เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 18

คำสารภาพของความแค้น

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
จอกกระเบื้องเคลือบสีขาวนวลสั่นไหวเล็กน้อยในหัตถ์แกร่งของหลี่จวินอ๋อง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เจืออยู่ในสุราโอสถนั้นมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากมุมมืดของศาลาริมน้ำแห่งนี้ได้ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ป่าทอดมองข้ามรินรดาไปยังเงาร่างเลือนรางที่ขดตัวอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ “ท่านจะดื่มมันจริงๆ หรือรินรดา” เสียงของหลี่จวินอ๋องทุ้มต่ำ แหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาในชุดผ้าไหมจีนปักลายพญาสิงห์สีทองก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างเขา สายตาของเธอมิได้จับจ้องที่จอกยาพิษ ทว่าจ้องมองไปยัง ‘เจ้าจอมขวัญ’ วิญญาณหญิงสาวในชุดไทยห่มสไบสีนวลที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ดวงตาของวิญญาณตนนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาและสะใจในคราเดียวกัน “หากท่านดื่ม ยาพิษนี้จะไม่เพียงแต่ปลิดชีพท่าน แต่มันจะล่ามวิญญาณของท่านไว้กับที่นี่... กับศาลาหลังนี้ตลอดกาล” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอมั่นคง ผิดกับมือที่กำลังเอื้อมไปแตะขอบจอกเบาๆ หลี่จวินอ๋องหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนผิวน้ำที่นิ่งสงบ “ข้าแบกรับคำสาปของตระกูลมานานเกินพอแล้ว รินรดา การตายด้วยยาพิษของฮ่องเต้ หรือการตายด้วยคมดาบของศัตรู มิได้ต่างกันนัก หากมิใช่เพราะข้าสืบเชื้อสายมาจากฆาตกรที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ในคืนนั้น... วิญญาณที่เฝ้ามองเราอยู่ตรงนี้ คงไม่ต้องทนทุกข์อยู่ในบ่วงกรรมที่ข้ามิได้ก่อ” เจ้าจอมขวัญกรีดเสียงร้องแหลมเล็ก บรรยากาศรอบศาลาลดอุณหภูมิลงจนลมหายใจของคนทั้งสองกลายเป็นไอหมอกขาว “มิได้ก่อหรือ!” วิญญาณหญิงสาวตะโกนก้อง เสียงของนางดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ “บรรพบุรุษของเจ้ามิได้เพียงแค่ฆ่า ข้าถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ฐานรากเรือนไทยหลังนี้ เพื่อสะกดวิญญาณมิให้ไปผุดไปเกิด! เจ้าไม่รู้อะไรเลย ท่านอ๋อง... สิ่งที่เจ้าเห็นว่าเป็นคำสาป จริงๆ แล้วมันคือความแค้นที่ถูกร่ายมนตร์ดำทับถมเอาไว้ต่างหาก!” รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหยิบแผ่นป้ายโบราณที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา แสงจากโคมไฟที่เริ่มดับวูบวาบทำให้ภาพจารึกบนแผ่นไม้ชัดเจนขึ้น “นั่นคือความจริงหรือเจ้าจอมขวัญ... จดหมายเหตุนี้ระบุว่า ราชสำนักเดิมทีมิได้มีแผนจะกวาดล้างสกุลขุนนางใหญ่ แต่เป็นแผนการที่ท่านอ๋องรุ่นก่อนวางไว้เพื่อชิงตัวหญิงสาวที่ครอบครองแผนที่ขุมทรัพย์ลับของแผ่นดิน” หลี่จวินอ๋องชะงัก จอกยาในมือสั่นระริก สายตาที่เขามองรินรดาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความตื่นตะลึง “เจ้าพูดเรื่องอะไร... แผนที่ขุมทรัพย์อะไรกัน” “ยาพิษในจอกนี้ไม่ใช่พระราชโองการของฮ่องเต้เพียงอย่างเดียว แต่มันคือยาที่ผสม ‘เลือดอาถรรพ์’ ของตระกูลข้า!” เจ้าจอมขวัญก้าวเข้ามาใกล้ เงาร่างโปร่งแสงแผ่ขยายรุกคืบ “เมื่อใดที่สายเลือดของมันจิบยานี้ ความแค้นทั้งหมดจะไหลย้อนกลับคืนสู่ต้นตระกูล... ฮ่องเต้ที่ส่งเจ้ามาที่นี่ มิใช่ต้องการกำจัดข้า