่ะ... เอ๊ย! ข้าพเจ้าไม่ใช่ศัตรูของท่าน" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามตามสถานการณ์เฉพาะหน้า "และถ้าท่านยังเอาแต่ใช้กำลังข่มขู่ข้าพเจ้า แทนที่จะฟังคำเตือน... ท่านอาจจะไม่รอดพ้นคืนเดือนมืดนี้ไปได้หรอกครับ... หมายถึง... หม่อมฉันหมายถึงท่านอ๋องจะทรงสิ้นพระชนม์ก่อนที่ความจริงจะปรากฏต่างหากเล่า!"
คำพูดที่อาจหาญและผิดธรรมเนียมปฏิบัติทำให้องครักษ์เงาด้านหลังถึงกับชักดาบออกจากฝักอีกครั้งด้วยความตกใจ แต่หลี่จวินอ๋องกลับยกพระหัตถ์ขึ้นห้ามไว้ช้าๆ
พระเนตรคมปลาบจ้องมองรินรดานิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความตายกับการรอดชีวิต ทันใดนั้นเอง ผิวกระจกทองเหลืองด้านหลังพระองค์ก็เกิดรอยร้าวลึกยาวเป็นทาง พร้อมกับหยาดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินออกมาจากรอยร้าว เป็นตัวอักษรจีนโบราณสามตัวที่เขียนขึ้นด้วยเลือดสดๆ
*‘คืนนี้... ต้องตายคู่’*
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสตรีดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง ปิดตายทุกทางหนี และในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ประตูไม้บานใหญ่ด้านนอกก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมพายุที่ไม่มีที่มา พร้อมกับการปรากฏร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองในมือ และรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนคมมีดไว้เบื้องหลัง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามบทเพลงรำพันจากศาลาริมน้ำโบราณมา ณ ที่นี้นะครับ
เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 5
คำเตือนจากวิญญาณ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!