กลิ่นควันธูปผสมผงกระดูกพรายและกำยานจีนที่อับชื้น ลอยวนเวียนอยู่ภายใต้เพดานเรือนไม้สักทองสลักลายวิจิตรของตำหนักใน กลิ่นนี้มิได้หอมหววนชวนรื่นรมย์ หากแต่ให้ความรู้สึกแสบนาสิกและเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังชาดิ่ง รินรดา ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องสำอางไม้จันทน์หอม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าอันเรียบเฉยกำลังจดจ้องมองกระจกทองเหลืองขัดมันเงา ทว่าภาพสะท้อนในกระจกนั้นมิได้มีเพียงร่างระหงของนางผู้เดียว กลับปรากฏเงาดำทะมึนของเส้นผมยาวสลวยที่แผ่สยาย พร้อมรอยยิ้มเหยียดย่นของวิญญาณร้ายที่เกาะกุมอยู่บนไหล่
"เจ้าคิดว่าจะใช้แผนตื้นเขินเช่นนี้ ปิดบังสายตาเปิ่นหวังได้กระนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีเข้มของ หลี่จวินอ๋อง ที่ก้าวเข้ามาในห้องบรรทมอย่างเงียบเชียบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ พระเนตรคมกริบทอดมองเศษผงสีเทาที่โรยอยู่บนคราบน้ำชาบนโต๊ะอย่างรู้ทัน พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนาขึ้นบีบพระคางของรินรดาเบาๆ แม้จะเป็นสัมผัสที่แฝงความห่วงใยและระแวดระวัง แต่แววตานั้นกลับดุร้ายราวกับพร้อมจะฉีกกระชากผู้ใดก็ตามที่กล้าชักใยอยู่เบื้องหลัง
รินรดาเบี่ยงพักตร์หลบเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "หม่อมฉันหาได้โง่เขลาพอที่จะทำร้ายตนเองด้วยพิษหมอผีตระกูลต่ำช้าพวกนั้นหรอกเพคะ... แต่ท่านอ๋องทรงทราบดีว่า ในวังหลังแห่งนี้ มิได้มีเพียงหม่อมฉันคนเดียวที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของเงาอาฆาต"
คำพูดของนางทำให้หลี่จวินอ๋องทรงชะงักไปชั่วขณะ พระองค์กวาดสายตาดุจเหยี่ยวสำรวจไปทั่วห้อง ก่อนจะทอดพระเนตรเห็นรอยประทับรูปมือสีดำจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนม่านไหมปักลายหงส์ ซึ่งเป็นม่านพระราชทานจากพระสนมเอกผู้ทรงอิทธิพลแห่งตำหนักบูรพา วิญญาณพยาบาทในเรือนไทยหลังนั้นมิได้จำกัดอยู่แค่เพียงนอกกำแพงวังอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังใช้ "มือ" ของสนมในราชสำนัก เป็นเครื่องมือในการเปิดประตูนำความตายมาสู่ราชตระกูลหลี่
"สนมเอกจาง... นางบังอาจดึงดันใช้มนต์ดำจากแดนใต้เพื่อแย่งชิงความโปรดปราน และใช้ความแค้นของผีเรือนไทยมาเป็นสะพานเชื่อมอาคม" หลี่จวินอ๋องตรัสด้วยพระสุ้มเสียงเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง ทรงขบพระทนต์แน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมาจากวรกายดั่งคลื่นความร้อนที่แผดเผาทุกสิ่ง
"แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องชิงรักหักสวาทในเรือนหลังหรอกเพคะท่านอ๋อง..." รินรดาเอ่ยขัดขึ้น ดวงตาคู่คมประกายแสงวาบอย่างชาญฉลาด นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ กลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนโบราณผสมกลิ่นอายโบราณวัตถุตีเข้าจมูกของท่านอ๋อง "เบื้องหลังผงกระดูกพรายนี้ มีตราประทับของกรมสมุหพระราชอุโมงค์... มีคนในราชสำนักชั้นผู้ใหญ่กำลังร่วมมือกับหมอผีฝั่งตะวันตก เพื่อเปิดผนึกคำสาปใต้ศาลาริมน้ำ หากคำสาปนั้นตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินนี้จะนองเลือด และดวงวิญญาณของท่าน... จะถูกกลืนกินไปตลอดกาล"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันท่ามกลางบรรยากาศอันกดดัน หลี่จวินอ๋องทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน พระองค์ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า แม้แต่ฮ่องเต้หรือแม่ทัพใหญ่ร้อยกองพล แต่ยามนี้ พระองค์กลับตระหนักว่า สตรีร่างบางผู้นี้คือเกราะกำบังอันแข็งแกร่งที่สุด และอาจเป็นจุดอ่อนเดียวที่ศัตรูใช้เล่นงานพระองค์ได้เช่นกัน
"เจ้ากล้าดึงดันเอาชีวิตตนเองเข้าแลกเพื่อสืบเรื่องนี้หรือ รินรดา?" พระองค์ตรัสถาม ชิดพระoษฐ์เกือบจะแนบชิดกับใบหูของนาง
"หากหม่อมฉันไม่ทำ แล้วผู้ใดจะยืนเคียงข้างพยัคฆ์ผู้โดดเดี่ยวเช่นพระองค์เล่าเพคะ?" นางตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นทำให้หัวใจของท่านอ๋องกระตุกวูบ
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอันมั่นคง ฉับพลันนั้นเอง เสียงกระดิ่งสัมฤทธิ์โบราณที่แขวนอยู่หน้าตำหนักก็ดังขึ้น "กริ๊ง... กริ๊ง..." ดังติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีสายลมพัดผ่าน!
หลี่จวินอ๋องสะบัดพระวรกายหันขวับไปมองที่หน้าต่าง บานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกแรงลมปริศนากระแทกเปิดผางออกอย่างแรง เผยให้เห็นลานกว้างเบื้องล่างที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำทมิฬหนาทึบ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือร่างเงาดำโปร่งแสงนับสิบกำลังเคลื่อนตัวผ่านสระน้ำ มุ่งตรงมายังตำหนักของพระองค์อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนั้น ขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือดคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าที่หน้าประตูห้อง บันทึกเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ท... ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! สนมเอกจาง... สนมเอกจางถูกพบสิ้นพระชนม์อย่างอนาถในตำหนักบูรพา สภาพศพ... สภาพศพถูกฉีกกระชากด้วยกรงเล็บสีดำ และในพระหัตถ์ของนาง กำสิ่งนี้ไว้พ่ะย่ะค่ะ!"
ขันทีเฒ่ายื่นถาดไม้สลักที่รองรับ "ป้ายอาคมเลือด" ชุ่มโชก ซึ่งมีกลิ่นอายความอาฆาตพุ่งทะลักออกมาอย่างรุนแรง และที่น่าตกใจที่สุดคือ บนป้ายนั้นสลักชื่อวันเดือนปีเกิดของ "รินรดา" เอาไว้ด้วยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท!
หลี่จวินอ๋องทอดพระเนตรป้ายอาคมนั้นด้วยพระเนตรที่ลุกโชนดั่งไฟกัลป์ พระองค์ตวัดพระหัตถ์คว้ากระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่พระโอษฐ์จะเหยียดยิ้มเย็นชาดุจยมราช "ดูท่า... หมากตานี้ พวกมันตั้งใจจะเล่นให้ถึงตายทั้งตระกูลสินะ..."
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 11
เล่ห์กลวังหลัง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!