แต่เขาต้องการใช้เลือดของเจ้าเพื่อปลดปล่อยพันธนาการของวิญญาณร้ายตนอื่นที่รอจังหวะจะเข้ายึดครองแผ่นดินผ่านร่างของเจ้า!” รินรดาตบจอกยาออกจากมือหลี่จวินอ๋องจนร่วงหล่นลงพื้น สุราใสราดรดลงบนพื้นไม้ทันที กลิ่นฉุนกึกของยาพิษส่งผลให้พืชพรรณรอบศาลาเหี่ยวเฉาลงในพริบตา ท่านอ๋องเบิกตากว้าง หายใจหอบถี่ พลางถอยหลังไปพิงเสาศาลาอย่างอ่อนแรง “ข้า... ข้าถูกหักหลัง?” เขาคำรามออกมาด้วยความแค้นเคือง “มากกว่านั้น” รินรดาคว้ามือเขาไว้แน่น “พวกเขารู้ว่าท่านมีตาที่สามเหมือนข้า พวกเขาต้องการให้ท่านกลายเป็นภาชนะที่ไร้การป้องกัน เพื่อให้วิญญาณที่ถูกคุมขังอยู่ใต้เรือนไทยนี้เข้าสิงสู่ท่านโดยสมบูรณ์” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารองครักษ์ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกน “ท่านอ๋องทรงจิบยาหรือยัง! หากยัง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตผู้ที่ขัดขืนเดี๋ยวนี้!” หลี่จวินอ๋องกระชับดาบประจำกายแน่น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “หากวันนี้คือวันตาย ข้าขอเลือกตายในฐานะท่านอ๋องผู้พิทักษ์ มิใช่หุ่นเชิดของวิญญาณชั่วร้าย” แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความตาย รินรดากลับดึงแผ่นป้ายโบราณขึ้นมาอ่านออกเสียงภาษาโบราณที่ถูกจารึกไว้อย่างรีบเร่ง ทันใดนั้น เงาร่างของเจ้าจอมขวัญก็หยุดนิ่ง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความแค้นกลับเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางชี้นิ้วไปยังทิศทางของพระราชวังหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป “นั่น... นั่นมิใช่ทหารของฮ่องเต้” รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อมองผ่านสายตาที่สาม เห็นเงาดำมหึมาหลายร่างที่สวมชุดทหาร ทว่าใต้หมวกเหล็กนั้นกลับไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่พ่นไอสีดำออกมา “นั่นคือเหล่าขุนพลวิญญาณที่ถูกอัญเชิญมาด้วยเลือดของท่านอ๋องที่หก... พวกมันไม่ได้มาเพื่อประหารท่าน แต่มันมาเพื่อพาตัว ‘คนที่มีสายเลือดโบราณ’ ไปสังเวย!” หลี่จวินอ๋องมองไปยังรินรดา ความตระหนักรู้ฉายชัดในแววตา “เจ้า... เจ้ามีสายเลือดของสตรีที่ถูกสังเวยคนนั้น?” ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตอบ เสียงประตูเรือนไทยด้านหลังก็พังทลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ซึ่งใบหน้าของเขาคือเงาสะท้อนของหลี่จวินอ๋องในร่างที่แก่ชราและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่คอยาว เขาเดินตรงมายังศาลาริมน้ำด้วยท่าทางที่ไร้วิญญาณ พร้อมกับถือโฉนดที่ดินที่ประทับตราอาญาสิทธิ์อันเป็นความลับสูงสุดของราชวงศ์ที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี “ท่านอ๋อง... ท่านหลงเชื่อเล่ห์กลของมันมานานเกินไป” เสียงนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงคนตาย “ฮ่องเต้ไม่ได้ส่งใครมาหรอก... ข้าต่างหากที่คอยควบคุมโชคชะตาของพวกเจ้ามาตลอดในฐานะ ‘เงา’ ของบรรพบุรุษที่ถูกลืม และตอนนี้... ได้เวลาแลกเปลี่ยนวิญญาณแล้ว” ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้ มิใช่ที่พักพิงของวิญญาณคนรัก... แต่มันคือ 'กับดัก' ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อขังท่านอ๋องและรินรดาไว้ในกรงขังแห่งมิติคู่ขนานที่จะไม่มีวันได้กลับออกมาตลอดกาล ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%